Shushi Dai ดาวเด่นแห่งซึคิจิ

กับสุดยอดซูชิอร่อยลืมโลก

โดย Tada Ratchagit   5 เม.ย. 2557

ก่อนอื่นผมต้องขอบอกว่าผมน่ะเป็นคนไม่ชอบทานปลาดิบเอาซะเลย แต่ Shushi Dai ถือเป็นร้านแรกที่ทำให้ผมรู้สึกว่า...โอ้ว! ความอร่อยของปลาดิบที่แท้จริงมันเป็นอย่างนี้นี่เองรึ

ราวขึ้นสวรรค์ ... ความอร่อยที่ไม่ได้โม้นี้คุณก็สามารถสัมผัสเหมือนกับผมได้เช่นกัน ซึ่งร้านชูชิที่ว่านี้ก็คือร้านยอดนิยมแห่งตลาดปลาซึกิจิที่โด่งดังไปทั่วโลกนั่นเอง นอกจากที่จะถูกสื่อเล็กสื่อใหญ่ในระดับสากลรวมไปถึงหลากหลายสื่อในบ้านเราหยิบมาแนะนำกันมากมายแล้ว ซูชิที่นี่ก็ยังถูกคนญี่ปุ่นยกย่องว่าเป็นหนึ่งในร้านซูชิที่ดีที่สุดของโตเกียวอีกด้วย

ความยอดเยี่ยมนั้นอาจไม่ได้วัดกันเพียงแถวยาวเหยียดหน้าร้านที่ต้องรอคิวกันโดยเฉลี่ย 3 ชม. (เริ่มมีผู้คนทยอยมาจองแถวต่อคิวกันตั้งแต่ราวๆ ตี 4 เลยทีเดียว) เพียงเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงคะแนนของความพิถีพิถันในการการคัดเลือกวัตถุดิบโดยเฉพาะปลาที่สดใหม่ บวกกับความอร่อยในตำรับเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แล้วก็บวกกับความประณีตในการบรรจงทำซูชิแบบคำต่อคำเพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้าแต่ละคน แถมตบท้ายด้วยคะแนนความประทับใจของความเป็นกันเองของเชฟตลอดจนพนักงานร้าน ไปจนถึงการมีมิตรสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าต่างชาติไม่ว่าจะชาติใดก็ตาม นั่นทำให้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ... จะกลับมาทานอีกรอบอย่างแน่นอน

ด้วยตัวร้านที่มีขนาดเล็กและมีที่นั่งรอบละ 10 กว่าคนเท่านั้นทำให้ความอร่อยที่นี่ต้องรอคอยกันสักนิด สำหรับเมนูซูชิเซ็ตที่ให้เราเลือกนั้นมีอยู่ 2 แบบ ด้วยกัน ซึ่งก็คือ Jyou Set กับซูชิ 7 ชิ้น (สนนราคา 2,500 เยน) กับ Omakase Set ซูชิ 10 ชิ้นโดยเชฟจะเป็นผู้เลือกให้ แล้วให้เราเลือกตามใจชอบได้อีก 1 ชิ้น (สนนราคา 3,900 เยน) ซึ่ง Omakase Set นี้เราจะได้ทานจากฝีมือเชฟเจ้าของร้านโดยตรงที่ขอบอกว่าคุ้มค่าคุ้มราคาทีเดียว

แน่นอนว่าเมนูพระเอกของร้านนี้ก็คือ Otoro หรือปลาทูน่านั่นเอง ซึ่งปลาทูน่าสดใหม่นั้นจะถูกแร่เนื้อชิ้นบางแปะลงบนข้าวปั้นเนื้อนุ่มพร้อมทาซอสสูตรพิเศษของทางร้าน เรียกได้ว่าเป็นคำแรกของการต้อนรับที่ใครๆ ต่างก็หลงใหลรวมถึงตัวผมที่รู้สึกถึงความอร่อยแบบกำลังละลายในปากที่ใครๆ หลายคนเคยพูดถึง พร้อมกับความรู้สึกที่ผุดขึ้นในหัวทันทีว่า ... ไม่รู้สึกถึงการกินปลาดิบเลยจริงๆ ... เนื้อปลาทูน่าที่ดีนั้นต้องมีมันแทรกกำลังเหมาะ ความสดใหม่ ไร้กลิ่นคาว พร้อมรสหวานในแบบธรรมชาติจากเนื้อปลานั้น เข้ากันได้ดีกับข้าวปั้นสูตรพิเศษ เนื้อปลาที่นุ่มลิ้นไม่เหนียวนั้นทำให้เรากัดปลาและใช้ลิ้นสัมผัสมันได้อย่างอ่อนละมุนราวขึ้นสวรรค์ ... ขอย้ำอีกครั้ง ไม่รู้สึกกว่ากำลังกินความหยึ๋ยของของคาวแบบที่เคยรู้สึกมาในครั้งก่อนๆ เลยจริงๆ

