นั่งรถไฟไปดูรถไฟ

ที่ The Railway Museum เมืองไซตามะ

โดย Arunee Tansiri   2 มี.ค. 2557

รถไฟญี่ปุ่นเป็นหัวใจสำคัญของระบบการขนส่งมวลชนในประเทศ ทั้งขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและเกี่ยวข้องกับชีวิตคนญี่ปุ่นอย่างแทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เลย จึงอาจกล่าวได้ว่า ชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นนั้นล้วนถูกกำหนดให้เลื่อนไหลไปพร้อมๆ กับตารางเวลาการเดินรถไฟในแต่ละวันเลยทีเดียว

รถไฟจึงผูกพันกับวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นอย่างยิ่งยวด ฉันจึงไม่แปลกใจเลยที่เมื่อได้ย่างเท้าก้าวเข้าไปในพิพิธภัณฑ์รถไฟ ที่เมืองไซตามะ แล้วพบว่า มันเป็นสถานที่อันโอ่อ่าไพศาล ทั้งพร้อมพรักไปด้วยการแสดงเรื่องราวของรถไฟในแต่ละยุคสมัย... เพียงได้สัมผัสฉันก็ได้รู้แล้วว่า รถไฟในประเทศนี้ได้รับการเอาใจใส่อย่างทุ่มเทจากเจ้าของประเทศกันขนาดไหน

พิพิธภัณฑ์รถไฟแห่งนี้ เปิดทำการเมื่อ 2007 ในโอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีของบริษัท JR EAST ตั้งอยู่ที่เขตโอนาริ เมืองไซตามะ ภายในพิพิธภัณฑ์มีสิ่งของที่จัดแสดงอันเกี่ยวข้องกับรถไฟล้วนๆ ทั้งหัวรถจักรไอน้ำ หัวรถจักรดีเซลและรถไฟความเร็วสูง “ซินกันเซ็น” ซึ่งจัดแสดงให้ชมทั้งภายในอาคารและกลางแจ้ง ในอาคารนั้นมีทั้งห้องแสดงการเดินรถไฟสายต่างๆ ประเภทห้องโดยสาร ห้องบังคับ ห้องแสดงและห้องทดลองเทคโนโลยีต่างๆ ของรถไฟ และยังมีเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ทั้งในระดับประเทศและในระดับโลกที่นำมาแสดงอีกมากมาย

...แต่ในบรรดาทั้งหมดนั้น ส่วนที่ทำฉันอึ้งทึ่งที่สุด คือ การได้เห็นบอร์ดนิทรรศการรถไฟของการรถไฟไทยในนี้ด้วย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ฉันอยากชวนใครๆ ให้มาเยือนและร่วมชื่นชมความใส่ใจของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วยกันได้อย่างไรเล่า

การไปชมพิพิธภัณฑ์นี้ก็ไม่ยากลำบากอะไรเลย จากโตเกียวนั่งรถไฟ JR มาลงที่สถานีโอมิยะ แล้วขึ้นสาย New Shuttle ไปลงที่สถานี Tetsudo Hakubutsukan แล้วเดินอีกเพียงหนึ่งนาทีก็ถึง The Railway Museum แล้ว ซึ่งหากคุณเป็นผู้โดยสารได้นั่งรถไฟญี่ปุ่นมาก็มากแล้ว หากอยากลองมาเป็นคนขับเอง หัดขับรถไฟจำลองดูบ้าง พร้อมกับเรียนรู้กฎจราจรของการเดินรถไฟด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ อย่างที่ฉันทำมาแล้วในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับฉัน...พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไม่ได้เป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับคนรักรถไฟแต่เพียงกลุ่มเดียวเท่านั้น แต่ยังเหมาะมากสำหรับมนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้ที่รักการเรียนรู้ เพราะคนเราหากได้รู้จักอดีตอันเป็น “ที่มา” ของตน ก็ย่อมจะอยู่กับปัจจุบันอย่างเข้าใจ แล้วย่อมรู้ “ที่ไป” ในอนาคตเช่นกัน

เขียนโดย Arunee Tansiri
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น