ชมวิว10ล้านดอลล่าที่สวนสมุนไพรโกเบ

หนึ่งในจุดชมวิวยามค่ำคืนบนเขาร็อคโคที่แสนโรแมนติก

โดย Potcharet Rodhetbhai   20 เม.ย. 2557

รถกระเช้าชินโกเบ (Shin-Kobe Ropeway) รถกระเช้าที่คอยให้บริการผู้เดินทางมาสวนสมุนไพรนุโนบิกิ (Nunobiki Herb Garden) จะเปิดให้บริการถึงเวลา 20.30 น. ในวันหยุดราชการและวันหยุดเสาร์ อาทิตย์

เมื่อถึงเวลาประมาณ 18.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ อาคารต่างๆทั่วเมืองโกเบรวมไปถึงที่อาคารภายในสวนสมุนไพรจะเริ่มเปิดไฟ มนต์เสน่ห์แห่งโกเบในยามค่ำคืนก็เริ่มเกิดขึ้นภาพของแสงไฟสีขาวและส้มที่มองเห็นได้ ณ จุดชมวิวที่อยู่บนยอดเขา ตัดกับท้องฟ้าสีดำมืดสนิทในยามค่ำคืน ช่างเป็นอะไรที่มองดูแล้วเข้ากันได้ดีอย่างมีเสน่ห์

ตามแผนที่ผมวางไว้สถานที่ท่องเที่ยวที่ผมจะเที่ยวในวันเดียวกันคือหมู่บ้านคิตาโนะ และสวนสมุนไพร แต่เนื่องจากผมใช้เวลาเดินเล่นที่ย่านคิตาโนะนานไปหน่อย ผมจึงเดินทางมาที่สวนสมุนไพรแห่งนี้เวลา 17.30 น. แม้ว่าการเดินทางมาที่สวนแห่งนี้ในเวลานั้นจะทำให้ผมรู้สึกไม่ชอบใจตัวเองสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้นั่งรถกระชินโกเบขึ้นมาถึงยอดของเขาร็อคโค ซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสมุนไพรแห่งนี้แล้ว ความรู้สึกหงุดหงิดที่เคยเกิดขึ้นก็หายไป

ที่จุดสูงสุดของสวนสมุนไพรซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีรถกระเช้าชั้นที่ 3 ถูกตกแต่งด้วยบรรยากาศสไตล์หมู่บ้านในยุโรป มีจุดชมวิวที่สามารถมองเมืองโกเบได้แบบระยะไกลในแบบสุดลูกหูลูกตา มีสวนต้นกุหลาบพร้อมลานน้ำพุสไตล์อังกฤษที่มองแล้วดูแล้วอบอุ่น มีพิพิธภัณฑ์น้ำหอมที่ให้รายละเอียดขั้นตอนการสกัดสารจากต้นไม้ต่างๆเพื่อนำมาทำหัวเชื้อน้ำหอม มีร้านขายพันธุ์พืชเมืองหนาว มีร้านอาหารและร้านขายขนมปังของว่างที่เปิดให้บริการรองท้องกับผู้มาเยือน แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมได้มากที่สุดของสวนสมุนไพรแห่งนี้เห็นจะเป็นจุดชมวิว ที่ในช่วงที่ผมมาเป็นช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ท่ามกลางแสงสีจากอาคารในเมืองโกเบที่กำลังส่องประกายออกมาตัดกับท้องฟ้าที่กำลังจะมืดสนิท เป็นภาพที่เห็นแล้วประทับใจไม่รู้ลืม สมกับที่ทางการท่องเที่ยวโกเบโปรโมตว่าเป็นวิวกลางคืนสุดโรแมนติก 10 ล้านดอลล่า

ส่วนในที่สถานีรถกระเช้าชั้นที่ 2 จะเป็นสวนดอกไม้ตามฤดูกาล ช่วงเดือนเมษายนจะเป็นภูเขาซากุระ พฤษภาคมถึงมิถุนายนเป็นดอกกุหลาบ มิถุนาคมถึงกรกฎาคมเป็นดอกลาเวนเดอร์ สิงหาคมเป็นลิลลี่ ตุลาคมและพฤศจิกายนเป็นกุหลาบ พฤศจิกายนถึงธันวาคมเป็นใบไม้เปลี่ยนสี ระหว่างเดินชมจะมีน้ำตก”นุโนบิกิ โนทากิ” และเขื่อนเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้ชมอีกด้วย

สำหรับใครที่วางแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่สวนสมุนไพรนันนุบิกิแห่งนี้ ให้เดินทางมาขึ้นรถกระเช้าได้ที่สถานีรถไฟ Shin-Kobe ตัวสวนเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชมสวนรวมรถกระเช้าไปกลับ ผู้ใหญ่ 1,400 เยน เด็ก 700 เยน หากใครมาหลังเวลา 17.00 น. จะเข้าชมได้แค่ชั้นบนสุด (ชั้น 3) ของสวนสมุนไพร ค่าเข้าชมรวมกระเช้าไปกลับผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 500 เยน

ปล.ที่เมืองโกเบโปรโมตภาพวิวของเมืองแห่งนี้ในยามค่ำคืนบนจุดชมวิวของยอดเขาร็อคโคว่าเป็นวิวที่สวยงามมูลค่า 10 ล้านดอลล่านั้น เป็นการเปรียบเปรยจากค่าไฟที่เมืองต้องเสียในแต่ละคืนครับ (เป็นความสวยที่แพงไม่ใช่เล่น)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น