Ezaki Glico Memorail Hall (江崎記念館)

หอประวัติอีซากิ และห้องนิทรรศการแห่งความทรงจำของกูลิโกะ

โดย Tada Ratchagit   3 พ.ย. 2557

นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1919 ที่ริอิฉิ อีซากิ ได้ค้นพบสารมีประโยชน์อย่างไกลโคเจ้น (glycogen) ในหอยนางรม ช่วงเวลานั้นเองคือจุดกำเนิดของลูกอมคาราเมลเหนียบหนึบแสนอร่อยแบรนด์ใหม่ที่ชื่อว่า Glico ซึ่งแผลงมาจาก Glycogen ที่อาจเรียกยากนั่นเอง ลูกอมนี้ถูกคิดค้นและทดลองตลาดครั้งแรกในปี ค.ศ.1921 หลังจากนั้นหนึ่งปีให้หลัง ริอิฉิ อีซากิ ก็ได้พยายามอย่างมุ่งมั่นที่จะนำลูกอมสุดอร่อยนี้ขึ้นห้างและผลักดันสู่สินค้าพรีเมี่ยมเพื่อให้ขนมนั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนในที่สุดความสำเร็จของอีซากินั้นก็เป็นผล Glico Caramel ได้รับอนุญาติให้วางจำหน่ายที่ห้าง Mitsukoshi Department Storeชื่อดังของโอซาก้า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1922 และวันนั้นเองก็คือวันแห่งการก่อตั้งบริษัท Ezaki Glico Co., Ltd.

ผมกำลังยืนดูภาพกูลิโกะแมนครึ่งตัวที่มีขนาดใหญ่ราวตึก 2 ชั้น ซึ่งมันเป็นด่านแรกที่จะต้อนรับเราสู่ Ezaki Glico Memorail Hall (江崎記念館) หอประวัติแห่งความทรงจำของอีซากิตลอดจนเรื่องราวอันทรงคุณค่าของกูลิโกะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ... กูลิโกะแมนซึ่งกำลังชูมือสองข้างอันเป็นเอกลักษณ์อยู่นั้นสวมชุดลายทางขาวดำอันเป็นชุดเบสบอลของทีม Hanshin Tigers อันเลื่องชื่อแห่ง จ.เฮียวโกะ ซึ่งทางกูลิโกะก็เป็นสปอนเซอร์ให้ทีมนี้ด้วย โดยกูลิโกะแมนในชุดเบสบอลนี้เป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษโดยมันเคยถูกนำขึ้นไปติดตั้งที่ป้ายนีออนชื่อดังแห่งโดตนโบริในปี ค.ศ.2003 เช่นเดียวกับกูลิโกะแมนสวมชุดนักฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นที่เคยนำไปติดตั้งในช่วงฟุตบอลโลกที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมในปี ค.ศ.2002 นั้นเอง

เจ้าหน้าที่ใจดีของพิพิธภัณฑ์กำลังนำผมขึ้นสู่พิพิธภัณฑ์กูลิโกะบนชั้น 2 ... ก่อนอื่นต้องบอกว่าพิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ภายในบริษัท Ezaki Glico Co., Ltd. ที่เขตนิชิโยโดกาว่า (Nishi Yodogawa) ชานเมืองโอซาก้า การมาชมนั้นควรนัดหมายล่วงหน้าก่อน (มีเวลาทัวร์โดยเฉพาะ / บรรยายภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) สำหรับผู้ที่ไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าก็อาจสามารถเข้าชมได้เช่นกัน หากวันนั้นมีกลุ่มที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า หรือกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่สะดวกที่จะรองรับในตอนนั้นคุณก็อาจพลาดการเข้าชมได้ เพราะการเข้าไปชมด้านในนั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลเท่านั้น คุณไม่สามรถเดินชมได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง

ด้านบนชั้น 2 ของอาคาร Ezaki Glico Memorail Hall (江崎記念館) นั้นจากที่ดูด้วยสายตามีพื้นที่ไม่กว้างนัก แต่ทว่าเราก็สามารถเห็นหลากหลายเรื่องราวอันน่าสนใจที่บรรจุอยู่ในพื้นที่นี้ได้ทันทีเมื่อแรกเห็นเช่นกัน หอเกียรติคุณแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและสดุดีแด่ริอิฉิ อีซากิ (Ri-ichi Ezaki) ผู้ก่อตั้งบริษัท รวมไปถึงเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการก่อตั้ง Ezaki Glico Co., Ltd. อีกด้วย

พื้นที่แรกที่เจ้าหน้าที่พาไปชมนั้นก็คือนิทรรศการป้ายไฟนีออนกูลิโกะแมน (Glico Man Billboard) อันเลื่องชื่อนั่นเอง บริเวณนี้จะจัดแสดงป้ายแบบจำลองเหมือนจริงที่ย่อส่วนมาในสเกล 1 : 20 พร้อมภาพถ่ายในอดีตของป้ายไฟนีออนกูลิโกะแมนแต่ละอันตั้งแต่ป้ายรุ่นแรกจนถึงป้ายรุ่นที่ 5 ซึ่งป้ายรุ่นแรกสุดนั้นเป็นรูปคล้ายปรอทขนาดใหญ่ที่มีสัญลักษณ์กูลิโกะแมนอยู่ด้านบน มีความสูง 33 เมตร ป้ายนี้ถูกติดตั้งครั้งแรกที่โดตนโบริเมื่อปี ค.ศ.1935 ซึ่งแต่ละป้ายมีกำหนดการการติดตั้งในแต่ละปีดังนี้

  • ป้ายไฟรุ่นที่ 1 เริ่มติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.1935
  • ป้ายไฟรุ่นที่ 2 เริ่มติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.1955
  • ป้ายไฟรุ่นที่ 3 เริ่มติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.1963
  • ป้ายไฟรุ่นที่ 4 เริ่มติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.1972
  • ป้ายไฟรุ่นที่ 5 เริ่มติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.1998
  • ป้ายไฟรุ่นที่ 6 เริ่มติดตั้งเมื่อปี ค.ศ.2014

หลังจากที่ได้ชมนิทรรศการป้ายไฟนีออนกูลิโกะแมน (Glico Man Billboard) แล้วเจ้าหน้าที่จะพาเราไปรู้จักกับประวัติของริอิฉิ อีซากิ (Ri-ichi Ezaki) ผ่านภาพยนตร์สั้นๆ ตลอดจนนิทรรศการที่ทำให้เราได้เห็นอัตตะชีวประวัติของการต่อสู้ของบุคคลสำคัญตั้งแต่เด็กจนเสียชีวิต นอกจากภาพถ่ายในอดีตและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับริอิฉิ อีซากิ (Ri-ichi Ezaki) และกูลิโกะแล้ว หนึ่งในสมบัติล้ำค่าชิ้นสำคัญที่จัดแสดงอยู่ที่นี่ก็คือเครื่องผลิต Glico Caramel เครื่องแรกที่อีซากิเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นเอง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นอันสำคัญที่ก่อให้เกิดการบันทึกประวัติมาจนถึงทุกวันนี้

