ร้านโซบะอาโออิที่สถานีเกียวโต

พิพิธภัณฑ์ของโซบะตำหรับเกียวโต

โดย Bonson Lam   

การลองทานบะหมี่ที่สถานีรถไฟเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีทางอาหารของญี่ปุ่น ว่าด้วยการไปยังยาไตที่ยกระดับบนชานชาลา ลิ้มรสจานเด็ดของพื้นเมือง แล้วเดินทางต่อ ควรใช้เวลาน้อยกว่า 15 นาที ฟุกุโอกะขึ้นชื่อจากฮากาตะ ราเมน ส่วนชาวนาโกย่ากรักคิชิเมนของพวกเขา ถ้าคุณมีตั๋วเหมารถไฟเจอาร์ อาจจะลองชิมฮากาตะ ราเมนในตอนเช้า และนาโกย่า คิชิเมนในตอนบ่าย แต่ว่าที่เกียวโตจะไม่มีแผงขายนิชินโซบะที่สถานี แล้วชาวเกียวโตเขาไปทานราเมนและโซบะขนานแท้ชั้นยอดที่มีรสแบบธรรมชาติที่ไหนกันล่ะ? 

บนสุดของสถานีเกียวโต ที่ชั้นสิบของห้างสรรพสินค้าอิเซตันนั้นมีแต่ร้านราเมนล้วน ๆ ที่นี่เรียกว่าเกียวโต ราเมน โคจิ หรือถนนสายราเมน ซึ่งหมายถึงบริเวณที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตและมีแต่ร้านชั้นนำ ไม่ได้มีโอบะซังทำอาหารจานด่วนข้างถนนแต่อย่างใด ถ้าคุณหาราเมน โคจิไม่เจอ หรือชอบโซบะมากกว่า ก้ตามผมมาที่ถนนติดกับคินเททสุและทางออกฮาชิโกะ-งุชิของเจอาร์ เกียวโตทางทิศใต้ของสถานีรถไฟ  แล้วเข้ามายังร้านโซบะอาโออิ ร้านอาหารที่ชื่อไม่ได้หวือหวาซึ่งสะท้อนถึงความเรียบง่ายของอาหาร

เป้นเวลา 11 โมงเช้าวันอังคารสดใส และคนก็เริ่มเข้ามากันเรื่อย ๆ ไม่ได้มีเพียงผู้สูงอายุเท่านั้นที่มาทานแต่หัววัน ยังมีนักท่องเที่ยวและบรรดาคุณแม่ด้วย แม้ว่าจะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟหัวกระสุนชินคันเซน แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนยังไม่รู้จัก ไม่เหมือนกับไอริช ผับที่ตั้งห่างจากสถานีออกไปหน่อย ในขณะเดียวกัน ร้านอาหารนับร้อย ๆ ร้านของที่นี่สามารถรองรับคนจำนวนมากที่มาถึงโดยรถไฟหรือรถบัสได้แทบทุกนาที อาโออิ โซบะก็เหมือนกับร้านอาหารส่วนใหญ่ในสถานีเกียวโต มีเมนูภาษาอังกฤษและอาหารโชว์ทำจากพลาสติกเท่าของจริงที่มีความเหมือนระดับ 9 เต็ม 10 แต้ม แต่คุณอาจจะเดินเลยร้านนี้หลายครั้งก่อนจะหาเจอในย่านร้านอาหาร/ห้างสรรพสินค้ามิยาโกมิชิ เพราะป้ายร้านไม่ีภาษาอังกฤษ อาจจะเพื่อให้มีความรู้สึกเหมือนโรงแรมญี่ปุ่นขนานแท้ มองหาตัวอักษรญี่ปุ่น 葵 ที่อ่านว่าอาโออิ

ร้านอาหารแห่งนี้ที่ตกตแ่งด้วยไม้สีเข้มทำให้นึกถึงโรงแรมแบบญี่ปุ่น แต่มีเก้าอี้เหลี่ยมและโต๊ะแบบธรรมดา ๆ แต่เจ๋งที่เข้ากับชื่ออันเรียบง่ายของร้าน แต่สำหรับคนตัวใหญ่ที่นั่งจะแคบไปสักนิด เหมือนกับว่าทาสงร้านจะพยายามอัดเก้าอี้เยอะเกินไปในที่แคบ ๆ นี้ เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงช่วงพักกลางวันของพนักงานออฟฟิศตอนเที่ยงกับบ่ายโมง

