สวนส้มกะมะโกริ จ.ไอจิ

ไปเก็บส้มสดๆ ที่สวนส้มขึ้นชื่อแห่งกะมะโกริกันเถอะ

โดย Tada Ratchagit   27 ธ.ค. 2558

                ไปเก็บส้มกันครับ

                ญี่ปุ่นมีสวนผลไม้ให้เราได้ลองเก็บและกินของอร่อยๆ สดๆ จากไร่เยอะแยะมากมาย แต่หนึ่งผลไม้ที่อยากแนะนำให้ไปลองเก็บกันในวันนี้ก็คือส้มอร่อยๆ ที่รับรองว่ายอดเยี่ยมไม่แพ้ผลไม้ยอดนิยมอื่นๆ เลยทีเดียวครับ

                สวนสมที่ผมพามาแนะนำในวันนี้ก็คือ Gamagori Orange Park หรือ สวนส้มกะมะโกริ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองกะมะโกริ จ.ไอจิ (ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองนาโกย่าที่เป็นเมืองหลวงของ จ.ไอจิ โดยเมืองกะมะโกริอยู่ห่างจากนาโกย่า 60 กว่ากิโลเมตร ) เมืองกะมะโกรินั้นตั้งอยู่ริมอ่าวมิกาวะ (Mikawa Bay) สภาพดินและภูมิอากาศแถบนี้เหมาะสำหรับปลูกส้มเป็นอย่างยิ่ง เมืองนี้จึงกลายเป็นแหล่งปลูกส้มที่สำคัญแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว ส้มที่ปลูกที่กะมะโกรินั้นเป็นพันธุ์ Unshu Mikan หรือที่ต่างชาตินิยมเรียกว่า Satsuma Mandarin (Satsuma Orange) ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกันกับส้มแมนดารินนั่นเอง แต่เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ส้มกะมะโกรินั้นเนื้อแน่น รสเปรี้ยวอมหวาน อร่อยไม่ต่างจากส้มเขียวหวานในบ้านเราเลยทีเดียว และด้วยรสชาติที่ยอดเยี่ยมนี้ส้มกะมะโกริก็เลยมีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

                Gamagori Orange Park ตั้งอยู่ในเขตเมืองกะมะโกริ ห่างจากสถานีรถไฟ Gamagori Station ราว 4 กิโลเมตร สวนส้มแห่งนี้ตั้งอยู่ตีนเขา มีการปลูกต้นส้มเรียงไปเรื่อยตามแนวเขาจนไล่ขึ้นไปถึงไหล่เขาแต่ก็ไม่สูงมากนัก ต้นส้มที่นี่ถึงแม้จะต้นเล็กแต่ทว่าลูกนั้นดก แถมยังมีขนาดที่ใหญ่อีกด้วย ที่สวนแห่งนี้จะดูแลต้นส้มอย่างดีตลอดทั้งปี ที่สำคัญทางสวยดูแลใส่ใจเรื่องความปลอดภัยต่อการบริโภคอย่างดี จึงแน่ใจได้ว่าในฤดูกาลที่อนุญาติให้เราเข้าไปเก็บส้มนั้น ส้มสะอาดปลอดภัยทุกลูก ไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่เป็นอันตราย แล้วเราก็สามารถเก็บและกินสดๆ ได้จากต้นเลยทีเดียว

                สวนส้ม Gamagori Orange Park นั้นจะเปิดสวนอนุญาติให้เราเก็บส้มได้เฉพาะในช่วงระหว่าง 1 ต.ค.-31 ธ.ค. ของทุกปีเท่านั้น เมื่อมาถึงสวนส้มแล้วก็ปฎิบัติตามกติกาง่ายๆ ตามขั้นตอนดังนี้เลยครับ

  1. จ่ายค่าเข้าสวนส้มตามเรตดังนี้เลยครับ > ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่เด็กมัธยมขึ้นไป) ¥1,188 / เด็ก ¥1,080 / เด็กเล็ก (ตั้งแต่ 3 ขวบลงมา) ¥540
  2. เมื่อจ่ายเงินแล้วเราก็จะได้ตระกร้าพลาสติกสีเขียวเล็กๆ คนละ 1 ใบ
  3. จากนั้นเจ้าหน้าที่จะพาเราเข้าไปยังสวนส้มริมเขา มาถึงสวนแล้วเขาก็จะอนุญาติให้เราเก็บส้มสดๆ กินจากต้นจำนวนเท่าไรก็ได้ไม่จำกัด และที่สำคัญไม่มีการจำกัดเวลาอีกด้วย
  4. กินส้มสดๆ จากต้นจนอิ่มแล้ว เราก็สามารถเก็บส้มเพื่อนำกลับบ้านได้อีกด้วย โดยเก็บจำนวนกี่ผลก็ได้ที่เราสามารถอัดลงไปในตระกร้าสีเขียวใบเล็กๆ ของเราใบนั้นนั่นเอง​ 

