เทศกาลประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียว

เส้นทางแสงไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจพร้อมบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์แห่งโตเกียว

โดย Elizabeth Wormald   

การแจ้งเตือน

This attraction will reopen its horse racing event on 16th of August 2020. With the concurrence of the horse racing association, they decided to hold the race events without audience as a measure to prevent the spread of Covid-19.

Latest on Tokyo City Keiba

กว่าหลายปีที่ผ่านมา เทศกาลประดับไฟได้กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศผู้นำด้านกิจกรรมกลางแจ้งอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ โดยในปี 2018 ดูเหมือนว่างานนี้จะเป็นการจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่และประดับไฟอย่างสวยงามระยิบระยับมากขึ้นที่โตเกียว ฉันเฝ้าคอยกิจกรรมในปีนี้มาโดยตลอดและฉันก็ได้ไปชมงานประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียวที่จัดขึ้นที่โออิ เรซคอร์ส ครั้งนี้มีการใช้เทคโนโลยีที่นำสมัยและใช้หลอดไฟกว่า 8 ล้านดวง ทำให้งานแสดงไฟนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องห้ามพลาด

เอกลักษณ์ของสถานที่จัดงานโออิ เรซคอร์สแห่งนี้ คือ เดิมทีที่นี่ถูกออกแบบเป็นม้าและสนามแข่ง แต่ตอนนี้ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นธีมการเดินทางข้ามเวลา ลู่วิ่งถูกแบ่งเป็นโซนทางเข้าและโซนการเดินทางของเวลา มี 2 ทางเข้า โดยประตูทางเหนือจะใกล้กับสถานีรถไฟรางเดี่ยว เล่นกับแนวคิดเรื่องของการเดินทางข้ามผ่านเวลาในโตเกียว ทางเดินตอนเหนือนี้จะทำให้คุณลืมเรื่องราวในทุกๆวันไป เพราะคุณจะสามารถมองเห็นดาวหางเคลื่อนผ่านท้องฟ้าด้านบนและม้าปิกาซัสก็กางปีกบินข้ามผ่านจอดิจิตอล ประตูกลางจะพามาเข้าใกล้โลกมากขึ้นโดยจะใช้การปฏิสัมพันธ์กับแผนที่ระยิบระยับของโตเกียว คุณสามารถเดินผ่านการฉายภาพของเขตในโตเกียว 23 เขตและพบเห็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเมื่อเดินผ่านในแต่ละเขตด้วยเช่นกัน

ลู่วิ่งที่เต็มไปด้วยพื้นที่ถ่ายรูป (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
ลู่วิ่งที่เต็มไปด้วยพื้นที่ถ่ายรูป (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

สิ่งที่น่าดึงดูดใจที่งานประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียว

ถ้าคุณเป็นเหมือนฉันที่ชอบชื่นชมแสงไฟสว่างสไว ฉันแนะนำให้คุณเดินตรงมาที่โซนการเดินทางของเวลาและรื่นรมย์กับความรู้สึกผ่อนคลายของโซนทางเข้าแห่งนี้ จุดชมการแสดงจะอยู่ด้านในของลู่วิ่ง พื้นที่แห่งนี้จะพาคุณข้ามผ่านเวลาทั้ง 11 ขั้นเวลา เริ่มจากชั้นใต้ดินของอุโมงค์เวลาโตเกียว เสียงเดินนาฬิกาที่ค่อยๆดังขึ้นถูกเซทอยู่ในฉากนี้และจะพาคุณเริ่มออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆจนเห็นแสงไฟอยู่ทุกมุมโดยรอบ คุณจะสนุกกับภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจในอุโมงค์ที่สองที่ประดับด้วยไฟ LED สว่างสไวไปทั่วบริเวณ เมื่อแสงไฟเปลี่ยนคุณก็จะรู้สึกถึงการข้ามผ่านเวลาอันรวดเร็วเสมือนกำลังเป็นนักขี่ม้าที่กำลังควบม้าดิจิตอล

จุดถ่ายรูที่จะได้ลองฝึกทักษะการถ่ายรูปได้ดี (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
จุดถ่ายรูที่จะได้ลองฝึกทักษะการถ่ายรูปได้ดี (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

