Kyoto International Manga Museum

สวรรค์ของสาวกมังงะ

โดย Supakarn Sunthonthammas   4 พ.ค. 2557

ตอนเด็กๆเวลาอ่านการ์ตูนเคยถูกผู้ใหญ่ดุแล้วไล่ให้ไปอ่านหนังสือเรียนไหมคะ? ฉันถูกพูดกรอกหูตั้งแต่เด็กว่าหนังสือการ์ตูนเป็นของไร้สาระ ทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ความบันเทิงจากการอ่านหนังสือการ์ตูนที่ดูจะไร้สาระในสายตาของใครหลายคน กลับเป็นความสนุกที่มีสาระสำหรับฉัน จนพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ฉันรู้จักประเทศญี่ปุ่นและความเป็นญี่ปุ่นผ่านหน้าหนังสือการ์ตูนนี่แหละ

หากเราสังเกตกันดีๆ เนื้อหาในการ์ตูนญี่ปุ่นนั้น ได้สอดแทรกประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและค่านิยมของคน รวมไปถึงวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นเข้าไปได้อย่างแยบคาย จากคนที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเกาะเล็กๆในมหาสมุทรแปซิฟิคแห่งนี้ ครั้นได้หยิบหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นมาอ่านเพียงไม่กี่เล่ม ฉันเชื่อว่า เขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน มหาวิทยาลัยเกียวโตไซกะเอง ก็เล็งเห็นถึงพลังที่แฝงอยู่ในวัฒนธรรมมังงะและเชื่อว่าอิทธิพลของมังงะ สามารถทำให้คนทั่วโลกรู้จักและชื่นชอบประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย ทางมหาวิทยาลัยจึงเสนอแผนการเปิดพิพิธภัณฑ์ที่รวมรวมหนังสือการ์ตูนยอดนิยมแต่ละยุคสมัยเอาไว้ในที่เดียว เมื่อได้รับการสนุบสนุนจากทางรัฐบาล จึงได้จัดตั้ง Kyoto International Manga Museum หรือพิพิธภัณฑ์มังงะแห่งนี้ขึ้น ในปี 2006 

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นแรก เมื่อเดินเข้ามาจะเป็นโซนขายของที่ระลึกที่อาจทำให้สาวกมังงะกระโจนเข้าใส่ โซนนี้มีโมเดลจากการ์ตูนดังๆ เช่น โคนัน,One Piece, Dragon Ball จัดแสดงอยู่ (เป็นโซนเดียวที่อนุญาตให้ถ่ายภาพได้) ทั้งยังมีหนังสือการ์ตูนหน้าสีแบบ Limited Edition ไว้ยั่วน้ำลายและเงินในกระเป๋าตั้งแต่ทางเข้ากันเลยทีเดียว ถัดเข้ามา เป็นโซนหนังสือนานาชาติ ที่รวบรวมการ์ตูนที่ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ(มีภาษาไทยด้วย)เอาไว้ ใครว่าโอตาคุจะมีแค่คนญี่ปุ่น หรือเอเชียหัวดำ ลองมาที่นี่ คุณจะเห็นชาวต่างชาตินั่งกันหน้าสลอน บางคนใส่เสื้อยืดกรีนลายการ์ตูนเรื่องโปรดมาเลย! ด้านในสุดเป็นโซน Shonen Manga หรือการ์ตูนสำหรับผู้ชาย สำหรับสาวกการ์ตูนแนวต่อสู้เลือดสาด มิตรภาพลูกผู้ชาย และแนวแฟนตาซี 

ชั้นสอง เป็นโซนที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ฉันที่สุด เพราะมันรวบรวมการ์ตูนดังๆ ตั้งแต่ปี 1945-2005 เอาไว้ โดยจัดเรียงบนชั้นที่ถูกออกแบบให้เดินเป็นวงกลม ไม่น่าเชื่อว่าการ์ตูนที่เราอ่านๆกันอยู่บางเรื่องนั้น แต่งขึ้นตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยังเป็นวัยกระเตาะอยู่เลย โซนตรงกลางเป็นนิทรรศการให้ความรู้เส้นทางอาชีพนักเขียนการ์ตูนและแนวคิดการวาดการ์ตูนแบบต่างๆ ถัดไปด้านในสุด เป็น Shojo Manga หรือการ์ตูนสำหรับผู้หญิง อาทิ การ์ตูนตาหวาน รักวัยใสทั้งหลาย เป็นต้น และชั้นบนสุด เป็นโซนหนังสือสำหรับเด็ก

หากมาเกียวโต ลองล๊อคตารางเที่ยวช่วงบ่ายสักวันเพื่อมาชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ รับรองว่าคุ้มค่าแก่การมาเยือนแน่นอน

วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดินสถานี Karasuma-Oike เดินต่อมาสองนาที

เขียนโดย Supakarn Sunthonthammas
JapanTravel พาร์ทเนอร์

แสดงความคิดเห็น