ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)

หนี่งในมรดกอันล่ำค่าของแดนอาทิตย์อุทัย

โดย Tada Ratchagit   21 ต.ค. 2557

ถึงแม้ว่าปราสาทอันยิ่งใหญ่งดงามที่ตระหง่านตระการตาอยู่กลางเมืองนาโกย่านั้นจะไม่ใช่สิ่งก่อสร้างดั้งเดิมตามฉบับโบราณ แต่ตัวปราสาทที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นก็ยืดตามสถาปัตยกรรมแบบเก่าทุกประการที่สามารถสะท้อนประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองได้เป็นอย่างดี นอกจากเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นภายในบริเวณปราสาทแห่งนี้จะเต็มไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้อย่างน่าจดจำแล้ว ความสวยงามของบรรยกาศ (โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระเบ่งบาน) ที่รายรอบนั้นยังทำให้ปราสาทนาโกย่าแห่งนี้เป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยที่สุดในอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นอีกด้วย

ปราสาทนาโกย่า (名古屋城 – Nagoya Castle) นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1610 ในสมัยเอโดะ ตามบัญชาของโชกุนโตกุงาวะ อิเอะยาสุ (Tokugawa Ieyasu) โดยการเกณฑ์กำลังภายใต้การปกครองของของไดเมียว (คล้ายกับเจ้าเมือง) 20 คนที่ปกครองดินแดนญี่ปุ่นฝั่งตะวันตกทั้งหมดมาช่วยกันสร้างปราสาทแห่งนี้จนสำเร็จในปี ค.ศ.1612 สำหรับโตกุงาวะ อิเอะยาสุนั้นถือเป็นขุนนางคนแรกแห่งแคว้นโอวาริ (Owari) ในอดีต หลังจากปราสาทสร้างเสร็จนั้นดินแดนแถบนี้ก็เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากและปราสาทนาโกย่าแห่งนี้ก็กลายเป็นปราสาทประจำตระกูลโอวาริโตกุงาวะ (Owari Tokugawa Family) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามของโคตรตระกูลโตกุงาวะที่ยิ่งใหญ่แห่งญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ปลายปี ค.ศ.1930 ทางกระทรวงทรัพย์สินแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น (The Imperial Household Ministry) ในยุคนั้นได้มอบปราสาทนาโกย่าให้เป็นสมบัติของเมืองนาโกย่า (City of Nagoya) โดยมีรัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้ดูแล อาคารและสิ่งก่อสร้างกว่า 24 รายการถูกขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติ (National Treasures of Japan) ทำให้ปราสาทนาโกย่านั้นถือเป็นปราสาทแห่งแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติอีกด้วย (ข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงอย่างเป็นทางการของปราสาทนาโกย่า) หลังจากที่เปิดให้ประชาชนเข้าชมได้สนักพักก็เป็นที่น่าเสียดายว่าต่อมาในเดือนพฤษภาคม ค.ศ.1945 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้นปราสาทแห่งนี้ก็ถูกกองกำลังทางอากาศของสหรัฐทิ้งระเบิดเพื่อทำลาย (ในตอนนั้นปราสาทนาโกย่าถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่บัญญาการการรบด้วย) ตัวปราสาทและพระราชวังฮอมมารุนั้นถูกไฟไม้จนวอด หลังจากสงครามสงบลงชาวเมืองต่างก็เรียกร้องให้สร้างตัวปราสาทอันถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งปราสาทหลังใหม่ที่สร้างตามแบบดั้งเดิมทุกประการนี้ก็เริ่มต้นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1957 และแล้วเสร็จราวปี ค.ศ.1959

ปัจจุบันตัวปราสาทที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่นั้นภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ทันสมัยที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ ของปราสาทไว้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงสมบัติโบราณล้ำค่าอันเก่าแก่ของปราสาทแห่งนี้ด้วย ด้านบนนั้นยังเป็นจุดชมวิวเมืองในมุมสูงที่เราจะเห็นความยิ่งใหญ่ของเมืองนาโกย่าได้รอบทิศ สำหรับใครที่สนใจจะแวะไปเยือนปราสาทอันยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าแห่งนี้บ้าง มาลองดูว่าภายในมีไฮไลท์อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

