Noritake Garden

ประวัติศาสตร์แห่งเซรามิกอันน่าหลงใหล

โดย Tada Ratchagit   24 ก.ย. 2557

ตึกอิฐแดงอันเก่าแก่ผสานกับสวนอันงดงามดูจะเป็นความน่าอภิรมย์ที่ชวนหลงใหลไม่แพ้อารมณ์จากการนั่งจิบชาดีๆ เคล้ากับสวนสวยในยามบ่าย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นตัวเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ตลอดจนถ่ายทอดความงามของเซรามิกญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

กว่า 100 ปี มาแล้วสถานที่แห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะที่เป็นโรงงานเซรามิกผลิตผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารในสไตล์ตะวันตกระดับดีเลิศ (Japan’s Finest China) เพื่อที่จะแข่งขันกับทางยุโรป โรงงานแรกนั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1904 ณ บริเวณย่านโนริตาเกะ (Noritake) แห่งเมืองนาโงย่า (Nagoya) จ.ไอจิ (Aichi) ซึ่งนี่เป็นที่มาของชื่อแบรนด์อันบ่งบอกถิ่นกำเนิดได้เป็นอย่างดีทีเดียว ผลิตภัณฑ์ของโนริตาเกะนั้นเป็นเซรามิกประเภทพอร์ซเลน (Porcelain) และโบนไชน่า (Bone China) ซึ่งเป็นเนื้อเซรามิกสีขาว เบาแต่แข็งแกร่ง ไม่ดูดซึมน้ำ คุณภาพดีเยี่ยม ปัจจุบันโนริตาเกะนั้นถือเป็นผู้นำแห่งวงการอุตสาหกรรมเซรามิกญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก นอกจากตึกอิฐแดงของโรงงานเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีจะช่วยสร้างบรรยากาศของสวนสวยแห่งนี้ได้ยอดเยี่ยมแล้วนั้น เราลองแวะไปชมจุดต่างๆ ที่น่าสนใจภายในสวนแห่งนี้กัน

ปล่องไฟทั้ง 6 (Six Chimneys) – ซากปล่องไฟที่มีไม้เลื้อยปกคลุมอย่างสวยงามนั้นถือเป็นอนุสรณ์สำคัญที่ตั้งใจหลงเหลือไว้เพื่อเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ปล่องไฟทั้ง 6 นี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1933 ในช่วงเวลาที่มีการปฎิรูปโรงงานเพื่อการขยายตัวครั้งใหญ่ อันที่จริงแล้วปล่องไฟดั้งเดิมนั้นสูงกว่า 45 เมตร ในยุคก่อนนั้นนอกจากปราสาทนาโงย่าแล้วปล่องไฟนี้ถือเป็นสิ่งก่อสร้างอีกอย่างที่สูงตระหง่านที่สุดในเมืองแห่งนี้เลยทีเดียว ควันขาวที่ลอยพวยพุ่งออกจากปล่องในยุคนั้นบ่งบอกได้ถึงความเจริญของอุตสาหกรรมเซรามิกญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ผลิตภัณฑ์ถูกผลิตขึ้นราว 5.5 ล้านชิ้นต่อปีเพื่อส่งไปจำหน่ายทั่วทุกมุมโลก ในปี ค.ศ.1979 ได้มีการย้ายโรงงานไป ณ สถานที่แห่งใหม่ โรงงานแห่งนี้จึงถูกทุบทิ้งไปบางส่วนซึ่งก็รวมถึงปล่อยไฟอันสูงตระหง่านให้หลงเหลือไว้เพียงฐานปล่องเป็นอนุสรณ์เท่านั้น

กำแพงอนุสรณ์ (Kiln Wall) – บริเวณปล่องไฟทั้ง 6 นั้นก็คือสวนอันสวยงาม แต่ที่โดดเด่นเรียงรายอยู่ด้านข้างนั้น เห็นจะเป็นกำแพงอิฐแดงที่ถูกออกแบบไว้อย่างมีศิลปะ กำแพง Kiln Wall นี้สร้างขึ้นจากรากฐานของโรงงานเซรามิกเดิม โดยขุดเอาซากใต้ดินขึ้นมาในคราวที่จะสร้างสวนแห่งนี้เพื่อมาทำเป็นกำแพงอุทิศให้กับอุตสาหกรรมเซรามิกของญี่ปุ่น สิ่งที่โดดเด่นอยู่บนกำแพงอีกอย่างนั้นก็คือจานพอร์ซเลนที่บรรจุรายชื่อไว้มากมายซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือชื่อผู้ที่สนับสนุนการก่อตั้งกองทุน Noritake Garden Fund นั่นเอง

