วัดคิโยมิสุเดระ

ชมวิวเมืองเกียวโตและดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์จากวัดมรดกโลก

โดย Potcharet Rodhetbhai   24 ม.ค. 2557

วัดคิโยมิสุเดระ หรือวัดน้ำใส (Kiyomizu-dera Temple) วัดอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองเกียวโต เป็นหนึ่งในสมบัติของชาติของญี่ปุ่นและเป็นวัดที่องค์การยูเนสโก้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก วัดเก่าแก่โบราณสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.788 (สมัยยุคนารา ก่อนที่เมืองเกียวโตจะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น) จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ วิหารระเบียงไม้ที่สร้างขึ้นจากเสาไม้ขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากเนินเขาฮิงายามา และภายใต้วัดแห่งนี้มีน้ำจากน้ำตกโอโตวะไหลผ่านลงมาจากบนเขาแยกออกเป็นสามสายที่คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าน้ำที่แยกออกมานี้มีความศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่มาของชื่อวัด ซึ่งมีความหมายในภาษาไทยว่า “น้ำบริสุทธิ์”

วิหารระเบียงไม้ขนาดใหญ่ยื่นออกมาจากเนินเขา มีความเก่าแก่และสวยงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ตัวระเบียงใช้ไม้จำนวน 139 ต้น มาทำสลักแทนการตอกตะปูในการสร้าง มีความสูงวัดจากพื้นวัดได้ 13 เมตร บนระเบียงนี้เราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เมืองเกียวโตได้ไกลสุดลูกหูลูกตา (หากอยากได้มุมถ่ายภาพยอดนิยมให้เดินออกมาจากระเบียงแล้วมายืนมองที่วิหารฝั่งตรงข้ามระเบียงครับ รับรองภาพสวยสุดๆ) จุดเด่นของวัดนี้อีกอย่างหนึ่งเมื่อมาถึงวัดแห่งนี้แล้วจะพลาดไม่ได้นั่นก็คือ การดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์จากน้ำตกโอโตวะซึ่งตั้งอยู่บริเวณฐานด้านล่างของวัด น้ำตกจะถูกแยกเป็น 3 สาย คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าหากเราได้ดื่มน้ำจากน้ำตกนี้จะทำให้เราโชคดี โดยแต่ละสายจะให้โชคต่างกัน หันหน้าเข้าศาลาเรียงจากซ้ายไปขวา หากดื่มสายแรกจะทำให้เราประสบความสำเร็จในการศึกษา สายที่สองจะสมหวังในความรัก และสายที่สามจะทำให้เรามีอายุยืนยาวสุขภาพแข็งแรง

การมาที่วัดแห่งนี้นอกจากจะได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความโบราณของวัดแล้ว เรายังสามารถสัมผัสความทันสมัยของวัดแห่งนี้ได้อีกด้วย โดยเฉพาะคนต่อคิวรอดื่มน้ำสามสายจะรู้ดีที่สุด เพราะก่อนที่เราจะได้ดื่มน้ำสามสาย สิ่งที่เราจะได้เจอคือเครื่องฆ่าเชื้อโรคในกระบวยด้วยลำแสง UV คิดว่าอันนี้นี้คงเป็นอะไรที่รู้สึกว่าUnseen ที่สุดของวัดแห่งนี้แล้วในสายตาผม

ด้านหลังของวิหารที่มีระเบียงไม้มีศาลเจ้าจิชู (Jishu) ศาลเจ้าสำหรับสักการะเทพเจ้าโอคุนิโนชิโนะ มิโคโตะ (Okuninushino Mikoto) เทพเจ้าแห่งความรักและเนื้อคู่ เมื่อเดินเข้าไปในศาลเจ้าเราจะพบกับหินตั้งอยู่ 2 ก้อนห่างกัน 18 เมตร คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากเราสามารถหลับตาแล้วท่องชื่อคนรักจากหินก้อนหนึ่งเดินไปยังหินอีกก้อนหนึ่งได้ ความรักจะสมหวังครับ (หลับตาแล้วให้คนจูงเดินก็ได้ครับ ไม่ถือว่าผิดกติกา :p)

ปล.ตอนจะดื่มน้ำ 3 สาย ให้ใช้กระบวยรองน้ำจากน้ำตก แล้วเทน้ำจากกระบวยใส่มือดื่มนะครับ ห้ามดื่มน้ำจากในกระบวยตรงๆโดยเด็ดขาด เดี๋ยวคนต่อคิวด้านหลังจะหน้าเบ้ใส่ได้ครับ

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
2
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

เข้าร่วมการสนทนา

Motto Ruttanakidrungruang หนึ่งปีมาแล้ว
น่าสนใจมากๆเลยค่ะ ไว้ได้มีโอกาสไปเมื่อไหร่จะแวะไปชมบรรยากาศนะคะ ^^
Onlada Chollavorn หนึ่งปีมาแล้ว
ไปวัดคิโยมิสุเดระมาแล้ว แต่เสียดายว่ายังไม่ได้ไปดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์เลย ถ้ามีโอกาสไปคราวหน้าจะไปดื่มสายที่สอง กับสายที่สามละกันคะ ^^