เทศกาลประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียว

เส้นทางแสงไฟที่น่าตื่นตาตื่นใจพร้อมบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์แห่งโตเกียว

โดย Elizabeth Wormald   

กว่าหลายปีที่ผ่านมา เทศกาลประดับไฟได้กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่โดดเด่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศผู้นำด้านกิจกรรมกลางแจ้งอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ โดยในปี 2018 ดูเหมือนว่างานนี้จะเป็นการจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่และประดับไฟอย่างสวยงามระยิบระยับมากขึ้นที่โตเกียว ฉันเฝ้าคอยกิจกรรมในปีนี้มาโดยตลอดและฉันก็ได้ไปชมงานประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียวที่จัดขึ้นที่โออิ เรซคอร์ส ครั้งนี้มีการใช้เทคโนโลยีที่นำสมัยและใช้หลอดไฟกว่า 8 ล้านดวง ทำให้งานแสดงไฟนี้เป็นสิ่งที่คุณต้องห้ามพลาด

เอกลักษณ์ของสถานที่จัดงานโออิ เรซคอร์สแห่งนี้ คือ เดิมทีที่นี่ถูกออกแบบเป็นม้าและสนามแข่ง แต่ตอนนี้ได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นธีมการเดินทางข้ามเวลา ลู่วิ่งถูกแบ่งเป็นโซนทางเข้าและโซนการเดินทางของเวลา มี 2 ทางเข้า โดยประตูทางเหนือจะใกล้กับสถานีรถไฟรางเดี่ยว เล่นกับแนวคิดเรื่องของการเดินทางข้ามผ่านเวลาในโตเกียว ทางเดินตอนเหนือนี้จะทำให้คุณลืมเรื่องราวในทุกๆวันไป เพราะคุณจะสามารถมองเห็นดาวหางเคลื่อนผ่านท้องฟ้าด้านบนและม้าปิกาซัสก็กางปีกบินข้ามผ่านจอดิจิตอล ประตูกลางจะพามาเข้าใกล้โลกมากขึ้นโดยจะใช้การปฏิสัมพันธ์กับแผนที่ระยิบระยับของโตเกียว คุณสามารถเดินผ่านการฉายภาพของเขตในโตเกียว 23 เขตและพบเห็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเมื่อเดินผ่านในแต่ละเขตด้วยเช่นกัน

ลู่วิ่งที่เต็มไปด้วยพื้นที่ถ่ายรูป (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
ลู่วิ่งที่เต็มไปด้วยพื้นที่ถ่ายรูป (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

สิ่งที่น่าดึงดูดใจที่งานประดับไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียว

ถ้าคุณเป็นเหมือนฉันที่ชอบชื่นชมแสงไฟสว่างสไว ฉันแนะนำให้คุณเดินตรงมาที่โซนการเดินทางของเวลาและรื่นรมย์กับความรู้สึกผ่อนคลายของโซนทางเข้าแห่งนี้ จุดชมการแสดงจะอยู่ด้านในของลู่วิ่ง พื้นที่แห่งนี้จะพาคุณข้ามผ่านเวลาทั้ง 11 ขั้นเวลา เริ่มจากชั้นใต้ดินของอุโมงค์เวลาโตเกียว เสียงเดินนาฬิกาที่ค่อยๆดังขึ้นถูกเซทอยู่ในฉากนี้และจะพาคุณเริ่มออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆจนเห็นแสงไฟอยู่ทุกมุมโดยรอบ คุณจะสนุกกับภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจในอุโมงค์ที่สองที่ประดับด้วยไฟ LED สว่างสไวไปทั่วบริเวณ เมื่อแสงไฟเปลี่ยนคุณก็จะรู้สึกถึงการข้ามผ่านเวลาอันรวดเร็วเสมือนกำลังเป็นนักขี่ม้าที่กำลังควบม้าดิจิตอล

จุดถ่ายรูที่จะได้ลองฝึกทักษะการถ่ายรูปได้ดี (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
จุดถ่ายรูที่จะได้ลองฝึกทักษะการถ่ายรูปได้ดี (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

เมื่ออกมาจากอุโมงค์แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะควบม้ามาที่งานแสดงไฟครั้งยิ่งใหญ่แห่งโตเกียว โดยคุณจะต้องคุมบังเหียนเดินนำไปสู่ยุคเอโดะโบราณมาจนถึงโตเกียวยุคทันสมัยในปัจจุบัน นี่เป็นการจัดแสดงเสมือนจริงและช่วยให้เข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านทางการสร้างบรรยากาศอันน่ามหัศจรรย์นี้ ฉากที่ฉันชอบมากที่สุด คือ เก็นฟุเคอิ ที่จัดแสดงไฟสื่อถึงการย้อนเวลาและถูกแบบให้เข้ากับชีวิตในชนบทช่วงยุคเอโดะ มีนาข้าวทุ่งกว้างและทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่ทำมาจากแสงไฟอีกด้วย ถ้าคุณเริ่มคุ้นชินกับความเร่งรีบเบียดเสียดของชีวิตในเมืองใหญ่มากขึ้น ถนนใจกลางยุคเอโดะอาจจะทำให้คุณตื่นเต้นได้มากขึ้นไปอีก ด้วยการการตกแต่งของโคมไฟสีแดงสว่างสไวแขวนอยู่ด้านบนและมีโนเร็นคอยต้อนรับคุณสู่เมืองแห่งสีสันแห่งนี้ เมื่อคุณเดินผ่านมาถึง 9 เขตเวลาด้วยกันแล้ว คุณสามารถแวะพักที่โนกะมิ ร้านอาหารญี่ปุ่นใจกลางสนามกลาง ฉันแนะนำให้คุณลองแกงกระหรี่อุด้งที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอุ่นขึ้นในช่วงกลางคืนอันหนาวเหน็บของโตเกียวนี้ รวมถึงร้านอาหารแห่งนี้ยังมีเมนูของหวานสไตล์ญี่ปุ่นที่มีให้เลือกทั้งดังโงะและเมนูห้ามพลาด คือ มัทฉะ ทีรามิสุ!