+ พระราชวังฮอมมารุ (本丸御殿 - Honmmaru Palace) >> ก่อนจะถึงตัวปราสาทเราจะได้รับการต้อนรับด้วยอาคารไม้อันงดงามอลังการที่ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของตัวปราสาท ซึ่งนี่ก็คือพระราชวังฮอมมารุอันเป็นตำหนักพำนักและที่ว่าราชการหลักของโชกุน พระราชวังเดิมนั้นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1615 และกำลังมีโครงการรื้อฟื้นพระราชวังเดิมให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งหลังจากถูกทำลายลงไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง โดยโปรเจ็คนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2009 มีการก่อสร้างพระราชวังตามสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่เรียกว่า Shoin-Zukur ด้วยกรรมวิธีแบบโบราณตลอดจนใช้วัสดุตามแบบอดีตทุกอย่าง รวมไปถึงไม้ที่นำมาสร้างนั้นก็คัดสรรมาจากไม้สนหอมฮิโนกิที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นจากแถบหุบเขาคิโซะ (Kiso Valley) ใน จ.นากาโน่ เพื่อให้สมกับเป็นพระราชวังอันยิ่งใหญ่ในอดีตที่ได้รับการจารึกไว้ว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมเอกแห่งปราสาทยุคใหม่ของญี่ปุ่น ... ผลงานศิลปะอันล้ำค่าอีกอย่างภายในพระราชวังแห่งนี้นั้นก็คือฉากทองคำของห้องต่างๆ ที่มีการจัดทำขึ้นมาใหม่ตามศิลปะแบบดั้งเดิมทุกประการ โดยเฉพาะการวาดลวดลายอันวิจิตรบนฉากนั้นก็ได้เชิญช่างศิลป์จาก Kano School of Art ซึ่งเป็นสถาบันที่วาดภาพดังเดิมนี้ในอดีตมาวาดด้วยเทคนิคตามแบบต้นฉบับอีกครั้งอย่างงดงาม ... ปัจจุบันตัวพระราชวังส่วนแรกที่ประกอบไปด้วย Genkan (Entrance Hall) อันเป็นโถงทางเข้า, Oroka (Grand Corridor) อันเป็นทางเดิมเชื่อมไปยังห้องต่างๆ และ Omete Shoin (Main Hall) อันเป็นท้องพระโรงหลัก ได้สร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ประชาชนเข้าชมความงดงามไปเมื่อกลางปี ค.ศ.2013 สำหรับพระราชวังในส่วนที่กำลังก่อสร้างนั้นก็อนุญาติให้ประชาชนเข้าชมกระบวนการก่อสร้างอย่างใกล้ชิดอีกด้วย และคาดว่าการชุบชีวิตพระราชวังขึ้นมาใหม่นี้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดราวฤดูใบไม้ผลิในปี ค.ศ.2018

+ คินซาฉิ หรือ โลมาทองคำ (金鯱 – Kinshachi / Golden Dolphins) >> โลมาทองคำนี้แท้จริงแล้วเป็นสัตว์ในตำนานญี่ปุ่นที่มีหัวเป็นเสือมีตัวเป็นปลาคาร์ฟ ความเชื่อดั้งเดิมนั้นว่ากันว่าคินซาฉินี้สามารถมีมนต์เรียกน้ำมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันจึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งการป้องกันไฟตามความเชื่อโบราณ ซึ่งจะถูกตั้งไว้บนหลังคาของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโดยเฉพาะปราสาทต่างๆ ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี คินซาฉิบนปราสาทนาโกย่านั้นทำด้วยทองคำ ในอดีตนั้นมันเป็นตัวบ่งบอกความมั่งคั่งอย่างหนึ่งของตระกูลโตกุงาวะเลยทีเดียว คินซาฉิที่อยู่บนหลังคาปราสาทนั้นทิศเหนือเป็นเพศผู้ ทิศใต้เป็นเพศเมีย สำหรับคินซาฉิตัวปัจจุบันนั้นได้ถูกบูรณะและนำขึ้นไปติดไว้บนหลังคาเมื่อปี ค.ศ.2005 โดยมีตัวเก่าแก่ดั้งเดิม ถูกจัดแสดงไว้ภายในบริเวณปราสาทด้วย คินซาฉิที่ปราสาทนาโกย่านั้นค่อนข้างจะมีชื่อเสียงมาก บางตัวในอดีตนั้นเคยนำไปจัดแสดงในงานต่างๆ มากมาย อาทิ งานแสดงสินค้าครั้งแรกของญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1872 ที่เมืองยูชิมะ, หรือแม้แต่ถูกเชิญไปจัดแสดงในงานเอกซ์โป (EXPO Vienna 1873) ที่จัดขึ้น ณ กรุงเวียนนา, และล่าสุดกับการจัดแสดงภายในงาน EXPO 2005 ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองนาโกย่าแห่งนี้อีกด้วย

ภายในปราสาทนาโกย่ายังมีสิ่งที่น่าสนใจและทรงคุณค่าอีกมากมาย ความงดงามของปราสาทแห่งนี้นั้นเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละฤดูกาล เป็นหนึ่งในปราสาทที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เสน่ห์อันน่าหลงใหลนี้รับรองว่าคุ้มค่าแก่การมาเยือนทีเดียว

**********************************************************************

ปราสาทนาโกย่า (名古屋城 – Nagoya Castle)

+ ที่ตั้ง : 1-1, Hommaru, Naka-ku, Nagoya

+ เวลาให้บริการ : ทุกวัน > 09.00-16.30 น. (หยุดช่วงวันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม ของทุกปี)

+ ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ ¥500 (ตั้งแต่เด็กมัธยมต้นลงมาเข้าชมฟรี)

+ ติดต่อ : +81-52-231-1700 / เว็บไซต์ : www.nagoyajo.city.nagoya.jp

+ วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Nagoya Subway สาย M (สีม่วง) Meijo Line มาลงสถานี M07-Shiyakusho (City Hall) / หรือสาย T (สีฟ้า) Tsurumai Line มาลงสถานี T05-Sengen-cho

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น