ศาลเจ้าเมจิ

ค้นพบความสงบ ใจกลางเมืองหลวง

โดย Pichaya Kaewmanee   30 ม.ค. 2557

"แม้ว่าพวกเราอาจจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยด้วยภาระหน้าที่ แต่หัวใจของมนุษย์ยังต้องการเติมเต็มความสงบ" จักรพรรดินีโชเก็งพระมเหสีในสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิได้ตรัสไว้ ฉันรู้สึกเข้าใจในประโยคนี้อย่างแท้จริงตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในศาลเจ้าเมจิ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของเมืองหลวง ยังมีสถานที่แห่งนี้ที่เปรียบเสมือนจุดพัก สถานที่ที่จะทำให้ได้ใช้เวลาอยู่กับตนเองและเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้กว่า 170,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 700,000 ตารางเมตร ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าของศาสนาชินโต ซึ่งเป็นรากฐานวัฒนธรรมของชีวิตคนญี่ปุ่น ศาสนาชินโตไม่มีศาสดา ไม่มีคัมภีร์ แต่มีหลักคือ ความกลมกลืนกับธรรมชาติ และความจริงใจ  ศาลเจ้าแห่งนี้ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1920 หลังจากจักรพรรดิเมจิและจักรพรรดินีโชเก็งได้สวรรคต ประชาชนปรารถนาที่จะรำลึกถึงคุณความดีของจักรพรรดิทั้งสอง จึงช่วยกันนำต้นไม้กว่าหนึ่งแสนต้นจากทั้งจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและจากต่างประเทศ มาร่วมกันปลูกเพื่อสร้างป่าบนพื้นที่นี้ ต้นไม้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความทุ่มเทและความจงรักภักดีต่อจักรพรรดิของชาวญี่ปุ่น จากซุ้มประตูทางเข้าโทริ ใช้เวลาเดินไม่นาน ก็มาถึงตัวศาลเจ้า โดยส่วนแรกคือส่วนหน้าที่เรียกว่า Temizuya เป็นส่วนที่สำหรับชำระล้างทำความสะอาด ก่อนจะเข้าไปแสดงความเคารพ วิธีการก็เริ่มจากขั้นตอนแรกนำกระบวยน้ำที่ทำจากไม้ตักน้ำขึ้นมาล้างมือข้างซ้าย ต่อด้วยมือข้างขวา ถึงแม้เวลานั้นอากาศด้านนอกจะร้อนเกือบสามสิบองศา แต่น้ำที่ตักขึ้นมาจากกระบวยเย็นมาก จากนั้นขั้นตอนที่สองตักน้ำขึ้นมาอีกครั้ง เทใส่มือข้างซ้ายและบ้วนปาก ขั้นตอนสุดท้ายตักน้ำขึ้นมาอีกครั้ง ล้างมือข้างซ้ายและล้างกระบวย เมื่อชำระล้างร่างกายเสร็จ มองไปที่ด้านหน้าอาคารหลักของศาลเจ้าฉันก็ได้พบกับคู่บ่าวสาวชาวญี่ปุ่นทำพิธีแต่งงานกันอยู่ เป็นครั้งแรกของฉันในชีวิตที่ได้เห็นพิธีแต่งงานแบบญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด เจ้าสาวใส่ชุดสีขาวมีหมวกคลุมผมขนาดใหญ่ส่วนเจ้าบ่าวใส่ชุดสไตล์ญี่ปุ่นสีเทา ทั้งคู่อยู่ภายใต้ร่มสีแดงยืนนำหน้าขบวนญาติพี่น้อง พิธีแต่งงานเรียบง่ายแต่เมื่อมีฉากหลังเป็นศาลเจ้าทำให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้นมาทันที จากนั้นฉันก็เดินเข้ามาที่ตัวอาคารหลักของศาลเจ้า เพื่อทำความเคารพ โดยมีขั้นตอนเริ่มจากหยอดเหรียญลงในกล่องรับบริจาค โค้งตัวลงสองครั้ง ปรบมือสองที  และโค้งตัวลงอีกหนึ่งครั้ง เป็นอันเสร็จ ก่อนกลับฉันแวะซื้อแผ่นไม้ราคา 500 เยนเพื่อเขียนคำขอพรที่ฉันปรารถนาอยากให้เป็นจริงมากที่สุด คือฉันขอให้ได้กลับมาที่นี่อีก พร้อมกับนำไปแขวนไว้รวมกับแผ่นไม้ขอพรอื่นๆ 

เขียนโดย Pichaya Kaewmanee
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น