พระราชวังเกียวโต

ความงดงามของพระราชวังหลวงเดิมแห่งเมืองหลวงอันเก่าแก่

โดย Tada Ratchagit   10 พ.ย. 2557

เกียวโตนั้นเป็นอดีตเมืองหลวงอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลาพันกว่าปี เมืองหลวงอันเก่าแก่นี้จึงเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองทางศิลปะวัฒนธรรมตลอดจนโบราณสถานอันทรงคุณค่านับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในโบราณสถานอันทรงคุณค่าแห่งเกียวโตนั้นก็คือพระราชวังเกียวโตอันเป็นอดีตพระราชวังหลวงของพระจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นมาช้านานก่อนที่พระจักรพรรดิ์เมจิ (ยุคสมัยปฎิรูปเมจิ – Meiji Restoration) จะย้ายเมืองหลวงไปกรุงโตเกียว และสร้างพระราชวังโตเกียวขึ้นมาเป็นพระราชวังหลวงแห่งใหม่ที่ถือเป็นพระราชวังหลังอันเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิ์มาจนถึงปัจจุบันนี้

เกียวโตนั้นเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.794 จนถึงปี ค.ศ.1868 ตั้งแต่ครั้งที่เมืองนี้ยังใช้ชื่อว่าเฮอังเกียว (平安京 - Heian-kyo) จนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นเกียวโตในราวช่วงศตวรรษที่ 11 ... นครหลวงเฮอังเกียวนั้นตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.794 โดยมีพระจักรพรรดิ์คามมู (Emperor Kammu) ซึ่งเป็นพระจักรพรรดิ์องค์ที่ 50 ของญี่ปุ่นเป็นผู้สถาปนาเมืองนี้ขึ้น พระองค์ทรงสร้างพระราชวังเฮอัง (大内裏 – Heian Palace) เพื่อเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการหลัก ต่อมาพระราชวังถูกไฟไหม้จนวอดหลายหนเพราะตัวอาคารส่วนใหญ่นั้นสร้างด้วยไม้ แต่ก็มีการสร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดราวปี ค.ศ.1177 นับแต่นั้นมาก็ไม่ได้มีการสร้างพระราชวังใหม่ทดแทนในที่เดิมอีกเลย หลายสิ่งหลายอย่างทรุดโทรมและเสื่อมพังไปตามกาลจนกระทั่งไม่เหลือหลักฐานดั้งเดิมอะไรไว้เลย จนในปี ค.ศ.1227 พระราชวังเฮอังนี้ก็ถือว่าเป็นพระราชวังที่สูญหายไปตลอดกาล

เมื่อคราวที่เกิดไฟไหม้นั้นพระจักรพรรดิ์มักจะไปประทับเป็นการชั่วคราวอยู่ที่ Sato-dairi (里内裏) ซึ่งเป็นเสมือนพระราชวังแห่งที่สองเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Sato-dairi นี้ว่ากันว่าเป็นของตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara) อันยิ่งใหญ่นั่นเอง และนั่นก็เป็นที่มาของการเกิดพระราชวังแห่งใหม่จนกลายมาเป็นพระราชวังเกียวโต ณ ปัจจุบันนี้ ซึ่งอยู่ภายในอาณาบริเวณเดียวกัน ... เมื่อครั้งปี ค.ศ.1331 ได้มีการทำพระราชพิธีราชาภิเษกให้กับพระจักรพรรดิ์โคกอน (Emperor Kogon) ขึ้น ณ Sato-dairi (里内裏) แห่งนี้และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นพระราชวังเกียวโตอย่างสมบูรณ์แบบเรื่อยมาจนกระทั่งถึงปี ค.ศ.1868 นั่นเอง

แต่ถึงอย่างไรก็ดีพระราชวังเกียวโตนั้นก็เกิดไฟไหม้อยู่หลายครั้งเช่นกัน มีการบูรณะพระราชวังใหม่อยู่หลายหน ซึ่งอันที่จริงแล้วพระราชวังเกียวโตหลังปัจจุบันนั้นไม่ใช่ตัวพระราชวังเก่าดั้งเดิมมาแต่ในอดีต โดยพระราชวังเกียวโตหลังปัจจุบันนั้นเพิ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ.1855 เพื่อแทนพระราชวังเดิมที่ถูกไฟไหม้เสียหายวอดวายจนหมดสิ้น สำหรับพระราชวังเกียวโตหลังปัจจุบันนั้นตั้งอยู่ ณ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวังเฮอังในอดีต ถึงแม้ว่าตัวพระราชวังจะกินอาณาบริเวณกว้างและสร้างอย่างประณีตงดงามยิ่งใหญ่อลังการแล้วก็ตามทีแต่ตามบันทึกแล้วพระราชวังแห่งนี้ก็ยังมีขนาดเล็กกว่าพระราชวังเฮอังเดิมเสียอีก ... หลังจากที่ได้มีการย้ายเมืองหลวงไปยังโตเกียวเมื่อปี ค.ศ.1869 ที่ประทับและที่ว่าราชการต่างๆ นั้นจึงต้องย้ายไปอยู่ที่นครหลวงโตเกียวเป็นหลัก นับแต่นั้นมาพระราชวังเกียวโตจึงเริ่มมีบทบาทน้อยลงเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างไรพระราชวังเกียวโตนี้ก็ยังคงเป็นสมบัติภายใต้การดูแลของสำนักทรัพย์สินแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น (The Imperial Household Agency) อยู่ และถึงแม้พระราชวังหลักจะย้ายไปยังโตเกียวแต่พระจักรพรรดิ์ไทโช (Emperor Taisho) และพระจักรพรรดิ์ดิโชวะ (Emperor Showa) ก็ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชภิเษกที่พระราชวังเกียวโตอันเก่าแก่นี้เช่นเคย