                ส้มที่ Gamagori Orange Park สด สะอาด ปลอดภัย มากครับ ช่วงระยะเวลาที่เปิดให้เก็บส้มนั้นก็เป็นช่วงอากาศดี ต้นส้มที่ไล่เรียงไปตามแนวเขานั้นเป็นวิวที่สวยงดงาม แต่ก็ปลอดภัยสำหรับการปีนขึ้นไปเก็บส้ม เพราะโซนที่อณุญาตินั้นจะเป็นช่วงตีนเขาที่ไม่สูงมากนัก การได้เก็บส้มกินสดๆ พร้อมสูดกลิ่นสดชื่นจากธรรมชาตินั้นทำให้ส้มอร่อยยิ่งขึ้นอย่างบอกไม่ถูก นอกจากจะได้อร่อยแล้วยังได้ความเพลิดเพลินมากทีเดียว และสวนส้มนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่แม้แต่คนญี่ปุ่นก็ยังนิยมมาเก็บกันในฤดูที่เปิดสวนอีกด้วย

                เมื่อเก็บส้มเสร็จแล้วเราเดินกลับมายังอาคารหลักอีกครั้ง ตรงนี้มีทั้งร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารไว้บริการ รวมไปถึงน้ำส้มสดในแบบฉบับของ Gamagori Orange Park ที่นำน้ำส้มสดมาตีเป็นฟองแล้วสร้างความอร่อยในสูตรพิเศษที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนั้นก็ยังมีซอฟท์ไอศกรีมอร่อยๆ รสส้มสดไว้ให้ลองชิมกันอีกด้วย นอกจากจะได้ลิ้มลองส้มสดๆ ใหม่ๆ จากในสวนอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว ความอร่อยที่ว่ามาสักครู่นี้ขอบอกว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเลยทีเดียว

                ย้ำอีกครั้ง!!! นะครับ ถ้าจะมาเก็บส้มที่ Gamagori Orange Park นี้จะต้องมาเฉพาะช่วง ต.ค.-ธ.ค. ของทุกปีเท่านั้น แต่ถ้ามาช่วงอื่นจริงๆ ก็อย่าเพิ่งเสียใจไปครับ เพราะถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นสวนส้มแต่นอกฤดูเก็บส้มนั้นที่นี่ก็ยังมีผลไม้อื่นๆ ปลูกไว้ให้เราได้เก็บกินกันอีกด้วย ใครที่มาในช่วงเวลาอื่นๆ ก็ได้ลิ้มลองผลไม้อร่อยๆ เช่นกัน หรือถ้าอยากลองชิมผลไม้สดอื่นๆ ดูบ้าง ก็มาตามตารางกำหนดการเปิดสวนผลไม้ได้ดังนี้เลยครับ

  • ช่วง ม.ค.-พ.ค. > สตรอเบอร์รี่
  • ช่วง ก.ค.-ก.ย. > เมล่อน / องุ่น

                รับรองอร่อยแบบไม่ผิดหวัง

------------------------------

Gamagori Orange Park

+ ที่ตั้ง : 1-93 Kiyota, Gamagori, Aichi, Japan

+ เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 09.30-16.30 น.

+ ระยะเวลาเปิดให้เก็บส้ม : 1 ต.ค.-31 ธ.ค. ของทุกปี

+ ค่าเข้าสวนส้ม : ผู้ใหญ่ (ตั้งแต่เด็กมัธยมขึ้นไป) 1,188 เยน / เด็ก 1,080 เยน / เด็กเล็ก (ตั้งแต่ 3 ขวบลงมา) 540 เยน

+ ติอต่อ : 0533-68-2321 / เว็บไซต์ : www.orepa.jp

------------------------------

วิธีเดินทาง

ช่วงที่ 1

นาโกย่า – กะมะโกริ

  • จาก Nagoya Station ให้นั่งรถไฟ JR สาย Tokaido Main Line (ที่จะไปยัง Toyohashi) มาลงยังสถานี Gamagori  ได้เลย

โตโยฮาชิ – กะมะโกริ

  • หรือถ้าใครมี JR Rail Pass แล้วมาจากทางโตเกียวก็สามารถนั่งชินกันเซนมาลงที่สถานี Toyohashi จากนั้นก็ต่อรถไฟสาย Tokaido Main Line (ที่จะไปยัง Nagoya) มาลงยังสถานี Gamagori ได้เช่นกัน (นั่งมาอีก 5 สถานี)

ช่วงที่ 2

สถานีกะมะโกริ (JR) – สวนส้ม Gamagori Orange Park

  • สวนส้มจะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟราว 4 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที จากตรงสถานีนี้แนะนำให้ต่อรถแท็กซี่มาที่สวนส้ม เพราะที่สวนนี้ไม่มีรถเมลล์ผ่านมาถึง ราคาค่าแท็กซี่เฉลี่ยประมาณ 1,000-1,500 เยน 

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น