ป้ายอนุสรณ์และต้นการบูรแห่งพระจักรพรรดิโชวะ (Emperor’s Visit) – เมื่อปลายปีค.ศ.1927 พระจักรพรรดิโชวะ (Emperor Showa) ได้เสด็จเยือนโรงงานแห่งนี้โดยมีนายซาเนะมิตซึ ฮิโรเซะ (Sanemitsu Hirose) ประธานคนที่ 2 ของบริษัทได้ให้การต้อนรับ ในคราวที่พระองค์เสด็จเยือนครานั้นได้มีการสร้างป้ายรำลึกและปลูกต้นการบูรนี้ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ แม้ว่าโรงงานดั้งเดิมนั้นจะถูกทำลายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเกือบหมดสิ้น แต่อนุสรณ์สถานและต้นการบูรนี้ กลับรอดพ้นจากการทำลายล้างได้ราวปาฎิหาริย์ คงหลงเหลืออยู่มาจวบจนถึงทุกวันนี้ในสภาพที่สมบูรณ์

ศูนย์หัตถศิลป์ (Craft Center) – ศูนย์หัตถศิลป์นี้เป็นพิพิธภัณฑ์และสถานที่สาธิตการผลิตงานเซรามิกรวมไปถึงเวิร์คช้อปที่น่าสนใจ บริเวณชั้น 1-2 นั้นเป็นโซนสาธิตการทำเซรามิกให้ชมทุกขั้นตอนตั้งแต่วัตถุดิบที่เริ่มต้นจากหินแร่สีขาว, การขึ้นรูปเพื่อทำเบ้าหลอม, การหลอมเซรามิก, การเผา, ตลอดจนการวาดลวดลายตกแต่งที่ประณิตและวิจิตร ขึ้นไปยังชั้น 3-4 นั้นจะเป็น Noritake Museum ที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์เซรามิกไว้อย่างสวยงาม ซึ่งหลายชิ้นนั้นเป็นผลิตภัณฑ์โบราณหายาก และหลายชิ้นนั้นเป็นผลิตภัณฑ์งานศิลป์อันทรงคุณค่าทีเดียว

นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นภายในบริเวณสวน Noritake Garden ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆ อยู่อีกมากมาย และถ้าหากซึมซับประวัติศาสตร์จนอิ่มใจแล้ว ก็สามารถแวะพักผ่อนหย่อนใจได้ที่โซน Square Café ซึ่งบริเวณนี้มีอาหารไปจนถึงของว่างไว้ให้บริการ และสิ่งที่น่าอภิรมย์มากที่สุดก็คือการนั่งจิบชา Noritake Tea ที่เบลนด์ขึ้นเป็นพิเศษ ในถ้วยชั้นเยี่ยม พร้อมกับทานขนมหวานเคล้าวิวสวนได้อย่างมีความสุขทีเดียว สำหรับใครที่อยากลิ้มลองมื้ออร่อยในบรรยากาศคลาสสิกที่นี่ก็มีภัตตาคาร Kiln ไว้คอยบริการพร้อมอาหารอร่อยๆ มากมาย ก่อนกลับอาจแวะบริเวณ Palette Lifestyle Shop เพื่ออุดหนุนสินคุณภาพเยี่ยมกลับบ้านมากมาย รวมไปถึงคอเล็กชั่นพิเศษต่างๆ โดยเฉพาะคอเล็กชั่นลายการ์ตูนน่ารักๆ ของชุดผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหารที่ทาง Noritake ทำขึ้นพิเศษให้กับ Studio Ghibli ที่สวยงามประณีตน่าใช้

สวนสาธารณะที่เป็นอนุสรณ์แห่งประวัติศาสตร์แหงนี้นั้นทำหน้าที่ตั้งแต่การเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจอันพิเศษสุดไปจนถึงการเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นคุณค่าแห่งนาโงย่าที่ควรมาเยือนทีเดียว

---------------------------------------------------------------

Noritake Garden

+ ที่ตั้ง : 1-36 Noritake-Shinmachi, 3 Chome, Nishi-ku, Nagoya

+ เวลาให้บริการ : สวนสาธารณะ > 10.00-17.00 น. / Craft Center > 10.00-17.00 น. / Square Café 10.00-18.00 น. / Kiln Restaurant > 11.30-22.00 น. / หยุดวันจันทร์

+ ค่าเข้าชม : สวนสาธารณะและพื้นที่โดยรอบ > ฟรี / Craft Center > ผู้ใหญ่ ¥500, เด็กนักเรียนมัธยมปลาย ¥300, เด็กมัธยมต้นลงมาตลอดจนผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป ฟรี

+ เว็บไซต์ : www.notitake.co.jp/mori

+ วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Nagoya Subway สาย H (สีเหลือง) Higashiyama Line มาลงสถานี H07-Kamejima

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

2
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น