ศิลปะ ณ คันไซ

เวทีแห่งความร่วมสมัย ณ National Museum of Art, Osaka

โดย Tada Ratchagit   13 เม.ย. 2557

ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปดูงานศิลป์ด้านในพิพิธภัณฑ์ ผมก็ต้องสะดุดกับประติมากรรมศิลป์ด้านนอกเสียก่อนแล้ว เพราะการถักประสานกันของโครงเหล็กด้านนอกนั้นมันช่างโดดเด่นดึงดูดใจเสียจริงๆ

แรกเริ่มเดิมทีนั้นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งโอซาก้าอันปัจจุบันนี้เกิดขึ้นจากพิพิธภัฑณ์ศิลปะ The Expo Museum of Fine Arts อันถือเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะกึ่งถาวรที่สร้างขึ้นเพื่องาน Expo’70 ในคราวที่โอซาก้าได้เป็นเจ้าภาพจัดงานอันยิ่งใหญ่ระดับโลกครั้งแรกของเอเชียนั่นเอง ต่อมาภายหลังจากจบงานนั้นทางเมืองโอซาก้าจึงได้ประกาศเปิดตัวพิพิธภัณฑ์นี้เป็นการถาวรในปี ค.ศ.1977 อันเป็นส่วนหนึ่งของ Expo Commemoration Park (โซนถาวรที่ไม่ถูกรื้อถอนหลังงาน Expo’70 จบลง) โซนอันเป็นที่ระลึกของการจัดงานอันยิ่งใหญ่นั่นเอง

แต่แล้วด้วยสถานที่ที่ไกลจากตัวเมืองมากพอสมควร ทำให้เดินทางลำบากและผู้คนมาชมน้อย อีกทั้งยังขาดงบประมาณในการสนับสนุนที่เพียงพอจนทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ ทำให้อาคารจัดแสดงนั้นทรุดโทรมลงจนต้องตัดสินใจรื้อถอนทิ้งในที่สุด และพิพิธภัณฑ์ศิลปะดังกล่าวก็ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นการถาวรในช่วงต้นปี ค.ศ.2004

ผลงานศิลปะทั้งหมดนั้นยังคงถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีและได้มีการย้ายมาจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์ศิลปะหลังใหม่แห่งนี้ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้าด้วยวัตถุประสงค์ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับพิพิธภัณฑ์ศิลปะเดิมที่ถูกปิดไป แล้วก็เปิดตัวในชื่อใหม่ว่า National Museum of Art, Osaka นั่นเอง โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างเสร็จและเปิดตัวต่อในปี ค.ศ.2004 ทันที เพื่อเป็นศูนย์กลางแห่งการจัดแสดงศิลปะร่วมสมัยของเมืองโอซาก้า และด้วยอัตลักษณ์อันโดดเด่น ประกอบกับการจัดการพิพิธภัณฑ์ด้วยมาตรฐานที่ดีเยี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติแห่งเมืองโอซาก้านี้ก็ก้าวขึ้นมากลายเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่นอย่างรวดเร็วในทันทีเช่นกัน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะ National Museum of Art, Osaka แห่งนี้โดดเด่นตั้งแต่สถาปัตยกรรมอาคารอย่างที่ผมได้เกริ่นในตอนต้นไป ซึ่งนี่ถือเป็นงานประติมากรรมอาคารชิ้นเยี่ยมไปในตัว แท่งเหล็กที่สอดประสานกันอย่างสวยงามโดดเด่นนั้นมักจะเป็นที่ตั้งคำถามของคนที่พบเห็นเสมอว่ามันคืออะไรกันแน่ ... แน่นอนล่ะ ผลงานศิลปะมักทิ้งให้คุณตีความ ... แต่หนึ่งในข้อมูลประกอบจินตนาการนั้นก็คือแรงบันดาลใจของงานนี้นั่นเอง ซึ่งโครงเหล็กที่สอดประสานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นกกที่พริ้วไหวลู่ไปลมนั่นเอง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งมั่งคง อันอาจสื่อถึงศิลปะที่เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัยแต่ทว่ามันก็ยังคงมีพลังในการสื่อสารอย่างแข็งแกร่งอยู่เช่นเคย

สำหรับตัวพิพิธภัณฑ์จริงๆ นั้นอยู่ชั้นใต้ดินนี่เอง มีความลึกถึง 3 ชั้น พื้นที่จัดแสดงงานนั้นมีหลายส่วนมากมาย จัดแสดงทั้งงานศิลปะถาวร และศิลปะหมุนเวียนที่มีศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งจากศิลปินญี่ปุ่นเองไปจนถึงศิลปินจากทั่วโลกหมุนเวียนกันมาอย่างสม่ำเสมอ โดยพื้นที่ทั้งหมดนั้นออกแบบโดย César Pelli สถาปนิกชาวเอเจติน่า-อเมริกันอันโด่งดังซึ่งเขาเคยออกแบบอาคารสำคัญๆ อันโดดเด่นของโลกมามากมาย อาทิ World Financial Center ที่แมนฮัตตัน (บริเวณโซนอันเป็นที่ตั้งของอดีตตึกแฝด World Trade Center) หรืออาคารที่เอกลักษณ์โดดเด่นและเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกอย่างตึกแฝด Petronas Twin Towers ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นั่นเอง

ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่โลกภายนอก ผมสัมผัสได้ถึงการซึมซับแรงบันดาลใจและก่อเกิดพลังสร้างสรรค์ในตัวได้เป็นอย่างดีทีเดียว มันทำให้ผมนึกถึงวลีดีๆ ที่ท่านศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะไทยร่วมสมัยหยิบเอาปรัชญากรีกโบราณที่ท่านชื่นชอบมาสั่งสอนลูกศิษย์เสมอๆ

ARS LONGA VITA BREVIS

“ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”

National Museum of Art, Osaka (国立国際美術館)

ที่ตั้ง : 4-2-55 Nakanoshima , Kita-ku, Osaka City, Osaka

เปิด-ปิด : 10.00-17.00 น., เฉพาะวันศุกร์ 10.00-19.00 น. (หยุดวันจันทร์)

ติดต่อ/ข้อมูลเพิ่มเติม : 06-6447-4680, www.nmao.go.jp

ค่าผ่านประตู : ผู้ใหญ่ ¥420 / นักเรียน-นักศึกษา ¥130 / เด็ก (ต่ำกว่า 18 ปี) และผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ฟรี

ค่าผ่านประตูพิเศษเพิ่มเติม : แล้วแต่นิทรรศการที่จัดแสดงพิเศษ

วิธีเดินทาง : นั่นรถไฟใต้ดิน Osaka Subway สาย Y–Yotsubashi Line ลงสถานี Y12–Higobashi / JR Osaka Loop Line ลงสถานี Fukushima

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
1
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

เข้าร่วมการสนทนา

Sathorn Preechavuthinant หนึ่งปีมาแล้ว
แอบน่าไปเหมือนกันนะเนี่ย ว่าแต่ทำไมค่าเช้าชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ต้อง 420 เยน แล้วพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ต้อง 600 เยนด้วย เท่าที่สังเกตุมาห้าๆ คำลงท้ายบทความเก๋มากครับพี่ ถ้าไม่มีคำลงท้ายเท่ห์จากอ.ศิลป์ผมไม่ Rate ให้ ห้าดาวหรอกนะ แต่รูปสวยวะพี่ น่าไปๆๆๆๆ