Tomioka Silk Mill and Related Sites

มรดกโลกแห่งล่าสุดของญี่ปุ่นกับก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรมใหม่

โดย Tada Ratchagit   12 พ.ย. 2557

เหตุผลสำคัญหนึ่งที่ โรงงานไหมโทมิโอกะและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง (富岡製糸場 - Tomioka Silk Mill) ได้รับการพิจารณาให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม (UNESCO’s World Heritage Site : Cultural) แห่งล่าสุดของญี่ปุ่นนั้นก็คือสถานที่แห่งนี้นี่เองที่เป็นจุดเริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมใหม่ของญี่ปุ่นที่เกรียงไกรไปทั่วโลก

ภายหลังจากที่ โรงงานไหมโทมิโอกะและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง (Tomioka Silk Mill and Related Sites) ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นที่จัดทำโดยรัฐบาลญี่ปุ่นในปี ค.ศ.2005 นั้น โรงงานอันทรงคุณค่านี้ก็เพิ่งจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ล่าสุดขององค์การยูเนสโก้ (UNESCO’s World Heritage Site : Cultural) ไปเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2014 นี่เอง

โรงงานไหมโทมิโอกะฯ นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1872 ตั้งแต่สมัยยุคเมจิ ภายหลังจากการปฎิวัติเมจิในปลายศตวรรษ 19 ได้ไม่นาน รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามรีบเร่งพัฒนาประเทศเพื่อนำความทันสมัยมาสู่ญี่ปุ่นและเพื่อให้ก้าวทันกับอารยะประเทศในทวีปยุโรป หนึ่งในกลไกการพัฒนาสำคัญนั้นก็คือผ้าไหมดิบอันเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่จะช่วยทำให้ประเทศเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โรงงานไหมโทมิโอกะนั้นจึงได้จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งในราวปี ค.ศ.1870 นั้นนายพอล บรูแนท (Paul Brunat) ผู้ที่ทำงานอยู่ในบริษัทการค้าฝรั่งเศสในโยโกฮาม่าได้เป็นที่ปรึกษา ตลอดจนทำการคัดเลือกสถานที่ที่เหมาะสมแก่การตั้งโรงงานนี้ขึ้นซึ่งก็คือเมืองโทมิโอกะใน จ.กุนมะ นั่นเอง

ด้วยแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ภูมิประเทศที่งดงาม และภูมิอากาศที่เหมาะสม โรงงานไหมโทมิโอกะจึงถูกสร้างขึ้น ณ ที่แห่งนี้ โดยรัฐบาลได้นำเข้าเครื่องจักรอันทันสมัยในยุคนั้นจากประเทศฝรั่งเศสที่มีเครื่องจักรปั่นผ้าไหมกว่า 150 เครื่อง พร้อมกับคนงานที่เป็นผู้หญิงทั้งหมด (ในส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับไหม) ซึ่งนี่นับเป็นต้นแบบแรกของอุสาหกรรมยุคใหม่ที่จะนำพาประเทศพัฒนาสู่ระดับแนวหน้า และถือว่าเป็นโรงงานต้นแบบอันทันสมัยของอุตสหากรรมผ้าไหมญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ตลอดจนการเป็นต้นแบบของการผลิตในระบบ Mass Production แห่งแรงของญี่ปุ่นและดีที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

ภายในโรงงานแห่งนี้นั้นโดดเด่นด้วยอาคารอิฐอันคลาสสิกและเก่าแก่ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมในกลิ่นอายยุโรปผสมผสานกับญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ภายในบริเวณนั้นมีสถานที่ผลิตผ้าไหมดิบครบกระบวนการตั้งแต่การเลี้ยงไหม, การสาวไหมด้วยเครื่องจักร, ตลอดจนการทอผ้าไหมดิบอันทันสมัยในยุคนั้น ซึ่งทุกอย่างนั้นถูกเก็บรักษาและดูแลเป็นอย่างดีมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมยุคใหม่ของญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอีกทั้งยังมีชื่อเสียงในระดับสากล รวมไปถึงสามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลและช่วยให้ญี่ปุ่นพัฒนาก้าวเข้าสู่ประเทศอุตสาหกรรมแถวหน้าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ได้อย่างแข็งแกร่งยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่องผ้าไหมที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงไม่แพ้ทางยุโรปเลยทีเดียว