เมื่ออกมาจากอุโมงค์แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะควบม้ามาที่งานแสดงไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียว โดยคุณจะต้องคุมบังเหียนเดินนำไปสู่ยุคเอโดะโบราณมาจนถึงโตเกียวยุคทันสมัยในปัจจุบัน นี่เป็นการจัดแสดงเสมือนจริงและช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านทางการสร้างบรรยากาศอันน่ามหัศจรรย์นี้ ฉากที่ฉันชอบมากที่สุด คือ เก็นฟุเคอิ ที่จัดแสดงไฟสื่อถึงการย้อนเวลาและถูกแบบให้เข้ากับชีวิตในชนบทช่วงยุคเอโดะ มีนาข้าวทุ่งกว้างและทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่ทำมาจากแสงไฟอีกด้วย ถ้าคุณเริ่มคุ้นชินกับความเร่งรีบเบียดเสียดของชีวิตในเมืองใหญ่มากขึ้น ถนนใจกลางยุคเอโดะอาจจะทำให้คุณตื่นเต้นได้มากขึ้นไปอีก ด้วยการการตกแต่งของโคมไฟสีแดงสว่างสไวแขวนอยู่ด้านบนและมีโนเร็นคอยต้อนรับคุณสู่เมืองแห่งสีสันแห่งนี้ เมื่อคุณเดินผ่านมาถึง 9 เขตเวลาด้วยกันแล้ว คุณสามารถแวะพักที่โนกะมิ ร้านอาหารญี่ปุ่นใจกลางสนามกลาง ฉันแนะนำให้คุณลองแกงกระหรี่อุด้งที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นขึ้นในช่วงกลางคืนอันหนาวเหน็บของโตเกียวนี้ รวมถึงร้านอาหารแห่งนี้ยังมีเมนูของหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่มีให้เลือกทั้งดังโงะและเมนูห้ามพลาด คือ มัทฉะ ทีรามิสุ!

ขนมดังโงะเหนียวนุ่มทานคู่กับชาเขียวเป็นการทานที่ลงตัว (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
ขนมดังโงะเหนียวนุ่มทานคู่กับชาเขียวเป็นการทานที่ลงตัว (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

เมื่อพร้อมแล้วก็ไปต่อที่สองด่านสุดท้ายของโซนประสบการณ์การเดินทางของเวลา ทางเดินใต้ดินสุดท้ายจะพาคุณใกล้ชิดกับโตเกียวยุคปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการสร้างการย้อนเวลากับแสงไฟถนนยุคโชวะ ฉันแนะนำว่าให้แวะถ่ายภาพที่นี่และลองเอามาเทียบกับถนนจริงของโตเกียวในปัจจุบัน และแน่นอนว่าก็พอมืร้านอิซะกะยะ ยุคโชวะพอให้พบเห็นได้อยู่บ้าง

หลังจากที่คุณเดินกลับมาสู่โซนทางเข้าอีกครั้ง ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์สุดท้ายที่สำคัญคอยอยู่ สวนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟสูงตลอดทั้งต้น คุณสามารถนั่งได้ที่รากและมองขึ้นไปด้านบนเสมือนมองใบไม้ที่ผลัดเปลี่ยนสีจากฤดูใบไม้ผลิสีแดงสดไปสู่ช่วงออกใบสีเขียว ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปสุดท้ายที่ดีมาก และจุดสุดท้ายที่ฉันมาถึง เป็นโซนใกล้กับทางเข้าที่มีทั้งร้านอาหาร, ซุ้ม และรวมถึงโรงกลั่นเหล้าขนาดย่อม พื้นที่ทานอาหารยามค่ำคืนแห่งนี้มีทั้งที่นั่งในร่มและระเบียงกลางแจ้ง คุณสามารถมาจิบเบียร์ ชาไต้หวัน หรือลิ้มรสเนื้อย่างได้ที่นี่ สนามแข่งม้าแห่งนี้ได้สร้างบรรยากาศเสมือนตลาดนัดช่วงฤดูหนาว เป็นพื้นที่ในอุดมคติที่คู่รักอาจจะมาเดทกันที่นี่หรือครอบครัวมาสนุกด้วยกัน

คุณสามารถนั่งที่รากของต้นไม้ใหญ่และชมการเปลี่ยนสีของใบไม้ (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
คุณสามารถนั่งที่รากของต้นไม้ใหญ่และชมการเปลี่ยนสีของใบไม้ (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

ฉันไม่สามารถรอโพสต์รูปเจ๋งๆลง Instagram และ Social Media ได้แล้ว โชคดีจริงๆที่ได้มาถ่ายรูปการเดินทางเส้นนี้

ช่วงเวลาจัดแสดง

งานประดับไฟนี้จะจัดแสดงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 – สิ้นเดือนมีนาคม 2019 ตรวจสอบตารางการจัดแสดงอีกครั้งบนเว็บไซต์เนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเวลาการแข่งม้า

  • ตุลาคม 7, 13, 14, 20-28
  • พฤษภาคม 3, 4, 10, 11, 17-25
  • ธันวาคม 1, 2, 8, 9, 15, 16, 22–24, 28
  • มกราคม 12–มีนาคม 31 ทุกวัน

เส้นทาง

Two minute walk from Oi Keibajo-Mae Station on the Tokyo Monorail.

Twelve minute walk from Tachiaigawa Station on the Keihin Kyuko.

ข้อมูลเพิ่มเติม

ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tokyo City Keiba

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Suparkorn Netvijit

Suparkorn Netvijit @suparkorn.netvijit

Hi! I'm KiKi from Thailand :) I love traveling in Japan and eating sushi xoxoThank you for coming to my world and hope you enjoy!

ต้นฉบับโดยElizabeth Wormald

แสดงความคิดเห็น