วัดโทไดจิ เมืองนารา

นมัสการพระพุทธรูปและเที่ยวชมวิหารไม้ที่ใหญ่สุดในญี่ปุ่น

โดย Potcharet Rodhetbhai   

วัดโทไดจิ สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดของเมืองนารา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของสวนสาธารณะเมืองนารา วัดแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง มีความสวยงามและยิ่งใหญ่มาก สิ่งแรกที่จะพบเมื่อเดินทางมาถึงวัดคือ ประตูนันไดมง (Nandaimon-Gate) ประตูขนาดใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมเฉพาะตัวแบบนาราสไตล์ที่สามารถมองเห็นไม้ค้ำยันโครงสร้างหลังคาได้อย่างชัดเจน ประตูบานนี้มีขนาดใหญ่มาก ต้องใช้เสาขนาดใหญ่ค้ำยันเพื่อรองรับน้ำหนักมากถึง 18 ต้นเลยทีเดียว ที่ด้านล่างของประตูแห่งนี้จะมีรูปปั้นยักษ์สองตัวคอยเฝ้าวัดอยู่ ตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่เชื่อกันว่าสามารถขับไล่สิ่งไม่ดีได้ เมื่อเดินทะลุผ่านเข้าประตูไปเราจะพบกับ สวนขนาดใหญ่ และประตูชูมง (Chumon- Gate) ประตูสีแดงสดที่ตัดตรงเข้าสู่วิหารใหญ่ แต่ประตูบานนี้จะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าครับ หากใครต้องการเข้าไปชมภายในวิหารใหญ่ ให้เดินเลี้ยวไปทางซ้ายจะพบทางเข้าและจุดขายตั๋วอยู่

หลังจากที่จ่ายเงินซื้อตั๋วเสร็จ ก็ได้เวลาเดินเข้าไปสำรวจภายในของวิหารพระใหญ่กัน ชื่อเต็มของวิหารพระใหญ่คือ วิหารไดบุตสึเด็น (Daibutsuden Hall) ภายในของวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระใหญ่เมืองนารา พระพุทธรูปองค์นี้ทำจากสำริด ความสูง 16 เมตร หนัก 500 ตัน ถือเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และเป็นพระพุทธรูปองค์ต้นแบบของพระใหญ่แห่งเมืองคามาคุระ นอกจากมีพระใหญ่แล้วทางด้านขวามือของพระใหญ่จะเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมอีกด้วย ทางด้านซ้ายของพระใหญ่จะมีเสาต้นหนึ่งถูกเจาะรูอยู่ คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากใครอธิฐานอะไรแล้วสามารถลอดเสาต้นนี้ได้คำอธิฐานจะเป็นจริงครับ แต่น่าเสียดายที่รูนี้มีขนาดเล็ก เด็กๆลอดได้ แต่ผู้ใหญ่ลอดจะดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.752 โดยคำสั่งของจักรพรรดิโชมุ ผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก และเชื่อว่าหากมีวัดแห่งนี้สามารถคุ้มครองประชาชนให้รอดปลอดภัยจากโรคร้ายที่ระบาดอยู่ได้ การก่อสร้างวัดแห่งนี้ถือเป็นงานที่ยากลำบากมากสำหรับผู้คนในยุคนั้น ด้วยความใหญ่โตของโครงสร้างอาคารต่างๆ ว่ากันว่าต้องใช้คนก่อสร้างมากถึง 2,600,000 คนเลยทีเดียว วิหารปัจจุบันที่เราเห็นกันอยู่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.1692 เพื่อทดแทนของเดิมที่พังทลายลงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยถูกลดขนาดเหลือเพียง 2 ใน 3 ของขนาดเดิมที่เคยสร้าง แต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นวิหารไม้ทีใหญ่ที่สุดในโลกจนถึงปัจจุบันนี้อยู่ดี (ในวิหารจะมีโมเดลจำลองวิหารแบบดั้งเดิมให้เห็นอยู่ รวมถึงมีโมเดลจำลองเจดีย์ไม้คู่สูง 100 เมตร ที่พังทลายลงพร้อมกันวิหารใหญ่ในตอนนั้นด้วย ดูยิ่งใหญ่มากๆครับ)

การเดินทางมาวัดแห่งนี้สามารถทำได้โดยเดินประมาณ 20 นาที หรือ นั่งรถประจำทางจากหน้าสถานี Kintetsu-Nara (Kintetsu Railways) ลงที่ด้านหน้าทางเข้าวัดประตูนันไดมง

เพิ่มเติม : ด้านหน้าของวิหารจะมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักเก่าแก่ใส่ชุดสีแดงตั้งอยู่ คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากใครมาลูบที่ส่วนใดของพระพุทธรูปนี้แล้วไปลูบส่วนนั้นของตนเอง จะช่วยให้อาการที่เจ็บป่วยบริเวณนั้นดีขึ้นครับ (ถ้าดูดีๆจะเห็นได้ชัดเลยว่าหลายส่วนของของพระพุทธรูปไม้แกะสลักนี้บุ๋มลึกเข้าไปเลยทีเดียว)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

1
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น