Shirakawago หมู่บ้านมรดกโลก

หมู่บ้านมรดกโลกในฤดูหนาว สวยเหมือนหลุดมาจากหนังสือภาพ

โดย Nat W.   9 ก.พ. 2557

หมู่บ้านเล็กๆกลางหุบเขาที่สวยเหมือนอยู่ในนิทาน หมู่บ้านที่มีเพียงไม่ถึง200หลังแต่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนต่อปี เสน่ห์ของที่นี่อยู่ตรงไหนกันนะ? เพราะบ้านแบบกัสโซเหรอ? เพราะสวยเหมือนภาพวาดเหรอ? หรือเพราะขึ้นทะเบียนกับUNESCOในฐานะมรดกโลกด้านวัฒนะธรรม? อย่างไรก็ตามสำหรับฉันแล้ว เสน่ห์ของหมู่บ้านนี้คือเวลาที่บ้านทุกหลังสวมหมวกสีขาวนี่แหละ หลังคาบ้านทุกหลังถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ ถนนเส้นเล็กๆในเมืองที่กลายเป็นสีขาว ยิ่งรวมกับภูเขาและป่าสนที่โอบล้อมเมืองไว้ยิ่งทำให้เหมือนหลุดมาจากหนังสือ เพราะอยากเห็นภาพแบบนี้ ฉันเลยเลือกไปShirakawagoในฤดูหนาว

พูดตามตรงการเดินทางไปShirakawagoถึงจะไม่ลำบากแต่ก็ไม่รวดเร็วซักเท่าไหร่ เพราะเข้าได้เฉพาะทางรถเท่านั้น นักท่องเที่ยวส่วนมากขึ้นรถบัสมาจาก2ทางคือเมือง Takayamaหรือไม่ก็ Kanazawa การมาจากเมืองหนึ่งแล้วกลับไปยังอีกเมืองหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องจองรถบัสล่วงหน้า ที่Tourist information Center ของที่นี่มีจุดรับฝากกระเป๋าเลยไม่ต้องเป็นห่วงถ้าคิดจะเที่ยวที่นี่แล้วต่อรถไปอีกเมือง

ทางเข้าหมู่บ้านสำหรับนักท่องเที่ยวคือเดินข้ามสะพานแขวนเดะไอที่สร้างข้ามแม่น้ำโชกาว่า การเดินข้ามสะพานแขวนเข้าหมู่บ้านก็ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ หลังจากได้ขึ้นทะเบียนเป็นWorld HeritageจากUNESCOในปี1995 บ้านหลายหลังได้เปลี่ยนเป็นร้านขายของที่ระลึก เปิดให้เข้าชม หรือเปิดเป็นบ้านพักแบบ Home Stay ในช่วงสุดสัปดาห์ระหว่างเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ จะมีการเปิดไฟLight-upเมืองเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกด้วย

เมืองShrakawaจัดเป็นเมืองที่มีหิมะตกหนาที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น สภาพอากาศอย่างนี้เองที่เป็นที่มาของบ้านแบบกัสโซ (Gassgo-Zukuri) ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นของหมู่บ้านShirakawago กัสโซมากจากคำว่าพนมมือหรือก็คือเอาหลังคามาชนกันนั่นเอง จุดเด่นอยู่ที่หลังคาซึ่งทำจากฟางทำมุมกัน60องศา สร้างโดยไม่ใช่ตะปูแต่ใช้ไม้ขัดกันและใช้เชือกมัดให้แน่นแทน หลังคาที่ทั้งใหญ่ ยาว และหนานี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำหนักของหิมะจำนวนมหาศาลที่ตกในฤดูหนาว ว่ากันว่าบ้านหลังใหญ่สามารถรับน้ำหนักถึง500กิโลเลยทีเดียว

ไฮไลท์อีกอย่างของหมู่บ้านแห่งนี้คือจุดชมวิวจากบนเนินเขา หากมองจากมุมนี้จะเห็นหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านในมุมที่สวยที่สุด ถ้ามาShirakawagoแล้วไม่ได้ขึ้นมาดูแทบจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงShirakawagoกันเลยทีเดียว การขึ้นไปยังจุดชมวิวสามารถขึ้นได้2วิธีคือเดิน(ใช้เวลา20-30นาที) หรือขึ้นรถบัสจากกลางหมู่บ้าน(เที่ยวละ200เยน)

ถึงจะคิดว่าที่นี่สวยที่สุดในฤดูหนาว แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะกลับไปหมู่บ้านนี้อีกครั้งในฤดูที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ฤดูร้อนที่ภูเขาเขียวขจี หรือฤดูใบไม่เปลี่ยนสีที่มีบรรยากาศแสนอบอุ่น

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
6
Nat W.

Nat W. @natthaporn.weerakiatsanti

I write the articles to share and to invite someone who love this country same as me to go to the special places. The places in my artical may be not the popular tourist spots. But, they are the impressive places, where you shoudn't miss.

เข้าร่วมการสนทนา

Chanunchida Be หนึ่งปีมาแล้ว
ถ้าหากอยากพักบ้าน home stay สามารถจองได้จากที่ไหนค่ะ (ลองหาแล้วเจอแต่เป็นทัวร์)หรือว่าต้องไปจองที่นั้นเลย
Nat W. ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
เชียให้ไปเลยค่ะ แล้วก็ไปพักที่นั่นซักคืน ต้องเป็นประสบการณ์เยี่ยมมากแน่ๆ
Sathorn Preechavuthinant หนึ่งปีมาแล้ว
อยากไปอีกครั้งมากครับตอนมีหิมะ อ๊าคๆๆๆ อยากไปอีก
Onlada Chollavorn หนึ่งปีมาแล้ว
ขอบคุณสำหรับบทความที่น่าสนใจ และภาพสวยๆคะ บรรยากาศดูโรแมนติกดีจังคะ :)
Nat W. ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
ช่วงที่ดีที่สุดน่าจะเป็นหลังหิมะตกมากกว่าค่ะ แบบฟ้าใสแต่ทุกอย่างปกคลุมด้วยหิมะ (อันนี้แล้วแต่โขคจริงๆค่ะ)
แต่ถ้าไปฤดูหนาวยังไงก็เจอหิมะแน่ๆ