วัดชิเท็นโนจิ (四天王寺)

วัดในพระพุทธศาสนาแห่งแรกของแดนอาทิตย์อุทัย

โดย Tada Ratchagit   3 พ.ย. 2557

วัดเก่าแก่อันทรงคุณค่าที่มีอายุกว่า 1,400 ปีนี้คืออารามในพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการแห่งแรกของญี่ปุ่นและถือเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1136 (ค.ศ.593) โดยเจ้าชายโชโตคุ (Prince Shotoku) ในสมัยพระจักรพรรดินีซูอิโกะ (Empress Suiko)

***********************************************************************************

  • พระจักรพรรดินีซูอิโกะ (Empress Suiko) ทรงเป็นพระจักรพรรดิองค์ที่ 33 ของญี่ปุ่นและทรงเป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นครองราชย์เป็นพระจักรพรรดินีองค์แรกของญี่ปุ่น และถือเป็นราชวงศ์แรกของญี่ปุ่นที่ทรงนับถือพระพุทธศาสนาอีกด้วย ยุคนั้นนับเป็นครั้งแรกที่พุทธศาสนาประดิษฐาน ณ ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยมีการสร้างวัด Shitennoji ขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถานอันเป็นที่สักการะของชาวพุทธเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นนั่นเอง

***********************************************************************************

พระองค์ริเริ่มก่อสร้างวัดเพื่อประดิษฐานพระโพธิสัตว์ 4 องค์ (四天王-Shitenno แปลว่า 4 กษัตริย์แห่งสวรรค์) หลังจากที่พระองค์ได้ทรงอธิษฐานขอพรให้รบชนะสงครามเพื่อนำพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแพร่ในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระโพธิสัตว์ทั้ง 4 เจ้าชายโชโตคุทรงสร้างสถาบันขึ้นมา 4 สถาบัน (四箇院/Shika-in) อันเป็นระบบสวัสดิการสาธารณะเพื่อสังคม (สังคมสงเคราะห์) ให้เกิดขึ้นพร้อมกันในยุคนั้นด้วย อันได้แก่ 1.สถาบันทางศาสนาและการศึกษา (Kyoden-in) 2.สถาบันสวัสดิการสังคม (Hiden-in) 3.โรงพยาบาล (Ryobyo-in) 4.เภสัชสถาน (Seiyaku-in) เพื่อบริการแก่ประชาชนของพระองค์ซึ่งนี่ถือเป็นการสังคมสงเคราะห์ในญี่ปุ่นที่ถูกปูพื้นฐานมาจนถึงทุกวันนี้ด้วย

ภายในอาณาเขตมหาวิหารชั้นในของวัดนั้นประกอบไปด้วย เจดีย์ห้าชั้นแบบญี่ปุ่น (五重塔- Gojunoto), วิหารทองคำ (金堂-Kondo) ที่ประดิษฐานรูปเคารพของพระโพธิสัตว์เนียวไร (Nyorai Kannon) และหอธรรม (Kodo) ซึ่งทั้งหมดเรียงตัวเป็นเส้นตรงจากทิศเหนือสู่ทิศใต้และโอบล้อมด้วยกำแพงระเบียงทางเดินสามด้านที่มีประตูแต่ละทิศ 3 ประตู คือ ประตูเทพ(ทิศใต้), ประตูทิศตะวันตก, ประตูทิศตะวันออก โดยการสร้างวัดแบบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนและวัดแห่งนี้ถือว่าเป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว สำหรับหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างวัดอันยิ่งใหญ่อลังการนี้ก็คือกลุ่มวิศวกรที่เจ้าชายโชโตคุได้ซื้อตัวมาจากอาณาจักรแพ็กเจ (Baekje) ของเกาหลีเพื่อมาสร้างวัดพุทธแห่งนี้ขึ้นในญี่ปุ่น หลังจากนั้นพุทธศาสนาก็เริ่มเจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยและในขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็เริ่มรับวัฒนธรรมจากจีนอันเป็นจุดเริ่มแรกที่จีนเข้ามามีอิทธิพลต่อศิลปวัฒนธรรมรวมถึงวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นและขยายตัวขึ้นเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

