Kinugawa Park Hotels (鬼怒川パークホテルズ)

สวรรค์ออนเซนแห่งคินุกาว่า

โดย Tada Ratchagit   16 พ.ย. 2557

สวรรค์แห่งออนเซนที่อยู่ไม่ไกลโตเกียวอย่างเมือง Kinugawa Onsen (鬼怒川温泉) นั้นเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ใครหลายคนอยากมาเยือน สวรรค์แห่งนี้ยังซ่อนตัวไปด้วยสวรรค์เล็กๆ อีกมากมายในโรงแรมหรือเรียวกังริมน้ำที่จะให้คุณแช่น้ำร้อนอย่างสุขใจพร้อมชมวิวอันงดงามของธรรมชาติ ... และหนึ่งในสวรรค์ของการพักผ่อนที่ขอแนะนำให้ลองไปเยือนนั้นก็คือ Kinugawa Park Hotels (鬼怒川パークホテルズ) แห่งนี้นั่นเอง

โรงแรม Kinugawa Park Hotels (鬼怒川パークホテルズ) นั้นตั้งอยู่บนไหล่เขาริมแม่น้ำคินุอันงดงามใกล้กับสะพาน Tateiwa Bridge อันโด่งดังนั่นเอง ทุกห้องพักของโรงแรมนั้นสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำคินุพร้อมภูเขาที่โอบล้อมรวมไปถึงวิวสะพานที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างสวยงาม โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้ทั้งภูเขาจะพร้อมใจเปลี่ยนเป็นเฉดสีเหลืองแดงซึ่งงดงามมาก ด้วยอากาศและวิวทิวทัศน์นั้นจึงเป็นฤดูที่เหมาะแก่การมาพักผ่อนเอนกายแช่น้ำร้อนเคล้าธรรมชาติมากที่สุด

โรงแรม Kinugawa Park Hotels (鬼怒川パークホテルズ) นั้นเป็นหนึ่งในโรงแรมอันคลาสสิกเก่าแก่แห่ง Kinugawa Onsen ตัวโรงแรมนั้นเป็นอาคารขนาดกลางที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้และมีการจัดสวนไว้ทั้งภายนอกและภายในอย่างงดงาม การตกแต่งนั้นเป็นการผสมผสานกันระหว่างความคลาสสิกในแบบยุโรปกับความดั้งเดิมในแบบญี่ปุ่นที่ใส่ใจทุกรายละเอียดอย่างประณีต ซึ่งเราสามารถสัมผัสได้ตั้งแต่โซนต้อนรับแขกบริเวณล็อบบี้ที่มีที่นั่งชิมวิวอันงดงามผ่านกระจกใส ไปจนถึงโซนนั่งเล่นภายในที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์แสนคลาสสิกในสไตล์ยุโรปผสมผสานกับการตกแต่งภายในในแบบญี่ปุ่นโบราณนั่นเอง