มาถึงโซนที่ผมหยุดยืนดูอยู่นานที่สุด และสร้างรอยยิ้มให้ผมได้มากที่สุด (และน่าจะเหมือนกับใครอีกหลายๆ คน) ... โซนนี้ก็คือมุมจัดแสดงของเล่นของกูลิโกะที่เป็นของแถมขวัญใจเด็กๆ มากับกล่องขนม Glico Caramel นั่นเอง เด็กในรุ่นปัจจุบันที่มาดูโซนนี้อาจจะไม่ตื่นเต้นอะไรมากนัก แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นเด็กตัวโตนั้นต่างก็อมยิ้มกันทุกคนเลยทีเดียว เพราะของเล่นทุกชิ้นนั้นเรียกความทรงจำอันทรงคุณค่าในอดีตได้เป็นอย่างดีทีเดียว ของเล่นอันเป็นของแถมของกูลิโกะนี้กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่สร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ได้อย่างยอดเยี่ยม ของเล่นกว่า 4,000 ชิ้น นั้นถูกจัดแสดงไว้ในตู้กระจกอย่างดี ตั้งแต่ชิ้นแรกจนถึงชิ้นล่าสุดในยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ของเล่นกระดาษ ของเล่นโลหะ ของเล่นพลาสติก ยันของเล่นไม้ ซึ่งพอเห็นภาพรวมแล้วเราก็จะเห็นพัฒนาการของความคิดสร้างสรรค์ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีนิทรรศการน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน อาทิ Poky กล่องแรกที่ออกวางจำหน่าย ไปจนถึงรางวัลอันทรงเกียรติระดับโลกต่างๆ ที่ทาง Ezaki Glico Co., Ltd. ได้รับ การจัดแสดงเครื่องจำหน่ายขนมอัตโนมัติของกูลิโกะ (Glico Vending Machine with Built-in Movie) ในยุคอดีตที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1931 พัฒนาการของโลโก้กูลิโกะรวมถึงกูลิโกะแมนจากเริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงโซนการตลาดที่จัดแสดงเส้นทางการโฆษณาผลิตภัณฑ์กูลิโกะในญี่ปุ่น ตลอดจนฉายโฆษณาทีวีของกูลิโกะเวอร์ชั่นล่าสุดจากทั่วโลก ซึ่งก็รวมถึงโฆษณากูลิโกะของประเทศไทยด้วย

ปัจจุบันนั้น Ezaki Glico Go., Ltd. ขยายบริษัทและตลาดขนมหวานไปทั่วโลก มีขนมขบเคี้ยวที่คนไทยและคนทั่วโลกรู้จักตามมาอีกมากมายอย่าง Pocky, Pretz, Collon เป็นต้น ... ถึงแม้ Ezaki Glico Memorail Hall (江崎記念館) จะเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กนั้น แต่มันก็สามารถฉุดให้เราอมยิ้มกับอดีตและปัจจุบันได้ในเวลาเดียวกัน และสามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ก่อนจะลากลับ เจ้าหน้าที่หยิบกล่องขนมสี่เหลี่ยมจตุรัสสีแดงสดที่มีโลโก้กูลิโกะแมนอยู่ตรงกลางอย่างเป็นเอกลักษณ์ ที่สำคัญมันมาพร้อมของเล่นไม้ชิ้นเล็กๆ ซึ่งเป็นของแถมคู่กับขนมนี้ แน่นอนว่ามันสามารถฉีกยิ้มผมให้กว้างขึ้นไปอีกก่อนที่จะลากลับออกไป ... ขนมนี้เป็นของที่ระลึกที่แจกฟรีให้กับผู้มาเยือนทุกคน ซึ่งมันก็คือลูกอม Glico Caramel รสชาติดั้งเดิมแบบในอดีตที่ปั๊มเป็นรูปหัวใจ และนี่ก็คือลูกอมแบบแรกและแบบดั้งเดิมที่ Ezaki Glico Co., Ltd. ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับวันวาเลนไทน์และให้ได้ขึ้นวางจำหน่ายครั้งแรกในห้าง Mitsukoshi Department Store เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1922 นั่นเอง

---------------------------------------------------------------

Ezaki Glico Memorail Hall (江崎記念館)

+ ที่ตั้ง : 4-6-5 Utajima, Nishi Yodogawa Ward, Osaka City, Osaka.

+ เวลาให้บริการ : จ.-ศ. > รอบบริการ 13.30, 14.30, 15.30 (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) / ควรนัดหมายจองรอบทัวร์ล่วงหน้า

+ ติดต่อ : 06-6477-8352 / เว็บไซต์ : www.glico.co.jp/en

+ วิธีเดินทาง : JR West > เริ่มต้นที่สถานี Osaka Station นั่งรถไฟสาย JR Kobe Line หรือ JR Takarazuka Line ลงสถานี Tsukamoto แล้วเดินต่ออีกราว 15 นาที

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น