หลังจากเนื้อปลา Otoro นั้นก็มีซูชิหน้าปลาดิบประเภทต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ปลาส่วนใหญ่นั้นมีเฉพาะน่านน้ำญี่ปุ่นซึ่งการได้ชิมรสชาติแบบสดใหม่นั้นต่างจากปลาดิบที่ขนส่งไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกแน่นอน ... เมนูเกือบจะปิดท้ายอีกเมนูที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษนั้นเห็นจะเป็นไข่หวานสูตร Sushi Dai ซึ่งผมว่าไข่หวานในตำรับพิเศษเฉพาะตัวนี้มีความอร่อยไม่เหมือนใคร วัตถุดิบที่นำมาผสมผสานนั้นเป็นสูตรเฉพาะตัวที่ให้รสชาติแปลกกว่าใคร กรรมวิธีที่พิถีพิถันในการทำไข่หวานนั้นถ่ายทอดออกมาทางรสชาติได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว ... อ้อ! แถมท้ายอีกเมนู สำหรับเมนูนี้ไม่ใช่ซูชิสูตรไหนๆ แต่ทว่ามันคือซุบมิโซะแสนอร่อยที่เสิร์ฟให้ฟรีไม่อั้นตามที่เราต้องการระหว่างการกินซูชินั่นเอง ซุปนี้เป็นสูตรโฮมเมดครับ มีรสชาติของน้ำซุปเฉพาะตัว ใส่หอยลงไปแบบไม่หวงวัตถุดิบ เหมาะสำหรับการซดแกล้มซูชิเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะ

Sushi Dai นั้นทำให้ทัศนคติและประสบการณ์การกินปลาดิบของผมเปลี่ยนไปจริงๆ ... ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมร้านอาหารร้านนี้ถึงโด่งดังระดับโลกและมีผู้คนมากหน้าหลายตาแวะเยือนมาชิม ... ก็อาหารที่อร่อยน่ะ อาจไม่ได้อยู่ที่รสชาติและรสมือเพียงอย่างเดียวน่ะสิ ... มิตรภาพ รอยยิ้ม ความจริงใจ และไมตรี เป็นเสมือนเคล็ดลับเครื่องชูรสที่ทำให้อาหารนั้นออกรสอร่อยได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ซึเก้ ... โออิชี่ ... แอนด์ อริกาโต้โกะไซมัส

ขอบคุณครับ ... แล้วผมจะกลับมาเยือนอีก

ที่ตั้ง : ตึกแถวซอยหมายเลข 6 บริเวณด้านหน้าตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market) โซนด้านใน

เปิด-ปิด : 05.00-14.00 น. ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดของตลาดปลา

เมนู : มีให้เลือก 2 แบบ คือ 1.Jyou Set ซูชิ 7 ชิ้น ราคา 2,500 เยน และ 2.Omakase Set ซูชิ 11 ชิ้น ราคา 3,900 เยน

วิธีเดินทาง :

>วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย H-Hibiya Line (สีเทา) ลงสถานี H10-Tsukiji ทางออก 1 (Exit 1) เสร็จแล้วเดินไปตามถนนอีกราว 5-10 นาที จนถึงตลาดปลาซึกิจิ

>วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟใต้ดิน Toei Line สาย E-Oedo Line (สีชมพู) ลงสถานี E18-Tsukijishijo ทางออก A1) แล้วเดินไปยังจนถึงตลาดปลาซึกิจิ

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
4
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

เข้าร่วมการสนทนา

Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Sathorn Preechavuthinant กว่าผมจะได้กินก็เดินผ่านร้านนี้มาหลายปีไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแล้วครับ ^^ คือเป็นคนไม่กินปลาดิบด้วยก็เลยไม่สนใจสักเท่าไร จนมาปีนี้แหละที่ผมต้องไปลอง เนื่องจากต้องเอามาเขียนงาน ความรู้สึกนี่ต่างจากคนอื่นที่รอคิวเลย 555 เพราะผมกลัวการกินปลาดิบพอควร (เคยลองกี่ครั้งกี่ครั้งก็ไม่รอดซ้ากที) กลัวว่าจะกินไม่ได้นี่สิ แต่ไหนไหนก็ต้องลองเพื่องาน สู้เว้ย!!! 555 ... หลังจากต่อแถวรอไป 3 ชั่วโมงกว่าๆ แล้วได้ชิมซูชิคำแรก ขอบอกว่ามันลบภาพจำในประสบการณ์ที่ไม่ดีหมดสิ้นไปเลย ... อร่อยมากกกจริงๆ (ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะบริการที่ดีเยี่ยมและเป็นกันเองของร้านด้วย) ไม่รู้สึกถึงความคาวเลยสักชิ้น ได้ความอร่อยกลบไปซะหมด ... คุ้มค่าแก่การรอคิวมากครับ (ปล.ไปสัก 7 โมงกำลังดี สำหรับคนที่ขี้เกียจตื่นเช้านะ) ... ควรลองอย่างยิ่ง ผมยังฟินเลย 555
Sathorn Preechavuthinant หนึ่งปีมาแล้ว
ผมเดินผ่านแต่รอต่อคิวไม่ไหวเพราะมีแผนไปที่อื่นต่อ เลยกินที่ร้านใกล้ๆ ไม่ฟินเท่าที่ควร ได้คุยกับชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่อเมริกาเค้าบอกว่าซูชิได is a lot BETTERRRRRRRRRRRR(ลากเสียงยาว) ครั้งหน้าจะตื่นตีสามไปต่อคิวให้ได้
Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Suparkorn Netvijit ราคาโหดแล้วก็ความสดน้อยกว่า นี่เป็นครั้งแรกเลยครับที่ผมรู้สึกว่าปลาดิบนี่มันอร่อยอย่างนี้นี่เอง 555 อร่อยมากจริงๆ ไปลองให้ได้นะครับ :)
Suparkorn Netvijit หนึ่งปีมาแล้ว
บรรยายได้เห็นภาพจนท้องร้องเลยค่ะ อยากทานOtaroสดๆมากๆ เมืองไทยราคาโหดมากจริงๆค่ะ