ผมกินมิบูนะโซบะราดด้วยมิบูนะสีเขียวต้มเป็นกำ ซึ่งเป็นผักพื้นเมืองของเกียวโตที่ทำให้ชวนนึกถึงผักโขมกับผักกวางตุ้ง น้ำซุปจืดขุ่นที่เป็นธรรมชาติราวกับดื่มน้ำเปล่าหลังจากที่คุณใช้ต้มผักกาดก้านขาวหรือบร็ิอคโคลี่ ซึ่งทางร้านยังมีเสิร์ฟโซบะ ยู ที่เป็นน้ำต้มโซบะด้วย ผมชอบซุปผักมากกว่า เพราะมีรสชาติละเมียดละไมและทำให้รู้สึกว่ากำลังดื่มคุณค่าจากธรรมชาติเข้าไป ร้านอาหารชั้นดีจะใช้น้ำของเกียวโตแทนน้ำก็อก และถ้าคุณเคยลองทั้งสองอย่าง ก็จะแยกความต่างกันได้ โรงแรม หรู ๆ บางแห่งในเกียวโตยังให้น้ำแร่ใช้อาบด้วย กำลังพอดีสำหรับมื้อเที่ยงเบา ๆ (900 เยน) แต่ถ้าคุณหิวมากก็เปลี่ยนเป็นอาหารชุดละ 980 เยน

พี่สาวของผมกินชุดไก่นันบะ (980 เยน) ที่มีโซบะในน้ำซุปใสราดต้นหอมและผักมิบูนะบวกด้วยผักดองและโรยงา พร้อมข้าวราดเห็ดหอมและเนื้อน่องไก่หวานฉ่ำ ใช้วัตถุดิบพื้นเมืองเกียวโตทั้งหมด

เกียวโตะ ยูบะ โซบะ (1,280 เยน) เป็นเมนูยอดนิยมของคนแถวนี้ ยูบะคือฟองเต้าหู้ที่เหมือนกระดาษยู่ยี่ แต่ไม่ได้มีรสชาติเหมือนกระดาษแข็งหรอกนะ ยูบะทำมือนั้นทั้งนุ่มและอ่อนมาก ในอดีต สุดยอดอาหารชามนี้ปรุงในหม้อตุ๋นร้อน ๆ โดยใช้ถ่านหิน และยังคงใช้สืบต่อมาจนปัจจุบัน ด้วยรสชาติที่เหมือนแปะก๊วยหน่อย ๆ เป็นรสชาติที่เลอค่ามาก แต่ที่คนคลั่งไคล้ก็ไม่ใช่แค่เพราะความนุ่มดุจเส้นไหมเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย อุดมไปด้วยแคลเซีียม ธาตุเหล็ก ไอโซฟลาโวน ไฟโตเอสโตรเจน และโพแทสเซี่ยม ช่วยลดการเกิดมะเร็ง สำหรับคนที่ไม่ชอบลองของแปลกนัก ก็มีผัดยูบะโซบะม้วนที่เป็นอาหารจานหลัก ซึ่งเหมือนเปาะเปี๊ยะชิ้นเล็ก ๆ

อาหารอื่น ๆ ในเมนูก็มีโซบะชมจันทร์ มะเขือยาวย่าง ทานูกิ อูด้ง และคิตสุเนะ โซบะที่ตั้งฃื่อตามจิ้งจอกที่ชอบเต้าหู้หวาน และยอดจากหูยาวฮาโมะ ปลาไหลที่เป็นอาหารเลิศรสของเกียวโตมาหลายปี

แต่ละเมนูสามารถสั่งพร้อมอูด้งหรือโซบะได้ โซบะเป็นอาหารยอดนิยมในนิทานของโตเกียว และตอนนี้ก้มีบรรดาผู้แฟนพันธุ์แท้มารวมตัวกันในโตเกียวด้วย แบบนี้ร้านอาหารจะทำให้ลูกค้ามีความสุขได้เกือบทุกคน ส่วนโซบะ สามารถเลือกสั่งแบบเย็นหรือ ซารุโซบะ ที่เสิร์ฟในตะกร้าไผ่เตี้ย ๆ พร้อมน้ำซุปและสาหร่ายโนริซอย

รายการเครื่องดื่มนั้นถือว่าเยอะเกินขนาดร้าน ราคาเริ่มตั้งแต่ 350 เยนเป็นชาอู่หลงหรือโคคา โคล่า ส่วนดราฟต์เบียร์อิชิบัง ชิโบรินั้นเริ่มที่ 480 เยน รายการสาเกก็ราวกับได้ท่องนาข้าวในชนบทของญี่ปุ่น ไล่ตั้งแต่สาเกแห้งอ้อยโตสะจากโคจิ (550 เยน) ทะเลหมอกนำโชคจากมิยาซากิ (580 เยน) สี่ฤดูกาลของโกะซัน (630 เยน) และสาเกกลั่นพิเศษสึคาสะจากชิงะ (730 เยน) สำหรับใครที่อยากได้อะไร แรง ๆ ก็ยังมีโซชู เหล้ากลั่นที่คล้ายสก็อตช์ อย่าง "ดวงดาราแห่งตะวันตก" จากโออิตะ ราคาเพียง 450 เยน แมงป่องดำจากคาโงชิม่าที่ฤทธิ์ดุเดือดมาก (680 เยน)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Nathee T

Nathee T @nathee.t

Original by Bonson Lam

แสดงความคิดเห็น