โรงงานผลิตเส้นใยไหมดิบแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวราว 100 ก.ม. ทำการผลิตเส้นใยไหมดิบคุณภาพสูงเพื่อส่งออกยังตลาดต่างประเทศ เส้นใยไหมญี่ปุ่นนั้นได้รับความนิยมและยกย่องในเรื่องคุณภาพที่ยอดเยี่ยม แต่ถึงอย่างไรธุรกิจธุรกิจเส้นใยไหมของโรงงานแห่งนี้ก็ประสบกับภาวะขาดทุนมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี ค.ศ.1893 นั้นประสบกับภาวะขาดทุนอย่างหนักจนรัฐบาลต้องขายกิจการให้กับกลุ่ม Mitsui Finance Group และในปี ค.ศ.1902 โรงงานแห่งนี้ก็ถูกโอนให้กับ Hara Company ต่อมาในปี ค.ศ.1939 โรงงานแห่งนี้ก็ถูกควบรวมกิจการกับบริษัท Katakura Industries Co., Ltd. ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทผ้าไหมที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นในขณะนั้น ก่อนที่โรงงานผ้าไหมอันเก่าแก่ที่ดำเนินการมายาวนานกว่า 115 ปีนั้นจะถูกปิดตัวลงในที่สุดเมื่อราวเดือนมีนาคม ค.ศ.1987 ... แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังคงถูกเก็บรักษาและดูแลไว้เป็นอย่างดี

และนี่ก็คือจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของญี่ปุ่นที่ก้าวขึ้นสู่หนึ่งในประเทศมหาอำนาจของโลกอย่างในปัจจุบัน

  • Tomioka Diary >>> คนงานหญิงกว่า 400 คนที่มีอายุระหว่าง 15-25 ปี นั้นถูกจ้างมาเป็นแรงงานเพื่อฝึกหัดในเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสาวไหมอันทันสมัยในยุคนั้น สตรีกลุ่มนี้ถือว่าเป็นหนึ่งเบื้องหลังของผู้เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นก็ไม่ผิดนัก เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงงานแห่งนี้นั้นได้รับการบันทึกเป็นไดอะรี่ไว้โดยคุณ Ei Yokota (Wada) ซึ่งเรียกกันว่า Tomioka Diary ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญอันทรงคุณค่าของโรงงานแห่งนี้เลยก็ว่าได้ทีเดียว

---------------------------------------------------------------

โรงงานไหมโทมิโอกะ (富岡製糸場 - Tomioka Silk Mill)

+ ที่ตั้ง : 1-1 Tomioka, Tomioka City, Gunma

+ เวลาเปิดให้บริการ : ทุกวัน 09.00-17.00 น.

+ ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ ¥500, นักเรียนมัธยมปลาย-นักศึกษามหาวิทยาลัย ¥250, นักเรียนมัธยมต้นลงมา ¥150

+ รายการพิเศษ :

  • มีบริการไกด์ทัวร์ภาษาญี่ปุ่น ฟรี โดยแบ่งตามรอบเวลาต่างๆ (โปรดเช็คข้อมูลในเว็บไซต์)
  • ทุกวันพุธ : จะมีการสาธิตการเดินเครื่องจักรสาวไหมอันเก่าแก่ โดยเครื่องนั้นยังทำงานได้เหมือนในอดีต / รอบเวลาการสาธิตนั้นมี 2 รอบ คือ รอบที่ 1 > 10.00-11.30 น., รอบที่ 2 > 14.00-15.30 น.
  • ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ (และวันหยุด) : มีการสาธิตตลอดจนทดลองสาวไหมด้วยมือแบบโบราณอันเป็นกรรมวิธีดั้งเดิม / รอบเวลาการสาธิตนั้นมี 2 รอบ คือ รอบที่ 1 > 10.00-12.00 น., รอบที่ 2 > 13.30-15.00 น.

+ ติดต่อ : 0274-64-0005 / เว็บไซต์ : www.tomioka-silk.jp

+ วิธีเดินทาง :

ช่วงที่ 1

  • > JR East : จากสถานี JR Ueno นั่งรถไฟสาย Takasaki Line ลงสถานี Takasaki (สถานีสุดท้าย)
  • >Shinkansen : นั่งรถไฟความเร็วสูงสาย Joetsu Shinkansen (Tokyo-Niigata) หรือ Nagano Shinkansen (Tokyo-Nagano) ลงสถานี Takasaki

ช่วงที่ 2

  • >Joshin Railway : จากสถานี Takasaki เดินมายังชานชาลาของรถไฟสาย Joshin Line (สถานีต้นทาง) เสร็จแล้วนั่งรถไฟต่อไปลงยังสถานี Joshu-Tomioka แล้วเดินต่ออีกราว 10 นาที

Was this article helpful?

รายงานข้อผิดพลาด

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @Tada Ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น