ย้อนเวลาหาเอโดะ

เยือนถิ่นคาวาโกเอะ ย่านการค้าโบราณอันเลื่องชื่อ

โดย Tada Ratchagit   27 ก.พ. 2557

โตเกียว (東京 / Tokyo) นั้นเพิ่งจะถูกเปลี่ยนชื่อและมีฐานะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อราว ปี ค.ศ.1868 มานี้เอง แต่นั่นก็ใช่ว่าดินแดนแถบนี้จะเพิ่งถือกำเนิดและเจริญรุ่งเรืองขึ้น ตรงกันข้ามความรุ่งเรืองของดินแดนแถบนี้มีมาแต่อดีตตั้งแต่ในคราวที่ถูกเรียกว่าเมืองเอโดะ ( / Edo)

ทันทีที่เราพูดถึงคำว่าเอโดะขึ้นมานั้นภาพในหัวที่ผุดขึ้นมาอันดับแรกเห็นจะเป็นภาพของญี่ปุ่นยุคโบราณตั้งแต่บ้านเรือนเก่าแก่ไปจนถึงการแต่งตัวของผู้คนในยุคนั้น ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้วิถีของผู้คนจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาแบบแทบไม่หลงเหลือเค้าอดีตอยู่สักเท่าไร แต่สำหรับสิ่งก่อสร้างอาคารบ้านเรือนนั้นดูเหมือนจะเป็นรูปธรรมของมรดกแห่งอดีตที่ยังคงยืนหยัดจวบจนปัจจุบันได้ดีที่สุด ซึ่งนั่นก็เหมือนกับเมืองเล็กๆ น่ารักเมืองนี้ที่ยังคงกลิ่นอายของอดีตไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับฉายาที่เรียกขานกันมาจนถึงปัจจุบันว่า Little Edo หรือ เอโดะน้อย นั่นเอง

Little Edo นี้ก็คือฉายาของเมืองคาวาโกเอะ (川越市 /Kawagoe) แห่งจังหวัดไซตามะ (埼玉県/ Saitama) ที่อยู่ติดกับโตเกียว ก่อนหน้านี้คาวาโกเอะนั้นรุ่งเรืองถึงขนาดมีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียวจนกระทั่งถูกยุบรวมมาเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้จังหวัดอิรุมะในช่วงปี ค.ศ.1871-1873 ก่อนที่ทั้งสองเมืองนี้จะถูกเปลี่ยนฐานะอีกครั้งให้กลายเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้จังหวัดไซตามะในราวปี ค.ศ.1873 ความรุ่งเรืองของคาวาโกเอะนั้นก็น่าจะมาจากการมีฐานะเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำอันสำคัญของเมืองเอโดะในยุคอดีต ที่นี่เปรียบเสมือนย่านเศรษฐกิจการค้าสำคัญในยุคนั้น และการค้าขายก็ดูจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเมือง

ถึงแม้ว่าโซนเมืองเก่าแก่จริงๆ จะหลงเหลือเป็นชุมชนชัดเจนอยู่แค่ย่าน คุระสุคุริ (蔵造りの町並み / Kurazukuri no Machinami) หรือ Kawagoe’s Warehouse District เท่านั้น แต่ย่านยอดฮิตนี้ก็ใหญ่พอสมควรและยังคงถูกอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี บนถนนสายหลักนั้นตลอดสองข้างทางจะเรียงรายไปด้วยอาคารเก่าแก่ยุคโบราณสมัยเอโอะที่แสนคลาสสิกและมีเสน่ห์ เราสามารถเห็นได้ตั้งแต่บ้านเรือนไม้อันประณีตงดงามไปจนกระทั่งตึกปูนอันแข็งแกร่งสง่างาม ที่สำคัญย่านนี้ยังคงมีชีวิตดั่งวันวานด้วยวิถีการค้าที่ยังคงคึกคักดั่งในอดีต นอกจากที่เราจะได้เพลิดเพลินต่อการเดินชมเมืองเก่าแล้ว สิ่งที่หนึ่งที่หลายคนชื่นชอบและประทับใจนั้นก็คือการซอกแซกซอกซอนหาของอร่อยกินในย่านนี้ที่มีตั้งแต่อาหารการกินยุคเก่าแก่โบราณ อย่าง ขนมดังโหงะ, ข้าวปั้นปิ้งสูตรเฉพาะตัว, ขนมปังไส้ถั่วแดงรสเฉพาะถิ่น, อาหารเซ็ตชุดดั้งเดิม, ชาคุณภาพเยี่ยมที่คัดสรรพิเศษ, ไปจนเค้กโรลเลื่องชื่อในแบบฉบับคาวาโกเอะ กันเลยทีเดียว นอกจากนี้การช้อปปิ้งของที่ระลึกระหว่างทางนั้นก็สร้างความสนุกให้กับการเดินทอดน่องได้ไม่แพ้กัน ผ้าลายพิมพ์ญี่ปุ่นอันแสนคลาสสิก, ถ้วยดินเผาอันประณีต, งานแกะสลักไม้อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์, ไปจนถึงชาคุณภาพที่ผลิตกรรมวิธีเฉพาะตัว ล้วนแล้วแต่เป็นของติดไม้ติดมือที่เราจะไม่เสียดายเงินเลยเชียวล่ะ

