เรื่องเล่าเหล่าหอคอย (2)

ตอน ฝาแฝดคนแรกของหอไอเฟล

โดย Tada Ratchagit   6 มี.ค. 2557

โตเกียวนั้นมีหอคอยโตเกียว (Tokyo Tower) สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์และการประกาศศักดิ์ดาของญี่ปุ่นที่บรรจงสร้างให้เป็นฝาแฝดกับหอไอเฟล (Eiffel Tower) แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าแท้ที่จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้โอซาก้าก็เคยมีหอคอยหนึ่งที่ญี่ปุ่นต้องการที่จะสร้างขึ้นเพื่อประกาศศักดิ์ดาและสร้างฝาแฝดให้เป็นอย่างหอไอเฟลมาแล้ว เพียงแต่ว่าหอคอยแห่งนี้นั้นมันอาจจะไม่ประสบผลอย่างที่ตั้งไว้มากนัก แล้วตัวตนที่แท้จริงนั้นก็ช่างต่างกันเสียสิ้นเชิง

หอคอยที่ว่านี้ก็คือ หอคอยซึเท็นกากุ (Tsutenkaku Tower) อันโด่งดังซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งเมืองโอซาก้านั่นเอง มันตั้งอยู่ในย่านชินเซไก (Shinsekai) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่เต็มไปด้วยของกินแสนอร่อย แรกเริ่มเดิมทีหอคอยฉบับดั้งเดิมนั้นสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1912 เพื่อเลียนแบบหอไอเฟลในกรุงปารีส ซึ่งทางญี่ปุ่นตั้งใจจะให้เหมือนทั้งรูปร่างไปจนถึงวัตถุประสงค์ของการสร้างเพื่อใช้งาน ในคราวที่หอคอยนี้แล้วเสร็จนั้นมันสูงกว่า 64 เมตร ทำให้ครองตำแหน่งสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดของเอเชียในยุคไปเลยทีเดียว

ทางด้านสถาปัตยกรรมของหอคอยนั้นก็เป็นการผสมผสานระหว่าง ประตูชัยของฝรั่งเศส (Arc de triomphe) ซึ่งเป็นอาคารบริเวณฐาน กับ หอไอเฟล ที่เป็นส่วนของหอคอยด้านบน แต่ทว่าหน้าตาที่บรรจงให้เป็นแฝดกันนั้นกลับแตกต่างกันอย่างเกือบสิ้นเชิง ถึงหน้าตาจะไม่คล้ายกับหอไอเฟลอย่างตั้งใจนักแต่หอคอยซึเท็นกากุนั้นก็สร้างขึ้นในวัตถุประสงค์ใกล้เคียงกัน นั่นก็คือเพื่อเป็นแลนด์มาร์กของย่านชินเซไกอันเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกถึงบริเวณที่เคยจัดงาน National Industrial Exposition 1903 หรืองานเอ็กซ์โปภายในประเทศญี่ปุ่นครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นที่โอซาก้าอย่างยิ่งใหญ่นั่นเอง แถมทำหน้าที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างด้วยการเป็นสถานีของกระเช้าลอยฟ้าที่เชื่อมจากหอคอยไปยังสวนสนุก Luna Park ที่อยู่ในบริเวณเดียวกันนี้อีกด้วย (ปัจจุบันไม่มีสวนสนุกแห่งนี้แล้ว และไม่มีข้อมูลว่าเลิกกิจการไปเมื่อใด)

เป็นที่น่าเสียดายว่าหอคอยซึเท็นกากุฉบับดั้งเดิมนั้นได้ถูกไฟไหม้ไปในปี ค.ศ.1943 ทำให้อาคารบางส่วนพังทลายลงมา รัฐบาลญี่ปุ่นจึงสั่งรื้อถอนเพื่อความปลอดภัย แต่ทว่าก็มีเสียงลือกันให้แซดว่าความจริงแล้วหอคอยนั้นไม่ได้เสียหายมากมายขนาดที่รัฐบาลกล่าวอ้าง แท้จริงแล้วรัฐบาลญี่ปุ่นสั่งรื้อโครงเหล็กนั้นก็เพื่อที่จะนำมันไปใช้ในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์รวมถึงยานพาหนะในสงครามโลกครั้งที่สองเสียมากกว่า ซึ่งความจริงเป็นเช่นไรก็ยังไม่มีใครสามารถสรุปได้รู้เพียงแต่ว่าภายหลังจากสงครามสงบลงแล้ว ชาวเมืองก็ได้ร่วมกันเรียกร้องให้สร้างหอคอยประจำเมืองแบบเดิมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยชาวเมืองต่างก็ร่วมมือร่วมใจเรี่ยไรรายได้เพื่อร่วมก่อสร้างหอคอยในครั้งนี้อีกด้วย

หอคอยซึเท็นกากุนี้มีความหมายว่า หอสู่สวรรค์ (Tower Reaching Heaven) มันสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1956 มีความสูงเพิ่มขึ้นกว่าเก่าเป็น 103 เมตร มีจุดชมวิวด้านบนที่สามารถเห็นความสวยงามของโอซาก้าในมุมสูงได้โดยรอบ และยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ในย่านชินเซไก (Shinsekai) เช่นเคย สำหรับหน้าตาโฉมใหม่ที่แตกต่างจากของเก่าโดยสิ้นเชิงนั้นเป็นผลงานการออกแบบของ ทาฉุ นาอิโตะ (Tachu Naito) สถาปนิกชื่อดังที่ได้รับฉายาว่าเป็นบิดาแห่งหอคอยญี่ปุ่นนั่นเอง ซึ่งเขาได้สร้างหอคอยสำคัญๆ ไว้ทั่วญี่ปุ่นมากมายซึ่งก็รวมไปถึงหอคอยโตเกียวที่สร้างขึ้นภายหลังในปี ค.ศ.1958 ด้วยนั่นเอง

Tsutenkaku Tower (通天閣)

ที่ตั้ง : 1-18-6 Ebisu-Higashi, Naniwa-ku, Osaka City, Osaka

เปิด-ปิด : ทุกวัน 09.00-20.30 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 600 เยน / เด็ก 300 เยน

ติดต่อ/ข้อมูลเพิ่มเติม : 06-6641-9555, www.tsutenkaku.co.jp

วิธีเดินทาง :

วิธีที่ 1 > นั่ง Osaka Subway สาย M–Midosuji Line ลงสถานี M22–Dobutsuen-mae, สาย K–Sakaisuji Line ลงสถานี K18–Ebisucho

วิธีที่ 2 > นั่ง JR Osaka Loop Line ลงสถานี Shin-imamiya

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น