ขนมดังโงะเหนียวนุ่มทานคู่กับชาเขียวเป็นการทานที่ลงตัว (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
ขนมดังโงะเหนียวนุ่มทานคู่กับชาเขียวเป็นการทานที่ลงตัว (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

เมื่อพร้อมแล้วก็ไปต่อที่สองด่านสุดท้ายของโซนประสบการณ์การเดินทางของเวลา ทางเดินใต้ดินสุดท้ายจะพาคุณใกล้ชิดกับโตเกียวยุคปัจจุบันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยการสร้างการย้อนเวลากับแสงไฟถนนยุคโชวะ ฉันแนะนำว่าให้แวะถ่ายภาพที่นี่และลองเอามาเทียบกับถนนจริงของโตเกียวในปัจจุบัน และแน่นอนว่าก็พอมืร้านอิซะกะยะ ยุคโชวะพอให้พบเห็นได้อยู่บ้าง

หลังจากที่คุณเดินกลับมาสู่โซนทางเข้าอีกครั้ง ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์สุดท้ายที่สำคัญคอยอยู่ สวนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยแสงไฟสูงตลอดทั้งต้น คุณสามารถนั่งได้ที่รากและมองขึ้นไปด้านบนเสมือนมองใบไม้ที่ผลัดเปลี่ยนสีจากฤดูใบไม้ผลิสีแดงสดไปสู่ช่วงออกใบสีเขียว ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปสุดท้ายที่ดีมาก และจุดสุดท้ายที่ฉันมาถึง เป็นโซนใกล้กับทางเข้าที่มีทั้งร้านอาหาร, ซุ้ม และรวมถึงโรงกลั่นเหล้าขนาดย่อม พื้นที่ทานอาหารยามค่ำคืนแห่งนี้มีทั้งที่นั่งในร่มและระเบียงกลางแจ้ง คุณสามารถมาจิบเบียร์ ชาไต้หวัน หรือลิ้มรสเนื้อย่างได้ที่นี่ สนามแข่งม้าแห่งนี้ได้สร้างบรรยากาศเสมือนตลาดนัดช่วงฤดูหนาว เป็นพื้นที่ในอุดมคติที่คู่รักอาจจะมาเดทกันที่นี่หรือครอบครัวมาสนุกด้วยกัน

คุณสามารถนั่งที่รากของต้นไม้ใหญ่และชมการเปลี่ยนสีของใบไม้ (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)
คุณสามารถนั่งที่รากของต้นไม้ใหญ่และชมการเปลี่ยนสีของใบไม้ (เครดิตรูปภาพ: Elizabeth Wormald)

ฉันไม่สามารถรอโพสต์รูปเจ๋งๆลง Instagram และ Social Media ได้แล้ว โชคดีจริงๆที่ได้มาถ่ายรูปการเดินทางเส้นนี้

ช่วงเวลาจัดแสดง

งานประดับไฟนี้จะจัดแสดงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 – สิ้นเดือนมีนาคม 2019 ตรวจสอบตารางการจัดแสดงอีกครั้งบนเว็บไซต์เนื่องจากอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเวลาการแข่งม้า

  • ตุลาคม 7, 13, 14, 20-28
  • พฤษภาคม 3, 4, 10, 11, 17-25
  • ธันวาคม 1, 2, 8, 9, 15, 16, 22–24, 28
  • มกราคม 12–มีนาคม 31 ทุกวัน

เส้นทาง

Two minute walk from Oi Keibajo-Mae Station on the Tokyo Monorail.

Twelve minute walk from Tachiaigawa Station on the Keihin Kyuko.

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Suparkorn Netvijit

Suparkorn Netvijit @suparkorn.netvijit

I'm a 22 year-old Advertising Student in Thailand. I love traveling, meeting new friends and finding the great experience.  I enjoy lerning other different cultures from any countries all the world and really enjoy writing my new experience to share any people. I think the knowledge IS NOT ONLY in the textbooks or classroom but it happens all around us. Let's start traveling to study OUR WORLD!! สวัสดีค่ะ :) หวังว่าเราจะรู้จักกันมากขึ้นผ่านตัวอักษรนะคะ  ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและอย่าลืมมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะ :D

Original by Elizabeth Wormald

แสดงความคิดเห็น