  • ทางด้านห้องพักนั้นมีบริการหลากหลายสไตล์ แต่ที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมนั้นก็คือห้อง Kirakukan ซึ่งเป็นห้องพักในสไตล์ Traditional Ryokan ที่ตกแต่งในกลิ่นอายญี่ปุ่นโบราณอย่างสวยงามทีเดียว ห้องพักประเภทนี้จะมีห้องรับแขกที่แยกกับห้องนอนในสไตล์ญี่ปุ่นผสมผสานตะวันตก พร้อมมีบริการฟูกเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ต้องการพักในแบบญี่ปุ่นโบราณด้วย แถมยังมีห้องน้ำที่โอ่โถงสะดวกสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมายภายในห้องไว้คอยให้บริการ
  • ห้องพักอีกสไตล์ที่หรูหรามีระดับขึ้นมาและเป็นที่นิยมเช่นกันนั้นก็คือห้องในแบบ Kino-Yakata ซึ่งเป็นห้องพักที่หรูหราโอ่โถงราวกับอยู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ โถงห้องกับโซนห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ จะถูกกั้นห้องอย่างเป็นสัดเป็นส่วน ห้องนอนนั้นมีพื้นที่กั้นห้องอย่างเป็นส่วนตัว มีโซนรับแขกและนั่งชมวิวรวมไปถึงมีระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นวิวธรรมชาติได้อย่างงดงาม ที่สำคัญห้องพักประเภทนี้จะมีบ่อแช่น้ำร้อนส่วนตัวอยู่ในห้องที่ริมระเบียงโดยมีให้เลือกทั้งแบบออนเซนกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติ หรือออนเซนในห้องส่วนตัวที่สามารถมองเห็นวิวอันงดงามได้เช่นกัน
  • ห้องพักอีกห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นนั้นก็คือโซน Park Cottage ซึ่งห้องพักแบบนี้จะเป็นบ้านหลังๆ ที่แยกกันตั้งอยู่เชิงหน้าผ้าริมแม่น้ำคินุ ภายในห้องนั้นตกแต่งในสไตล์ตะวันตก มีจุดชมวิวจากระเบียงห้องอันแสนงดงาม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย

แน่นอนว่าเมื่อเป็นที่พักแห่งออนเซนนั้นจุดเด่นอีกอย่างก็คือออนเซนที่ให้บริการภายในโรงแรมนั่นเองซึ่งออนเซนนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 ห้องใหญ่ๆ แบ่งเป็นชายและหญิง แต่ห้องออนเซนนั้นจะสลับวันกันเพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศครบทุกบรรยากาศ โดยห้องออนเซนนั้นมีทั้งแบบในอาคารและกลางแจ้ง ซึ่งวิวในอาคารนั้นก็สามารถเห็นธรรมชาติอันงดงามผ่านกระจกได้ และภายนอกนั้นก็ตกแต่งโดยใช้หินต่างๆ ให้คล้ายกับบ่อออนเซนธรรมชาติอย่างงดงามเช่นกัน จุดแช่ออนเซนที่โดดเด่นนั้นนอกจากบ่อหินที่ให้เห็นวิวธรรมชาติได้อย่างเต็มตาแล้วก็ยังมีบ่อไม้ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นออนเซนในร่มที่ตกแต่งในแบบญี่ปุ่นโบราณอย่างงดงาม แต่หนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่ที่ทุกคนต้องแวะไปลองนั้นก็คือ Boat Onsen หรือออนเซนเรือซึ่งมีการนำเอาเรือไม้เก่ามาทำเป็นบ่อออนเซนกลางแจ้งได้อย่างสวยงามทีเดียว

สิ่งที่พิเศษมากๆ อีกอย่างของที่นี่นั้นก็คือตำรับความอร่อยที่เสิร์ฟในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ทานกันหลากหลายรูปแบบ ทั้งมื้อเช้าและมื้อค่ำที่จะจัดสำรับไม่ซ้ำกันสักวัน โดยเราสามารถเลือกทานอาหารได้ที่ร้าน Tsukimitei หรือร้าน Kaishokujou ซึ่งทั้งสองร้านเป็นร้านอาหารในสไตล์ญี่ปุ่นเคล้าวิวอนงดงาม ซึ่งอาหารนั้นจะเป็นเซ็ตใหญ่มาในรูปแบบไคเซกิหลากหลายตำรับให้ทานกัน

  • แต่ที่ห้ามพลาดเลยก็คือไฮไลท์อย่าง Tsukimi-zen ซึ่งเป็นเทมปุระที่คัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นในแต่ละฤดูกาลมาชุบแป้งทอดกรอบเหลือง ทอดร้อนๆ ให้ทานกันอย่างอร่อย

นอกจากนี้ก็ยังมีบริการเสิร์ฟอาหารให้ทานกันถึงห้องพักที่จะจัดสรรเมนูสุดพิเศษเพื่อบริการแขกพิเศษเช่นคุณอีกด้วย เรียกได้ว่าแต่ละมื้อนั้นยิ่งใหญ่อลังการและอิ่มหนำสำราญอย่างมีความสุข

