เมืองลับแลแห่งโอซาก้า

หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณท่ามกลางมหานครศิวิไลซ์

โดย Tada Ratchagit   4 มี.ค. 2557

เมื่อความทันสมัยของเมืองยุคใหม่ผุดขึ้นและกระจายตัวอย่างรวดเร็ว ก็เป็นที่แน่นอนว่าความเก่าแก่โบราณของบ้านเรือนยุคเก่านั้นต้องเริ่มที่จะเลือนหายไปเรื่อยๆ ในญี่ปุ่นก็เช่นกัน ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองนั้นต่างก็กระจายตัวสู่ทุกภูมิภาคอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านญี่ปุ่นแบบโบราณนั้นเริ่มจะเหลือลดน้อยและหาดูได้ยากขึ้นทุกที

ห่างจากพื้นที่ความเจริญของเมืองใหญ่อย่างโอซาก้าออกไปเพียงไม่กี่อึดใจ บ้านญี่ปุ่นโบราณหลายหลังยังคงตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแมกไม้และยังคงยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่อันแสนเจริญอย่างมีเสน่ห์ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปกันมากนัก แต่ทว่ามันน่าเดินเที่ยวไม่ต่างจากการเดินท่องเมืองใหญ่แห่งแสงสีเลยทีเดียว ที่นี่ก็คือ OPEN-AIR MUSEUM OF OLD JAPANESE FARM HOUSES (日本民家集落博物館) พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งหมู่บ้านกสิกรรมโบราณของญี่ปุ่นที่รวบรวมเอาบ้านของเกษตรกรในยุคโบราณหลายแห่งทั่วประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงรวมกันไว้ที่เดียว ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นสถานที่ให้ความรู้แบบสัมผัสได้จากของจริง และเป็นการอนุรักษ์มรดกโบราณอันเป็นสมบัติล้ำค่าให้ยังคงอยู่สืบต่อไป

วิถีแห่งเกษตรกรรมนั้นถือเป็นวิถีแห่งชาวอาทิตย์อุทัยมาช้านานตั้งแต่สมัยยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ชาวญี่ปุ่นในสมัยก่อนนั้นจะนิยมสร้างบ้านเรือนให้มีขนาดใหญ่และมีอรรถประโยชน์มากมาย นอกจากการอยู่อาศัยแล้วมันยังเป็นเสมือนโกดังเก็บของไปจนถึงออฟฟิศทำงานของคนยุคนั้น ภายนอกบ้านแต่ละหลังอาจดูแตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาคแต่สำหรับโครงสร้างโดยรวมนั้นแทบจะไม่ต่างกันเลยทีเดียว พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 36,000 ตร.ม. ตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะ Hattori-Ryokuchi Park ชานเมืองโอซาก้า ภายในจัดแสดงบ้านเรือน(หลังจริง)แบบดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ในสมัยก่อนตั้งแต่ยุคเอโดะจนถึงราวปี ค.ศ.1900 ซึ่งบ้านเหล่านี้รวบรวมมาจากทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 12 หลัง นำมาปลูกรวมกันเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม แล้วพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังถือเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

หมู่บ้านโบราณนี้สามารถสะท้อนการอยู่อาศัยในแบบวิถีเกษตรกรรมจากแทบทุกภูมิภาคของญี่ปุ่นในยุคก่อนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งทั้ง 12 หลังนั้นประกอบไปด้วยบ้านโบราณ “Magariya” จากเมืองนัมบุ (Nambu) จ.อิวาเตะ (Iwate), บ้านโบราณจากเมืองอะกิยามะ (Akiyama) จ.นากาโน่ (Nagano), บ้านโบราณจากเมืองชิรากาว่า (Shirakawa) จ.กิฟุ (Gifu), บ้านโบราณจากเมืองซึรุกะ (Tsuruga) จ.ฟุกุอิ (Fukui), บ้านโบราณจากเมืองเซ็ตซึโนเซะ (Setttsu-Nose) จ.โอซาก้า (Osaka), บ้านโบราณจากเมืองโทซึกาว่า (Totsukawa) จ.นาระ (Nara), โรงละครพื้นบ้านคาบุกิ จากเมืองโซโดชิม่า (Shodoshima) จ.คากาว่า (Kagawa), บ้านโบราณจากเมืองชิอิบะ (Shiiba) จ.มิยาซากิ (Miyazaki), ศาลาพื้นบ้าน “Takakura” จากเมืองอะมามิโอชิม่า (Amami-Oshima) จ.คาโกชิม่า (Kagoshima) เป็นต้น

