พิพิธภัณฑ์การปฏิรูปเมจิ

นั่งไทม์ แมทชีน สู่อดีต ชมภาพประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญของญี่ปุ่น

โดย Atchara Suttisirikul   4 เม.ย. 2559

จากสถานีรถไฟคาโงะชิมะ ทีกับเพื่อนเดินเลิียบแม่น้ำ Kotsuki ไปเรื่อยๆ มุ่งหน้าไปพิพิธภัณฑ์การปฏิรูปเมจิ (Museum of The Meiji Restoration) ซึ่งทันทีที่ได้ยินว่าจะไปเป็นพิพิธภัณฑ์ ทีก็เริ่มมองหาร้านกาแฟ เพื่อใช้เป็นที่นั่งรอตามเคย แต่ระหว่างทางมีบ้านซามูไร และสวนสาธารณะที่มุมหนึ่งบอกว่า นี่คือที่โอกุโบะ โตชิมิชิ เคยใช้ชีวิตในวัยเยาว์ 

โอกุโบะเป็นหนึ่งในซามูไรในตำนานของสัทซึมะ ซึ่งทำให้ทีนึกถึงซามูไรในตำนานอีกหลายๆ คนที่อ่านมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น ทีจึงตัดสินใจยอมเสียเงิน 300 เยน เดินเข้าพิพิธภัณฑ์  

ทีได้กระทบไหล่กับเหล่าสัทซึมะ ผู้ร่วมมือกันสร้างพันธมิตรในการล้มระบบโชกุน (รัฐบาลบากุฝุของตระกูลโทกูงาวะ) เพื่อคืนพระราชอำนาจให้พระจักรพรรดิ และมีบทบาทในรัฐบาลต่อจากนั้น ที่นำพาประเทศญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคก้าวหน้าเพื่อเทียบเทียมกับตะวันตก  (ตรงกับรัชกาลที่ 5 ของไทย)

ไดเมียว นาริอากะ เจ้าแคว้นซัตสึมะผู้สร้างอุตสาหกรรม และรับความทันสมัยอีกหลายประการจากตะวันตกมาสู่แคว้น เช่นการทำเครื่องแก้ว และกล้องถ่ายรูป

ไซโงะ ทากาโมริ ผู้นำทัพซัตสึมะ ที่ปิดฉากยุคโชกุนและยุคซามูไร 9

โอคุโบะ โตชิมิชิ รัฐมนตรี และนักวางแผนก่อร่างสร้างญี่ปุ่นยุคใหม่    

ห้องฉายภาพยนตร์เปิดประตูกว้างรับผู้ชมรอบต่อไป ทีตั้งใจขอเข้าไปพักขาและพักสายตา (แปลว่า จะหลับนั่นแหละ) แต่เอาเข้าจริงไม่ได้พักตา เพราะเมื่อห้องมืดแสงลง ไฟบนเวทีว่างๆ ก็สว่างขึ้นทีละจุด มีหุ่นตัวละคร (animatronic) โผล่ขึ้นๆ ลงๆ ตามจุดต่างๆ แสดงบทโต้แย้งกันทางความคิดเกี่ยวกับนโยบายของประเทศ 

กำลังดูเพลินๆ ซากาโมโตะ เรียวมะ สุดยอดฮีโรในดวงใจของทีก็โผล่ขึ้นมาแสดงบทด้วยจากตรงข้างๆ ที่ทีนั่งอยู่นั่นเอง เรียวมะคือซามูไรพเนจรผู้ก่อสร้างบริษัทการค้าทางเรือคาเมะยามะ ทีีี่เมืองท่านางาซากิ และเดินทางขึ้นล่องระหว่างเกียวโต โกเบ โอซากา คาโงะชิมะ และเขตชิโมะโนเชกิที่เป็นเขตการค้าช่วงเปิดประเทศ เป็นผู้มีความฝันว่าญี่ปุ่นจะไม่มีชนชั้นแบบยุคศักดินา และประชาชนจะคิดถึงญี่ปุ่นก่อนคิดถึงแคว้นของใครของมัน 

เรียวมะเป็นผู้ลงมือลงแรงสานพันธมิตรระหว่างแคว้นโจชูกับซัตสึมะ และเพราะพันธมิตรของสองแคว้นนี้พลังจึงกล้าแกร่งพอจะโค่นระบบโชกุนลงได้  

เพื่อนของทีหายแวบไปแล้วหลังจากออกจากห้องประชุม มารู้ทีหลังว่า เธอไปตะลึงแลเสื้อสวยๆ งามๆ ของอัตสึ สตรีจากซัทสึมะ ผู้เป็นคุณผู้หญิงของโชกุนในยุคที่ฝรั่งเข้ามาเจรจาให้เปิดเมืองท่า เท่าที่จำได้จากภาพยนต์ในโทรทัศน์ เธอมีบทบาทอันงดงามในปราสาทของโชกุนในช่วงเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย 

ทีแวะไปสัมผัสบรรยากาศการฝึกซามูไรในห้องนิทรรศการข้างๆ  

วิธีเล่าเรื่องราวของบุคคลในตำนานในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทำให้เลือดแห่งการปฏิวัติเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเริ่มปุดๆ ผุดพรายขึ้นมา ‘แต่เราตัวน้อยนิดเดียวจะทำอะไรได้’ ทีแอบถอนใจ 

    เสียงของชิบะ ไรโฮ ตัวเอกในการ์ตูนเรื่อง คู่เดือดสายฟ้า แว่วมาในหัว  “ไม่เห็นเป็นไร ... ถึงแม้ไม่ได้เอาชนะด้วยตัวคนเดียวก็ช่างเถอะ 

    “ประชาชนไม่มีชื่อเสียงรวมพลังกันเปลี่ยนแปลงสังคม .. ไม่ใช่ให้คนเก่งกว่าคนอื่นทำคนเดียว นี่เป็นยุคสมัยแบบนั้น จริงไหม” 

    อืม ทีจะลองดูว่า ประเทศไทยของทีสมัยนี้ จะเป็นยุคสมัยแบบนั้นด้วยไหม 

(คู่เดือดสายฟ้า เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่บอกเล่าพงศาวดารยุคปลายสมัยเอโดะ ก่อนขึ้นยุคฟื้นฟูเมจิ) 

เขียนโดย Atchara Suttisirikul
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น