เส้นทางเดินป่า คุรามะ–คิบุเนะ

ความเขียวชะอุ่มปลายฤดูฝนบนเส้นทางสายบริสุทธิ์

โดย Tada Ratchagit   21 ต.ค. 2557

ผมกำลังเดินสูดอากาศบริสุทธิ์บนผืนป่าที่แสนบริสุทธิ์อีกแห่งหนึ่งเกียวโต

กิจกรรมเดินป่านั้นอาจดูเหนื่อยและหินสำหรับบางคนที่มองว่าการท่องเที่ยววิธีนี้ต้องใช้ความสามารถและพละกำลังมหาศาล แต่มันจะตรงกันข้ามหากคุณรักธรรมชาติ มีจิตใจที่อยากจะสัมผัสผืนป่า สูดความสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์ และทิ้งตัวไปกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่โผล่มาให้เราเข้าไปทำความรู้จักตลอดเส้นทาง ... การเดินป่าของผมอาจจะแตกต่างจากนักเดินป่าอาชีพทั่วไปอยู่บ้าง (หรือนักเดินป่าที่ทุกคนวาดภาพไว้ในหัว จากที่เคยเห็นในทีวี) อาจเป็นเพราะเส้นทางที่ผมชอบเดินนั้นเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติแบบง่ายๆ ไม่สมบุกสมบันนัก (แต่ก็เรียกเหงื่อได้พอประมาณ) แล้วก็ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากก็สามารถเดินเข้าสู่โลกของธรรมชาติได้อย่างสบายๆ ... กิจกรรมเดินป่าสำหรับผมมักแทรกตัวเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจเสมอ มีน้อยครั้งที่ผมจะตั้งใจเพื่อไปเดินป่าจริงๆ ซึ่งการเดินป่าส่วนใหญ่นั้นมักเกิดจากความบังเอิญ ... ใช่! คราวนี้ก็บังเอิญ

หลังจากฝนปลายฤดูแวะมาพรมให้ภูเขาคุรามะชุ่มชื่นสักครู่ใหญ่ก่อนที่จะฝนจะค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่ผมตัดสินใจขึ้นไปเยือนวัดคุรามะที่บนยอดเขา (เป็นวันที่ผมไม่ได้เช็กอากาศล่วงหน้าเสียด้วยสิ) เดินชมวัดสักพักก็เตรียมตัวที่จะลงสู่ด้านล่างด้วยรถรางอย่างที่ขึ้นมา แต่อะไรดลใจก็ไม่ทราบ ทำให้ผมอยากลองเดินไปที่ด้านหลังวัดดู ซึ่งพ้นจากประตูวัดนั้นก็คือป่าผืนใหญ่อันร่มรื่นนั่นเอง

ลองเดินไปสักหน่อย ... ขอแค่สัก 100 เมตร แล้วค่อยกลับก็ได้ ไหนไหนก็มาแล้ว (ผมคิดในใจ)

ระหว่างที่เดินป่านั้นผมก็เริ่มคุ้นเคยกับภาพบางภาพ มุมบางมุม ที่เคยเห็นมาก่อนหน้า ภาพเหล่านี้ก็คือภาพที่ปรากฏอยู่ในป้ายหรือเอกสารแนะนำการเดินป่าของทางวัดที่เป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งผมไม่เข้าใจนั้นเอง ... ทางเดินถูกทำไว้อย่างสะดวกสบายแต่ก็ไม่ทำร้ายธรรมชาติมากนัก ระหว่างทางในวันนี้มีผู้คนบางตามาก (อาจเป็นเพราะฝนตก) แต่เท่าที่สังเกตหลายคนแต่งตัวคล้ายๆ ผม คือแต่งตัวเหมือนเดินเล่นช้อปปิ้งอยู่ในเมือง เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ดีหน่อยมีรองเท้าหุ้มข้อ แต่ก็ไม่ใช่รองเท้าสำหรับเดินบนเส้นทางขรุขระลาดชันเท่าไรนัก ... ทุกคนล้วนแต่บัญเอิญ ผมคิดว่าอย่างนั้น