นอกจากนี้ภายในบ้านแต่ละหลังนั้นยังจัดแสดงการออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในของคนยุคนั้น และข้าวของเครื่องใช้จริงในยุคก่อนที่จำลองให้เหมือนกับวิถีในยุคนั้นให้มากที่สุด แถมด้วยเสน่ห์แห่งวันวานที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยแหล่งข้อมูลมีชีวิตที่เล่าเรื่องราวจากคนยุคก่อนถ่ายทอดสู่คนยุคปัจจุบันโดยตรง ซึ่งนี่คือหนึ่งโครงการที่เขาจะรับอาสาสมัครเป็นเหล่าบรรดาผู้สูงอายุที่ไม่ได้ทำงานแล้ว อาสาสมัครพิธภัณฑ์เหล่านี้จะคอยให้ความรู้ผ่านเรื่องเล่าประจำอยู่ในแต่ละหลัง (แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น) ซึ่งเราสามารถเข้าไปพูดคุยสอบถามเรื่องราวต่างๆ หรือแม้กระทั่งนั่งพูดคุยสารทุกข์สุขดิบอื่นๆ ได้ตามชอบ บ้านบางหลังอาจกำลังมีคุณตานั่งก่อไฟในบ้านแบบโบราณรอต้อนรับแขกที่เราสามารถไปนั่งจิบน้ำชาสนทนาวันวานได้อย่างมีความสุขราวกับเป็นแขกของเจ้าของบ้านกนเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราววันวานที่เล่าผ่านผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตอันทรงคุณค่านั้นถือเป็นหนึ่งในความรู้อันมีชีวิตของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่มีคุณค่ายิ่ง ทำให้เราสัมผัสได้ถึงเสน่ห์แห่งวันวานมากกว่าการบรรจุความรู้จากตัวหนังสือลงในหัวสมองเพียงเท่านั้น

นอกจากการจัดแสดงบ้านโบราณและวิถียุคก่อนแล้ว ที่นี่ยังมีเวทีสำหรับโชว์การแสดงและวิถีพื้นบ้านในยุคต่างๆ อีกด้วย บานแต่ละหลังถูกจัดวางไว้อย่างเป็นธรรมชาติกับภูมิประเทศที่สวยงาม แล้วก็ยังแทรกตัวด้วยต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องมีต้นไม้อันเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่นอย่างซากุระแทรกตัวอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งต้องขอบอกว่าในยามที่ซากุระบานนั้น ... นี่คือหนึ่งสถานที่สวยงามอย่างมีชีวิตชีวาทีเดียว

OPEN-AIR MUSEUM OF OLD JAPANESE FARM HOUSES (日本民家集落博物館 – นิปปอนมินกะชูราคุฮาคุบุซซึกัง)

ที่ตั้ง : 1-2 Hattori Ryokuchi, Toyonaka City, Osaka

เปิด-ปิด : 09.30-17.00 น. (หยุดจันทร์)

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 500 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย 300 เยน / นักเรียนมัธยมต้น 200 เยน

ติดต่อ/ข้อมูลเพิ่มเติม : 06-6862-3137, www.occh.or.jp/minka (ภาษาญี่ปุ่น)

เดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดิน Osaka Subway สาย M–Midosuji Line ลงสถานี M11-Esaka แล้วต่อรถไฟสาย Kita-Osaka Kyuko Line (ภายในสถานีเดียวกัน) ไปลงสถานี M10–Ryokuchikoen (หมายเหตุ : รถไฟบางคันอาจวิ่งเลยต่อไปโดยไม่ต้องเปลี่ยนรถคันใหม่)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
4
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

เข้าร่วมการสนทนา

Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Patcharii A. เดินทางง่ายมักๆ อยู่ตะเข็บเมืองโอซาก้าเองครับ นั่งรถไฟสายสีแดงไปถึงได้เลย (แต่บางขบวนอาจสุดที่สถานีก่อนหน้า 1 สถานีนะครับ สังเกตุดีๆ)
Patcharii A. หนึ่งปีมาแล้ว
ยิ่งชอบใหญ่เลย ถ้าบอกว่า คุ้ม 555 เดี๋ยวต้องจดไว้ในลิสต์เพิ่มอีกแล้ว... นึกว่าต้องไปที่เกียวโตอย่างเดียวซะอีก ถึงจะได้เห็นแบบนี้
Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Patcharii A. ไปทีเดียวคุ้ม ได้ดูบ้านโบราณทุกรูปแบบเลยครับ :) ผมว่าเค้าจัดหมู่บ้านไว้สวยดีเลยล่ะ
Patcharii A. หนึ่งปีมาแล้ว
น่าสนใจดีค่ะ ชอบบ้านโบราณ ^^