พระราชวังเกียวโตนั้นตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งพระราชวังเกียวโต (Kyoto Imperial Park) ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้และความร่มรื่น ตัวพระราชวังชั้นในนั้นล้อมด้วยกำแพงสูงที่ยาวเหยียดซึ่งนี่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งของพระราชวังเกียวโตที่รู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากตัวพระราชวังหลวงแล้วโดยรอบภายในพื้นที่บริเวณพระราชวังนั้นยังมีพระราชวังเซ็นโตะ (Sento Palace) ตลอดจน Kaninnomiya Mansion, Itsukushima Shrine อันเป็นศาลเจ้าในเครือของ Miyajima Shrine ที่อยู่บนเกาะเหล็กๆ ทามกลางสวนญี่ปุ่นและบ่อน้ำอันงดงามบริเวณทิศใต้ด้านหน้าสุดของพระราชวัง เป็นต้น

ส่วนพระราชวังชั้นในยังคงถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ท้องพระโรงตลอดจนพระตำหนักต่างๆ นั้นสร้างด้วยไม้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมอย่างยิ่งใหญ่งดงาม ภายในยังมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้อย่างในอดีตจริงๆ ซึ่งหาชมได้ยาก ตลอดจนศิลปวัฒธรรมต่างๆ ที่แทรกเป็นองค์ความรู้จัดแสดงอยู่ภายในพระรราชวังแห่งนี้อีกด้วย อีกหนึ่งไฮไลท์ของการชมพระราชวังก็คือการชมสวนญี่ปุ่นที่ถูกจัดไว้อย่างประณีตงดงามจนน่าหลงใหล ... พระราชวังเกียวโตนั้นเปิดให้ชมเฉพาะภายนอกอาคารเท่านั้น ไม่อนุญาติให้ขึ้นไปชมภายในแต่อย่างใด สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้าชมพระราชวังบริเวณอาณาเขตชั้นในนั้นจะต้องทำการจองล่วงหน้าก่อนเท่านั้น โดยจะมีไกด์นำชมเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นไว้ให้บริการ ผู้ที่ดำเนินการดูแลนั้นก็คือหน่วยงานของพระราชวังนั่นเอง (The Imperial Household Agency) ซึ่งตั้งอยู่ภายในอุทยานพระราชวังเกียวโต สำหรับการทัวร์นั้นไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น และทางพระราชวังไม่อนุญาติให้เดินชมโดยอิสระ (จะต้องมีผู้นำชมเท่านั้น) ผู้ที่ไม่ได้จองล่วงหน้านั้นไม่อนุญาติให้เข้าชมพระราชอาณาเขตชั้นในแต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ดีในทุกๆ ปีจะมีโอกาสพิเศษเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม่ร่วงเท่านั้น ซึ่งทางพระราชวังเกียวโตจะทำการเปิดให้ชมแบบสาธารณะในระยะเวลาไม่กี่วันในช่วงฤดูดังกล่าว (โดยทั่วไปแล้วจะเปิดช่วง 4-8 เม.ย. และ 31 ต.ค. – 4 พ.ย. ของทุกปี) ซึ่งการเปิดพระราชวังในระยะเวลาไม่กี่วันนี้จะอนุญาติให้บุคคลทั่วไปเข้าชมพระราชวังได้อย่างอิสระแบบไม่จำกัด (เฉพาะตัวอาคารภายนอกเท่านั้น ไม่อนุญาติให้ขึ้นไปยังบนพระราชวัง) ซึ่งหากใครที่แวะมาเยือนเกียวโตในช่วงเวลาพิเศษนี้ก็สามารถเข้าไปชมพระราวังได้เลยโดยไม่ต้องทำการจองล่วงหน้าแต่อย่างใด

---------------------------------------------------------------

พระราชวังเกียวโต (Kyoto Imperial Palace)

+ ที่ตั้ง : 3 Kyotogyoen, Kamigyo-ku, Kyoto

+ เวลาเปิดให้บริการ : สวนสาธารณะให้บริการฟรีทุกวัน

  • ทัวร์พระราชวัง (ต้องจองก่อนล่วงหน้า)
  • ทัวร์ภาษาญี่ปุ่น (ใช้เวลาประมาณ 60 นาที) > 09.00 / 11.00 / 13.30 / 15.00
  • ทัวร์ภาษาอังกฤษ (ใช้เวลาประมาณ 60 นาที) > จ.-ศ. 10.00 / 14.00

+ ติดต่อ : 075-211-1215 / เว็บไซต์ : sankan.kunaicho.go.jp

+ วิธีเดินทาง :

>Kyoto Subway : นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Subway Line (สีเขียว) ลงสถานี K07-Marutamachi หรือ K06-Imadegawa (สถานีนี้จะใกล้กับพระราชวังเกียวโตมากกว่า)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น