เมื่อฉันตกหลุมรัก(ที่)ญี่ปุ่น : 1

วันที่เราได้เจอกันครั้งแรก

โดย Areerak Thanikwong   30 มี.ค. 2558

เมื่อเดือนพ.ย. 2012 เราเคยมีช่วงเวลาที่จิตใจไม่ปกติ

ก็เลยตัดสินใจไปเที่ยวญี่ปุ่นแบบกะทันหัน

หลังจากที่ไม่ได้ไปเป็นเวลากว่า 3 ปี

การตัดสินใจกะทันหันครั้งนี้พิเศษตรงที่

รุ่นพี่ที่ไปด้วยกัน เค้าตั้งใจชวนเราไปเที่ยว 7 วัน

แต่สภาพจิตใจตอนนั้น ย่ำแย่ จนอยากลองทำอะไรแปลกใหม่ดูสักครั้ง

ก็เลยบอกรุ่นพี่ไปว่า หลังจาก 7 วัน พอเค้ากลับไปแล้ว เราจะอยู่เที่ยวต่อคนเดียวอีก 2 สัปดาห์นะ

อาจจะเป็นเรื่องปกติของคนอื่นๆที่ไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว

แต่นั่นคือครั้งแรกของเรา

แถมไปในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มากๆ

แย่ขนาดที่แม่ของเรา ที่เป็นห่วงเรานักหนา เอ่ยปากสนับสนุนการเดินทางของเราครั้งนี้เต็มที่

โดยบอกว่า “ถ้าไม่ดีขึ้น ไม่ต้องกลับมา”

แหม! หม่าม๊า วีซ่าท่องเที่ยวเค้าให้อยู่ได้แป๊บเดียวเองนา

หลังจากอยู่เที่ยวกับรุ่นพี่มาครบ 7 วัน วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่พี่เค้าจะอยู่เที่ยวด้วยกัน

จริงๆเริ่มต้นวัน มันเฟลๆซะด้วยซ้ำ

ใครจะไปคิดว่าวันเฟลๆวันนึง จะกลายเป็นวันที่เปลี่ยนชีวิตเราไปเป็นอีกแบบนึงเลย

วันนี้เฟลเพราะฝนตกเปาะแปะเปียกชื้น

และมันคือวันสุดท้ายในทริปนี้ของรุ่นพี่ที่อยู่ด้วยกัน 24 ชม.มาตลอด 7 วัน

แต่ฝนก็ยังจะตก T^T

ตอนเช้าเราไป Advertising Museum ของ Dentsu

เพลิดเพลินมาก

มี case งานโฆษณาให้ดูเยอะแยะมากมาย

แถมมี print ad , TVC , ของฮิตในยุคต่างๆ

ให้ได้ย้อนวัยไปในอดีตอีกด้วย

ดูเสร็จก็ไปเดินเล่น Ginza ต่อ

ฝนก็ยังคงตกไปเรื่อยๆ หนาวก็หนาว

ฝนตกหนักจนถึงค่ำ จนต้องตัดสินใจซื้อร่ม

แวะกินข้าวหน้าปลาดิบที่ร้านเด็ด

ร้านเด็ดมาก คนไม่เยอะ ราคาไม่แพง แต่ฟินมากกกกกก

(จนต้องแอบกลับมากินอีกรอบคนเดียว ตอนที่รุ่นพี่กลับไทยไปแล้ว)

กินข้าวเสร็จ เราก็ไม่รู้จะไปไหนกันต่อเพราะฝนตก

เซ็งๆเปียกๆก็เลยเลือกกลับที่พักแต่หัวค่ำ

พอไปถึง Asakusa ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ใช้คูปองกินสาเกร้อนฟรีเลยนี่นา

พวกเราได้คูปองนี้จากที่พักตั้งแต่วันแรกที่ check-in

ไหนๆก็ต้องเป็นทางผ่านอยู่แล้ว แถมเป็นคืนสุดท้ายของรุ่นพี่แล้ว พวกเราก็เลยแวะไปกัน

Khaosan Bar Asakusa เจ้าของเดียวกับที่พักของพวกเรา Khaosan Samurai

ที่นี่เราได้รู้จักกับเพื่อนสาวชาวไต้หวัน จอยซ์

พนักงานที่บาร์ แนะนำให้เรารู้จักกับผับลูกครึ่งไทยที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก ชื่อว่า STELLA

บอกว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้ที่นั่น แนะนำให้ไปกัน

จอยซ์หันมาชวน ตอนนั้นเราคึกๆอยากไป ก็เลยตอบตกลง

จอยซ์พักอยู่ที่เดียวกับพวกเรา

เลยนัดกันว่า 5 ทุ่ม มาเจอกันที่ lobby แล้วไปพร้อมกัน

แต่พอได้เข้าไปนอนในห้องเท่านั้นแหละ

อยากนอนนนนน เหนื่อยยยย ง่วงงงง เมื่อยย และอยากชิ่ง (ขอโทษนะจอยซ์)

แต่จอยซ์ก็ขึ้นมาตามถึงห้อง ก็เลยต้องไป

แต่ก็คิดถูกที่สุดในโลกที่ไป

คืนนั้นเป็นคืนแรกที่ได้เจอกับคนที่พิเศษสุดๆ

ทริปนี้เริ่มต้นจากความเศร้า

คนๆนั้นทำให้ความเศร้าหายวับไปกับตา

เค้าเป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ อายุมากกว่าเรา 5 ปี ทำงานอยู่ที่ STELLA

พูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น

แต่เค้าก็พยายามคุย

ในตอนนั้นคิดว่าคนๆนี้เป็นคนที่ไนซ์มากๆเลย

เพราะถึงจะคุยกันคนละภาษา แต่เค้าก็ดูพยายามชวนพวกเราคุย

ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเข้าข้างตัวเองเลย

รู้สึกว่าเค้าไนซ์เพราะเราไปนั่งอยู่ตรงหน้าเค้า

แล้วเราก็ไม่อยากย้ายไปไหนแล้วด้วย

เพราะการมองหน้าเค้ามันเพลินมาก

มองถึงตี 3 ได้มั้งถึงจะยอมกลับบ้าน

อะ!! ลองจินตนาการตามนะ

คืนนั้นมีผู้ชายตัวสูงๆ หน้าตาดีมาก มายืนอยู่ตรงหน้า

ดูเป็นคนอารมณ์ดี ฉลาด และตลก

พอ เราพูดว่าเราพักที่ข้าวสารซามูไร ผู้ชายหน้าตาดีมากคนนั้นก็ทำท่าฟันดาบซามูไร

พอเล่นทายอายุกัน เค้าก็ทายว่าเราอายุ 15 แล้วดึงแก้วเหล้าเรากลับไป บอกว่านี่มันผิดกฎหมายนะ

วันนั้นมี Party Event ที่ร้าน เค้าก็เลยแจกเตกีล่าให้กิน

รุ่นพี่ไม่กิน จอยซ์ไม่กิน เราเขิน เลยทำเป็นถามว่ากินยังไง

(จริงๆคือไม่ได้ตั้งใจแอ๊บแบ๊ว จะถามว่าต้องเต๊าะไม๊ เพราะคุ้นเคยกะการเต๊าะเหล้าจากไทย ตบแล้วหมดแก้วงี้ แต่ภาษามันยากเหลือเกิน)

เค้าก็เอามือมายกให้เรากินให้หมด มือแอบแตะกัน ผิดผีชัดๆ

เค้าแนะนำตัวเองว่าเค้าชื่อนาคามูระ

นามสกุลที่โหลมากๆ ที่เราอ่านเจอบ่อยๆในการ์ตูนญี่ปุ่นหลายเรื่อง

โหลจนมั่นใจว่า ถ้าไปตะโกนเรียกชื่อนี้ที่แยก Shibuya จะต้องมีคนหันมาไม่ต่ำกว่า 10 คน

ก่อนกลับเค้ายื่นนามบัตรมาให้เรา

พอเราเดินออกมา เราบอกรุ่นพี่ ว่าเราอยากถ่ายรูปกับนาคามูระไว้เป็นที่ระลึกจัง

รุ่นพี่ก็เลยบอกให้เดินกลับไปถ่าย เพราะยังไงคงไม่ได้เจอกันอีกอยู่แล้ว อย่าไปกลัว

เอาล่ะ! ไม่กลัวก็ไม่กลัว ก็เลยได้ถ่ายรูปด้วยกัน

ความน่ารักคือ....ตอนนั้นกำลังมีลูกค้ารอสั่งเครื่องดื่มกะเค้าอยู่

แต่เค้าก็หยุดทำเครื่องดื่มให้คนนั้นแล้วมาถ่ายรูปกะเรา

พร้อมกับบอกด้วยความไนซ์ๆว่า "ส่งรูปมาให้ด้วยนะ"

ตอนนั้นเราก็คิดว่า "แหม...พูดตามมารยาทสินะ"

พอกลับถึงที่พักเท่านั้นแหละ กดส่งเข้าเมล์ทันที

เจอกันครั้งแรกเป็นแบบที่ชอบจมูกโด่ง สูง ผอม หล่อ

นั่งมองเพลินๆ

คุยกันคนละภาษา

แต่ก็คุยสนุก

เค้าฉลาดเลยคุยรู้เรื่อง

(ทั้งที่คนละภาษา)

เกิดเดือนเดียวกัน

ยิ้มให้กัน

เราไม่มีอะไรทำเลยนั่งดูทีวี

เค้าก็หันไปมองทีวีบ้าง

เค้าน่ารักแค่มองก็เพลินแล้ว

มีผู้หญิง(เมาแล้ว)คนนึงบอกเค้าว่าเราน่ารัก

เค้าพยักหน้านิดหน่อย

ดีใจจุงเบย

อยู่ดีๆเค้าก็ให้นามบัตร

แอบคิดเข้าข้างตัวเอง

555555

ก่อนกลับรุ่นพี่บอกให้ไปขอถ่ายรูป

คิดแค่ว่าเอาหน่า..ไหนๆก็จะไม่ได้เจอกันแล้ว

เค้าบอกให้ส่งรูปให้เค้า

เราคิดว่าคงพูดเป็นมารยาทแต่ก็ส่ง 5555

ส่งเข้าเมล์แล้วก็เงียบบบ..... ไม่มีอะไรตอบกลับมา T^T

เขียนโดย Areerak Thanikwong
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น