เดินขึ้นเขาไปพักใหญ่ (หลังจากที่ผ่านจุดที่คิดว่าตัดสินใจจะวกกลับอยู่หลายครั้ง) ก็ดันมาถึงส่วนที่น่าจะเรียกได้ว่ายอดเขา เพราะตรงจุดนี้เป็นเนินราบกินพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่บนพื้นนั้นเต็มไปด้วยรากไม้ที่ชอนไชสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ... ใช่แล้วล่ะ นี่คือภาพที่ผมเห็นเมื่อสักครู่ก่อนขึ้นมา และจำได้แม่นยำที่สุด ... ตรงจุดนี้ก็คือ Kinone Michi อันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นจุดที่รากไม้ของสนเขาเก่าแก่หลายต้นชอนไชไปมาบนพื้นดินจนเกิดเป็นพื้นผิวที่งดงามตามธรรมชาติ ... บริเวณนี้เริ่มมีคนหนาตาเดินผ่านมาเรื่อยๆ ... น่าจะเป็นจุดสูงสุดของเส้นทางแล้วล่ะ

ในขณะที่ผมกำลังยืนชมความสวยงามของธรรมชาติสักพักและเตรียมกลับลงทางเดิมที่ปีนขึ้นมานั้น ... อยู่ๆ ฝรั่ง 3 คน ก็โผล่ขึ้นมา ณ ดงรากไม้ยักษ์กลางป่าใหญ่ ... เห้ย! นี่มันฝรั่งกลุ่มที่ลงสถานีก่อนหน้าเรานี่หว่า ... เราไม่ได้รู้จักและทักกัน แต่สายตาเพียงชั่วครู่ของผมและฝรั่งกลุ่มนั้นต่างจ้องกันและคงคิดในใจว่า “มาเจอกันบนนี้ได้ยังไงเนี้ยะ” ... แน่นอนว่าความคิดผมแอบคิดไปไกลกว่านั้นว่าเส้นทางนี้น่าจะเชื่อมไปยังอีกสถานีฝั่งหนึ่งแน่ๆ ... แต่ไปยังไง สถานีไหน ปลายทางคืออะไร ผมไม่รู้ (แต่ทั้งสามคนน่าจะรู้)

ผมตัดสินใจไม่วกกลับทางเดิม และมุ่งหน้าตามชายคนหนึ่งไปในอีกเส้นทางหนึ่งที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะพาไปไหนและไปทางไหน และเป็นเส้นทางเดียวกับที่ฝรั่งทั้งสามคนเดินมาหรือเปล่า ... ไม่มีทางเลือก แต่มีคนข้างหน้าเป็นผู้กล้านำทาง ... คิดเพียงว่าถ้าหลงก็เดินกลับมาทางเดิม น่าจะโอเค

การเดินป่าของผมนั้นเริ่มช้าลงเรื่อยๆ ช้าลงเรื่อยๆ ช้าลงเรื่อยๆ ไม่ใช่เพราะว่าปีนเขาที่สูงชันขึ้น ตรงกันข้ามมันเป็นทางลงเขาแทบทั้งสิ้น ที่ช้าลงนั้นก็เพราะว่าธรรมชาติสองข้างทางนั้นสวยจนชะลอการเคลื่อนที่ของผมได้อยู่หมัด สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปวิวสวยๆ รักความสบาย เส้นทางนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบนัก แต่สำหรับคนที่รักต้นไม้ รักธรรมชาติ รักพืชพรรณ ผมว่าเส้นทางนี้เหมาะกับคุณ ... เฟิร์นป่าต้นสมบูรณ์ มอสเขียวครึม เห็ดแปลกหน้าแปลกตา ดอกไม้เล็กๆ ที่ชูช่อ และอีกหลายต่อหลายต้นเป็นธรรมชาติที่ปรากฎให้ผมหยุดดูตลอดทาง ... เพื่อนร่วมทาง (ที่น้อยนิด และนานๆ มาที) เดินผ่านผมไปคนแล้วคนเล่า คนที่เริ่มต้นเดินพร้อมๆ กันกับผมอาจจะถึงปลายทางแล้วก็ได้ แต่ผมก็ยังคงชะลอตัวเองเพื่อชมความงามของธรรมชาติระหว่างทางต่อไป

