See Saw Scene พระเอกที่ถูกลืม?

เลื่อยใบใหญ่สีเทาอยู่ที่ด้านหน้า Tokyo Big Sight

โดย Tada Ratchagit   21 เม.ย. 2557

พระเอกที่ถูกลืม?

จะว่าไปแล้วพระเอก(ที่เคยโด่งดัง)คนนี้นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก หรือไม่มีใครไม่เคยเห็น เพียงแต่ว่าพระเอกที่ยืนอยู่ตรงหน้าเรานั้นเรารู้จักหรือเปล่าล่ะว่า ... เขาเป็นใคร?

ผมอาจจะเป็นคนเดียวในละแวกนั้นที่รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษเมื่อยืนอยู่บริเวณ Tokyo Big Sight ที่เกาะโอไดบะ ผมใช้เวลาอยู่นานสองนานเดินดูเขาในหลากหลายมุมมองจนกระทั่งเดินเข้าไปสัมผัสเขาใกล้ๆ ... พระเอกคนนี้ไม่ใช่ตึกทรงแปลกที่โด่งดังของ Tokyo Big Sight แต่มันกลับกลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่เป็นแลนด์มาร์กหนึ่งซึ่งมักติดอยู่ในกล้องของใครหลายคนโดยที่เขาก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขาคนนี้คือใคร ... ครับผมกำลังพูดถึงเลื่อยใบใหญ่สีเทาด้ามจับสีแดงที่กำลังปักดินอยู่ที่ด้านหน้า Tokyo Big Sight นั่นเอง

ประติมากรรมศิลป์ไซส์ยักษ์นี้ก็คือ Saw, Sawing ผลงานศิลปะในรูปแบบ Large-Scale หรือ Over-Scale อันเป็นเอกลักษณ์ของสองศิลปินคู่ชีวิตอย่าง Claes Oldenburg และ Coosje Van Bruggen โด่งดังนั่นเอง ซึ่ง Saw, Sawing นี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.1996 ให้เป็นรูปใบเลื่อยขนาดยักษ์ซึ่งกำลังเลื่อยพื้นดินอยู่ มันถูกตั้งอยู่ที่หน้า Tokyo International Exhibition Center หรือ Tokyo Big Sight แห่งโอไดบะ และนี่ถือเป็นงานศิลปะในรูปแบบ Large-Scale ชิ้นแรกของเขาที่เกิดขึ้นในเอเชีย และดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสองผลงานศิลป์เท่านั้นที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นในทวีปนี้ (อีกแห่งก็คืองานที่ชื่อว่า Spring (ค.ศ.2006) ที่เป็นก้นหอยขนาดยักษ์ตั้งอยู่ในกรุงโซล ของเกาหลีใต้)

Claes Oldenburg สร้างงานศิลปะแบบ Over-Scale ขึ้นครั้งแรกราวๆ ปี ค.ศ.1969 โดยผลงานชิ้นแรกของเขาก็คือ Lipstick (Ascending) on Caterpillar Tracks ที่เป็นลิปสติกไซส์ยักษ์ตั้งอยู่บนล้อรถถัง ซึ่งโปรเจ็คครั้งนั้นเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเขากับ Stuart Wrede นักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่รวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่อทำกิจกรรมระดมทุนภายใต้องค์กร Colossal Keepsake Corporation of Connecticut เพื่อทำการต่อต้านสงครามนั่นเอง ผลงานชิ้นแรกในรูปแบบประติมากรรม Large-Scale นี้ถูกนำไปตั้งที่ Beinecke Plaza ในมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Yale University แต่มันก็ตั้งอยู่ได้เพียง 1 ปี และถูกทิ้งร้างจนเสื่อมโทรมจน Claes Oldenburg นำมาซ่อมและย้ายไปติดตั้งใหม่ที่ Morse College ในปี ค.ศ.1974

Coosje Van Bruggen นั้นมาร่วมทำงานกับ Claes Oldenburg เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1976 ในงาน Trowel I อันเป็นรูปเกรียงที่ใช้โบกปูนขนาดยักษ์สีน้ำเงินที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ภายในสนามหญ้าของ Kröller-Müller Museum ที่เมือง Otterlo ในประเทศเนเธอแลนด์ ปีถัดมานั้นเขาได้แต่งงานกันและใช้ชีวิตร่วมกันเรื่อยมาร่วมกันสร้างสรรค์ประติมากรรมศิลป์ Over-Scale อันมีชื่อเสียงในหลายประเทศทั่วโลก โดยหยิบเอาของใช้ในชีวิตประจำวันที่เราพบเจอได้ง่ายนี่แหละ มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลป์สวยๆ เก๋ๆ ในรูปแบบไซส์ยักษ์เกินจริง และผลงานศิลปะนี้ก็กลายเป็นเอกลักษณ์ของทั้งคู่จนเริ่มเป็นที่รู้จักในระดับสากล

ผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแฟนตัวยงของพวกเขาตั้งแต่แรกเห็นนัก จะว่าไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำก็คงไม่ผิด แต่ครั้งแรกที่เห็นนั้นผมกลับชอบ ชอบแล้วก็ค้นหา มารู้ตัวอีกทีผมก็ตกหลุมรักงานศิลปะในแบบ Over Scale นี้ของพวกเขาไปเสียแล้ว ... ผลงานชิ้นแรกของ Claes Oldenburg และ Coosje Van Bruggen ที่ผมรู้จักและเคยไปเยือนด้วยตานั้นก็คืองานที่มีชื่อว่า Cupid’s Span ประติมากรรมธนูและลูกศรคิวปิดขนาดยักษ์ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.2002 ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เชิงสะพานแขวน Bay Bridge หรือ San Francisco–Oakland Bay Bridge ในบริเวณ Rincon Park ย่าน The Embarcadero ฝั่งเมืองซานฟรานซิสโกนั่นเอง … งานชิ้นที่สองที่ผมเคยเห็นก็คือ Typewriter Eraser, Scale X ซึ่งเป็นประติมากรรมยางลบยักษ์ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.1999 โดยตั้งอยู่ที่ National Gallery of Art, Washington, DC. แต่ทว่าชิ้นที่ผมเห็นนั้นเป็นผลงานแบบเดียวกันอีกชิ้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ Olympic Sculpture Park อันเป็นสวนสาธารณะแห่งประติมากรรมศิลป์ของศิลปินมีชื่อเสียงหลากหลายคนที่ตั้งอยู่ริมอ่าว Puget Sound ซึ่งสวนศิลปะนี้ดูแลโดย Seattle Art Museum นั่นเอง

ผมเดินไปใต้ใบเลื่อยที่กำลังเลื่อยถนนเล็กๆ นี้อยู่ และหยุดสัมผัสมันด้วยร้อยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

สามชิ้นแล้วล่ะที่ผมได้ชื่นชมงานศิลปะของพวกเขาด้วยตาของตัวเอง

เป็นที่น่าเสียดายว่า Coosje Van Bruggen ผู้เป็นภรรยานั้นจากโลกนี้ไปเมื่อปี ค.ศ.2009 ... แต่ทว่า Claes Oldenburg ที่ยังคงมีชีวิตอยู่นั้นก็ยังคงสานต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะในรูปแบบประติมากรรม Over Scale อันเป็นที่รักของพวกเขานี้ต่อไป ... เพื่อเป็นของขวัญให้โลกใบนี้ และของขวัญให้เธอผู้ที่ล่วงลับ

ผมว่าตอนนี้ทุกคนคงจะรู้จักและหลงรักพระเอกคนนี้มากยิ่งขึ้นนะครับ

: )

----------------------------------------------------

Saw, Sawing (Claes Oldenburg & Coosje Van Bruggen Large-Scale Project)

ที่ตั้ง : Tokyo Big Sight, 3-11-1 Ariake, Koto, Tokyo

เว็บไซต์ศิลปิน : oldenburgvanbruggen.com

วิธีเดินทาง : เริ่มต้นที่สถานี Shimbashi (ทั้ง JR และ Tokyo Metro) นั่นรถไฟโมโนเรลสาย Yurikamome ที่วิ่งเชื่อมไปยังเกาะ Odaiba ลงสถานี U11- Kokusai-tenjijo-seimon

เขียนโดย Tada Ratchagit
สมาชิก JapanTravel

เข้าร่วมการสนทนา

Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
@Aimu Potcharet ถูกถูก ;) แล้วแลนด์มาร์กทุกอันก็จะมีเรื่องราวซ่อนอยู่ ขึ้นอยู่กับว่าใคร "รู้" หรือ "ไม่รู้" เท่านั้น
Potcharet Rodhetbhai หนึ่งปีมาแล้ว
ชอบเมืองญี่ปุ่นเพราะมีแลนด์มาร์กแบบนี้นี่แหละครับ เวลามองๆแล้วมันสะดุดตาดี เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้