สวนหินเซน วัดเรียวอันจิ

สวนหินที่ดูอย่างไรก็ยังคงหิน

โดย Potcharet Rodhetbhai   23 เม.ย. 2557

เพียงสองป้ายรถเมลล์ถัดจากวัดคินคะคุจิ มีวัดแห่งหนึ่งที่เป็นสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ชื่นชอบในปรัชญาแบบเซนอยู่ นั่นคือ วัดเรียวอันจิ (Ryoan-ji) วัดเก่าแก่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเกียวโตที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องสวนหินแบบเซน (Karesanryu) และเป็นวัดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย

วัดเรียวอันจิเป็นวัดพุทธ นิกายเซนสายรินไซ ก่อตั้งครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1450 โดยโชกุนคัตสุโมโตะ โฮโซคาว่า (Hosokawa Katsumoto) โดยในช่วงแรกเขาก่อสร้างตำหนักของเขาขึ้นพร้อมกับวัดแห่งนี้ซึ่งมีสวนเซนอยู่ภายใน แต่วัดเรียวอันจิในสมัยนั้นก็ได้ถูกไฟเผาทำลายจนหมดสิ้นในช่วงสงครามโอชิน ลูกชายของท่านโชกุนมัตสุโมโตะ โฮโซคาว่า (Matsumoto Hosakawa) จึงได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ.1488 และมีแนวโน้มว่าสร้างสวนหินขึ้นที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ในปี ค.ศ.1499 นอกจากจะมีสวนหินที่สวยงามแล้ว วัดแห่งนี้ยังมีบ่อน้ำขนาดใหญ่และสุสานของตระกูลโฮโซกาว่า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ สุสานแห่งจักรพรรดิทั้งเจ็ด (Seven Imperial Tombs)

สวนหินเซน เปรียบได้กับผลงานศิลปะที่มีชีวิต เนื่องจากองค์ประกอบภายสวนที่เต็มไปด้วย หิน ต้นไม้และพืชต่างๆที่มีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาอยู่ตลอด ทำให้ไม่มีลักษณะที่มั่นคงยั่งยืน ไม่มีที่สิ้นสุดและสมบูรณ์ ความงามของสวนจะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่ที่ฝีมือของผู้บำรุงรักษา ที่เข้าใจพื้นฐานลักษณะของสวน มีใจรักและเข้าใจในปรัชญาเซนด้วย

ความหมายของสวนเซนแห่งนี้ยังคงเป็นสิ่งที่คลุมเครือ ไม่มีใครรู้ความหมายที่แท้จริง บนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 248 ตารางเมตรแห่งนี้ ประกอบไปด้วยกลุ่มหินที่ถูกว่างไว้อย่างตั้งใจและสมดุลรวมทั้งหมด 15 ก้อน แต่มีความเชื่อกันว่าผู้ที่สามารถมองเห็นก้อนหินทั้งหมด 15 ก้อนได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่บรรลุในหลักธรรมฌาณขึ้นสูงสุดเท่านั้นจึงจะสังเกตเห็นได้ (ถ้านั่งนับดูจะเห็นว่ามีหินอยู่เพียง 14 ก้อนครับ)

การชมสวนหินแห่งนี้ควรนั่งอยู่บนระเบียงไม้ที่ทางวัดได้จัดไว้ให้แล้วซึมซับถึงบรรยากาศที่แสนสงบ แต่ก่อนที่จะซึมซับถึงบรรยากาศที่สงบได้ สิ่งสำคัญที่สุด เราต้องมีสมาธิในตัวเองก่อน เนื่องจากวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่โด่งดังมากในเมืองเกียวโต ระหว่างที่เรานั่งชมสวนหินอยู่ รอบตัวเราะจึงมีคนเดินไปมา ลุกขึ้นลุกลง และคุยกระซิบกระซาบกันเต็มไปหมด การจะชมสวนหินโดยสงบที่วัดแห่งนี้ได้จึงเป็นอะไรที่ดูหินมากเสียจริงๆ

การเดินทาง : นั่งรถประจำทางสาย 59 ลงป้าย Ryoanji-mae, สาย 12 หรือ 50 ลงป้าย Ritsumeikan daigaku-mae, รถราง Keifuku Railway ลงสถานี Ryoanji

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น