***********************************************************************************

  • ชิเกะมิทซึ คอนโก (Shigemitsu Kongo) ช่างไม้หนึ่งในทีมก่อสร้างที่ถูกซื้อตัวจากอาณาจักรแพ็กเจ (Baekje) ของเกาหลีมาสร้างวัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji) นั้น ตัดสินใจเปิดบริษัทก่อสร้างเป็นของตัวเองมีชื่อว่า Kongo Gumi (金剛組) ขึ้นในปี พ.ศ.1121 (ค.ศ.578) ซึ่งบริษัทนี้เคยถูกบันทึกไว้ว่าเป็นบริษัทเก่าแก่ที่ดำเนินงานมาต่อเนื่องมากที่สุดในโลกกว่า 1,400 ปี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัดและศาสนสถานมาตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบัน สืบทอดในตระกูลเดียวกันมากว่า 40 รุ่น แล้วก็เป็นที่น่าเสียดายว่าในปี พ.ศ.2549 (ค.ศ.2006) บริษัทประสบปัญหาเรื่องเงินอย่างหนักจนต้องขายกิจการให้กับบริษัท Takamatsu Construction Group ไป แต่ถึงอย่างไรก็ดีบริษัทก็ยังคงดำเนินกิจการในชื่อเดิม Kongo Gumi อยู่และยังคงเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจก่อสร้างวัดและศาสนสถานเช่นเดิมมาจนถึงทุกวันนี้   
  • (แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม >>> Kongo Gumi : www.kongogumi.co.jp / Takamatsu Construction Group : www.takamatsu-cg.co.jp)

***********************************************************************************

สำหรับตัววัดในปัจจุบันนั้นไม่ใช่อาคารเก่าแก่ดั้งเดิม เพราะมันถูกทำลายจากสงครามจนวอดวายไปหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งวัดในปัจจุบันนั้นได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามโครงสร้างและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมทุกประการ โดยการบูรณะครั้งล่าสุดสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2506 (ค.ศ.1963) นี้เอง

ทุกวันที่ 22 เมษายน ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาล Shoryo-e Bugaku Daihoyo อันเป็นเทศกาลประจำปีของวัดชิเท็นโนจิ (Shitennoji) ซึ่งวันนี้เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายโชโตคุ (Prince Shotoku) ในวันนั้นจะมีการทำพิธีสงฆ์พร้อมกับการร่ายรำกากะคุ (雅楽/Gagaku) อันงดงามถือเป็นการร่ายรำโบราณอันเป็นการแสดงชั้นสูงในราชสำนัก ซึ่งการร่ายรำนี้ยังถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย

---------------------------------------------------------------

วัดชิเท็นโนจิ (四天王寺 / Shitennoji Temple)

+ ที่ตั้ง : 1-11-18 Shitennoji, Tennoji-ku, Osaka City, Osaka

+ เวลาให้บริการ : เม.ย.-ก.ย. 08.30-16.30 น. / ต.ค.-มี.ค. 08.30-16.00 น. (เฉพาะส่วนพิพิธภัณฑ์ Hobutsu-kan ปิดวันจันทร์)

+ ติดต่อ : 06-6771-0066 / เว็บไซต์ : www.shitennoji.or.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

+ ค่าผ่านประตู : รอบวัดภายนอกไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

>โซนมหาวิหาร (中心伽藍/Chushingaran) ผู้ใหญ่ ¥300 / นักเรียน-นักศึกษา ¥200 / เด็ก-นักเรียนมัธยมต้น ฟรี

>โซนพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ (宝物館/Takaramonokan) ผู้ใหญ่ ¥500 / นักเรียน-นักศึกษา ¥300 / เด็ก-นักเรียนมัธยมต้น ฟรี

>โซนสวนญี่ปุ่น (庭園/Teien) ผู้ใหญ่ ¥300 / นักเรียน-นักศึกษา ¥200 / เด็ก-นักเรียนมัธยมต้น ¥200

+ วิธีเดินทาง :

>JR West : นั่งรถไฟสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Tennoji

>Osaka Subway : นั่งรถไฟใต้ดินสาย T–Tanimachi Line (สีม่วง) ลงสถานี T26–Shitennoji-mae Yuhigaoka

>Osaka Subway : นั่งรถไฟใต้ดินสาย M-Midosuji Line (สีแดง) หรือ T–Tanimachi Line (สีม่วง) ลงสถานี M23,T27–Tennoji

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

12
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น