เดินเพลินๆ กันแล้วก็ต้องขอแนะนำว่าสิ่งที่ห้ามพลาดเด็ดขาดนั่นก็คือ หอระฆังบอกเวลา (時の鐘 / Toki no Kane) ที่อยู่ใจกลางย่าน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์และแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ หอระฆังแห่งนี้เป็นหอไม้โบราณสูงราว 16 เมตร ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางชุมชนและทำหน้าที่บอกเวลามาเกือบ 400 ปี จนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว โดยระฆังจะถูกตีวันละ 4 ครั้ง คือตอนเวลา 06.00 น., 12.00น., 15.00น. และ 18.00 น. อันที่จริงแล้วหอระฆังแห่งนี้เป็นหอระฆังใหม่ที่ถูกสร้างแทนหอเดิมซึ่งถูกไฟไหม้ไปคราวที่เกิดอัคคีภัยครั้งยิ่งใหญ่เผาผลาญเมืองคาวาโกเอะวอดวายไปเมื่อคราวปี ค.ศ.1893 (The Great Kawagoe Fire of 1893) แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีอายุเก่าแก่กว่า 120 ปี เลยเชียวล่ะ สำหรับหอระฆังเก่าแก่ดั้งเดิมจริงๆ นั้นสันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยของขุนนางซาไก ทาดะคัตสุ (Sakai Tadakatsu) ปกครองเมืองและครองปราสาทคาวาโกเอะ โดยคาดว่าจะถูกสั่งการให้สร้างขึ้นในช่วงราวปี ค.ศ.1627-1634 นั่นเอง

โดยรอบย่านและเมืองเล็กๆ น่ารักนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวในเชิงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมให้เราเพลิดเพลินอีกมากมาย ใช้เวลาเดินทางแค่ราวๆ ครึ่งชั่วโมงจากโตเกียวเท่านั้นเราก็สามารถก้าวข้ามผ่านประตูย้อนเวลาสู่อดีตได้อย่างน่าหลงใหล แต่ถ้าอยากสัมผัสอดีตให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ก่อนกลับสู่โลกปัจจุบันนั้นแนะนำว่าสิ่งที่ห้ามพลาดอย่างยิ่งก็คือการได้ฟังเสียงระฆังกังวานสักครั้ง เสียงที่ดังแว่วจากอดีตจวบจนปัจจุบันนี้ทำให้เราหวนถึงภาพของวันวานได้อย่างอิ่มเอมใจ และนี่ก็คืออีกหนึ่งสมบัติสำคัญของญี่ปุ่นซึ่งเมื่อปี ค.ศ.1996 หอระฆังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งใน 100 Sound Sceneries of Japan หรือ 100 อนุสรณ์แห่งเสียงอันทรงเสน่ห์แห่งญี่ปุ่น ที่เสียงอันทรงคุณค่าแห่งประวัติศาสตร์นั้นยังคงดังกังวานสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมจวบจนปัจจุบัน

วิธีเดินทางไปยังเมืองคาวาโกเอะ (จากเมืองโตเกียว)

วิธีที่ 1 : เริ่มต้นจากสถานี Ikebukuro นั่งรถไฟสาย Tobu Tojo Line (ต้นสาย) ไปลงยังสถานี Kawagoe / ค่าโดยสาร 450 เยน

วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย F-Fukutoshin Line ฝั่งที่มุ่งหน้าไปยังสถานีปลายทาง F01-Wakoshi ซึ่งรถไฟบางขบวนจะเปลี่ยนสายโดยไม่ต้องลงจากรถเพื่อเป็นสาย Tobu Tojo Line ที่สามารถไปลงยังสถานี Kawagoe ได้ (สามารถอ่านปลายทางจากขบวนรถไฟได้) / ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับสถานีเริ่มต้น (สามารถจ่ายค่าโดยสารส่วนเกินที่ตู้ Fare Adjustment ได้ที่สถานีทางออก)

วิธีที่ 3 : เริ่มต้นจากสถานี Seibu-Shinjuku นั่งรถไฟสาย Seibu Shinjuku Line (ต้นสาย) ไปลงยังสถานี Hon-Kawagoe (ปลายสาย) / ค่าโดยสาร 890 เยน

วิธีที่ 4 : เริ่มต้นจากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย JR Saikyo Line มาลงที่สถานี Omiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Kawagoe Line ไปลงยังสถานี Kawagoe / ค่าโดยสาร 570 เยน

แหล่งข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเมืองคาวาโกเอะ

ศูนย์ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองคาวาโกเอะ (KOEDO KAWAGOE Tourist Association) : www.koedo.or.jp

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
4
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

เข้าร่วมการสนทนา

Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Sasinee Chomchome ต้องลองไปครับ ^^ ผมว่าเดินสนุกดี บ้านเรือนสวยดีครับ
Sasinee Chomchome หนึ่งปีมาแล้ว
Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Patcharii A. เมืองน่ารักดีครับ ใกล้โตเกียวด้วย อย่าลืมแวะไปนะครับ ;)
Patcharii A. หนึ่งปีมาแล้ว
อ่านแล้วก้ออยากย้อนเวลาไปหาเอโดะด้วยแหะ... ต้องจดเพิ่มไว้ในลิสต์อีกแล้ว ^^