นอกจากพืชพรรณและดอกไม้สวยงามแปลกตาแล้ว ระหว่างเส้นทางเดินป่านี้ยังมี ศาลเจ้า ใหญ่อยู่ท่ามกลางป่าเขาให้เราแวะไปสักการะและพักผ่อนระหว่างทางอีกด้วย ศาลเจ้าโบราณที่อยู่ท่ามกลางความสงบเงียบนั้นสัมผัสได้ถึงพลังบุญอันมหาศาล ... แวะนั่งพักที่ศาลเจ้าสักครู่แล้วจึงเดินต่อ ... ป่าสนจนกระทั่งไลเคนสีเขียวอ่อนกระทบแสงระยิบระยับนั้นทำให้ผมหลงใหลการเดินป่าครั้งนี้อย่างบอกไม่ถูก

น่าจะใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมงได้ ผมก็ลงมาถึงตีนเขาอีกฝั่งหนึ่งซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน … แต่เสียงสามสาวที่กำลังถ่ายรูปอยู่ตรงสะพานข้ามน้ำตกเล็กๆ และลำธารด้านล่างพร้อมภาพชุมชนย่อมๆ นั้นก็พอจะทำให้ผมอุ่นใจขึ้นมาได้บ้างว่าเรารอดแล้วล่ะ ไม่หลงป่าแน่นอน

ในใจคิดว่านี่คืออีกมุมของหมู่บ้านคุรามะที่เราขึ้นเขามาเมื่อสักครู่แน่ๆ เพราะตรงด้านหน้านั้นเป็นเส้นทางขึ้นวัดที่อาจดูคล้ายกันอยู่ ... ผมเดินเล่นที่หมู่บ้านริมลำธารซึ่งเรียงรายไปด้วยร้านอาหารบรรยากาศดี สลับกับศาลเจ้าหลายแห่ง อย่างมีความสุข ก็จะเดินไปเห็นภาพโรงแรมที่ตั้งอยู่ริมน้ำตกซึ่งเป็นภาพที่เคยคุ้นตา ใช่แล้วล่ะ เพิ่มเคยเขียนรีวิวถึงที่นี่เมื่อไม่นานมานี้

แต่ที่นี่คือที่ไหน?

มารู้ตัวอีกทีก็พบว่าหมู่บ้านเล็กๆ อันมีเสน่ห์นี้ก็คือคิบุเนะ (Kibune) หนึ่งในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอันมีชื่อเสียงของเกียวโตที่อยู่กลางป่า ... และมันเป็นเมืองเล็กๆ ที่ผมเดินข้ามเขามาจากฝั่งคุรามะซึ่งอยู่คนละฝากของอีกตีนเขา

อ้าว! จะกลับยังไงละเนี้ยะทีนี้

---------------------------------------------------------------

เส้นทางเดินป่าคุรามะ (Kurama) – คิบุเนะ (Kibune)

+ ที่ตั้ง : Kurama Mountain, Sakyo-Ku, Kyoto

+ เวลาเปิดให้เดินป่า : ทุกวัน 09.00-16.30 น. (เวลาโดยประมาณ / ตามเวลาเปิด-ปิดของวัด

+ ค่าเข้าชม : ฟรี

+ ติดต่อ : +81-75-741-2003 / เว็บไซต์ : www.kuramayama.net (ภาษาญี่ปุ่น)

+ วิธีเดินทาง : ใช้บริการรถไฟฟ้าของ Eizen Electric Railway สาย Kurama Line โดยเริ่มต้นจากสถานีต้นทางในเกียวโต Demachiyanagi Station (E01)

> สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นจากวัดคุรามะ : นั่งมาลงสถานีปลายทาง Kurama Station (E17) แล้วเริ่มเส้นทางจากวัดคุรามะ

> สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นจากคิบุเนะ : นั่งมาลงสถานี Kibune-Guchi Station (E16) หลังจากนั้นต่อรถเมลล์เข้าไปยังคิบุเนะอีกราว 3 ก.ม. แล้วจึงเริ่มเดินจากทางขึ้นเขาซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับศาลเจ้าคิบุเนะ (Kibune Shirne)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น