หากอยากลองสัมผัสประสบการณ์ออนเซนอย่างมีระดับแบบนี้ดูบ้าง ให้ลองแวะมาที่ Kinugawa Park Hotels (鬼怒川パークホテルズ) แล้วคุณจะไม่ผิดหวังกับชีวิตที่สุขสบายราวอยู่บนสวรรค์เลยทีเดียว

ไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวโดยรอบ Kinugawa Onsen และ Nikko

  • Tateiwa Braidge : สะพานแขวนสีดำที่ทอดข้ามแม่น้ำคินุ ซึ่งเป็นสะพานแขวนทางเดินคนข้ามท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม
  • Tobu World Square : เมืองจำลองสถานที่สำคัญๆ ต่างๆ ของโลกกว่า 102 แห่ง ที่จำลองมาในสเกล 1 : 25 อย่างเหมือนจริงและสมจริงในทุกรายละเอียด
  • Edo Wonderland Nikko Edomura : เมืองญี่ปุ่นโบราณในยุคเอโดะในรูปแบบกลิ่นอายโรงถ่ายหนังญี่ปุ่นซึ่งจำลองอาคารบ้านเรือนในยุคเก่าไว้ได้อย่างสวยงามให้เราได้สัมผัสกลิ่นอายเมืองเก่าได้อย่างใกล้ชิด
  • Nikko Toshogu (日光東照宮) : ศาลเจ้าโทโชกุมรดกโลกอันงดงามและมีชื่อเสียงนี้เป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโต และโดยรอบยังมีศาสนสถานอีกหลายแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก UNESCO World Heritage Site เช่นเดียวกันด้วย
  • สะพาน Shinkyo Bridge (Sacred Bridge) : สะพานแดงสัญลักษณ์แห่งนิกโก้อันเก่าแก่งดงาม ซึ่งเป็นสะพานที่ทอดข้ามไปยังศาลเจ้า Futarasan Jinja ศาลเจ้าในศาสนาชินโตอันเลื่องชื่อนั่นเอง

---------------------------------------------------------------

Kinugawa Park Hotels (鬼怒川パークホテルズ)

+ ที่ตั้ง : 1409 Ohara Fujihara-machi Shioya-gun (Kinugawa Onsen), Nikko, Tochigi

+ ติดต่อ : 81-288-77-1289 เว็บไซต์ : www.park-hotels.com

+ วิธีเดินทาง :

> Tobu Railways : จากสถานี Tobu-Asakusa หรือ Tokyo Skytree นั่งรถไฟสาย Tobu Skytree Line (ซึ่งจะวิ่งเชื่อม Tobu Nikko Line โดยอัตโนมัติ) ไปลงสถานี Kinugawa Onsen แล้วเดินต่ออีกราว 5 นาที

  • หมายเหตุ : หากไม่ได้นั่ง Limited Express ที่มุ่งสู่ Kinugawa Onsen โดยตรง (สถานีปลายทาง) เวลาขึ้นรถไฟให้สังเกตุขบวนให้ดี โดยผู้ที่จะต้องการไป Kinugawa Onsen นั้นจะต้องขึ้นตู้รถไฟที่ 1-3 เท่านั้น เพราะตู่ที่ 4-5 เมื่อถึงสถานี Shimo-Imaichi จะแยกขบวนเพื่อวิ่งเข้าสู่เมืองนิกโก้ที่สถานี Tobu-Nikko ซึ่งเป็นอีกสายหนึ่ง / แต่อย่างไรทาง Tobu ได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยแนะนำตอนเข้าสู่ชานชาลาอยู่แล้ว หรือดูที่สติ๊กเกอร์ที่พื้นบริเวณจะขึ้นรถไฟ จะมีสัญลักษณ์บอกไว้ชัดเจน

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น