โยโกฮาม่า

โยโกฮาม่า เมืองแห่งท่าเรือใหญ่

โดย Tomoko Kamishima   21 มี.ค. 2557

สวัสดีและยินดีตอนรับทุกท่านสู่เมืองโยโกฮาม่าค่ะ

ทุกท่านที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น.. ทั้งชาวญี่ปุ่นเองและชาวต่างชาติ เข้าสู่การเยี่ยมชมเมืองท่าเรือแห่งโยโกฮาม่า ที่นี่เป็นเมืองที่มีความแตกต่างอย่างเป็นเอกลักษณ์์ในตัวเอง โยโกฮาม่าเป็นเมืองที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างน่าอัศจรรย์ของความเก่าและใหม่ อย่างเนินเขาและอ่าว รวมไปถึงความสง่างามที่มาพร้อมกับความไร้กฏเกณฑ์ ความแพรวพราวอย่างมีสเน่ห์ของพื้นที่ที่เรียกกันว่า Minato Mirai ซึ่งเป็นสวนแห่งหนึ่งในเมืองโยโกฮาม่า, ไชน่าทาวที่ดูแล้วราวกับว่ามาจากต่างชาติจริงๆ, ถนนสายเก่าแก่แห่งการค้าขาย ที่เรียกกันว่า Motomachi, เขตแดนแห่งประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่าย่าน Yamate และสถานที่ที่ให้ความผ่อนคลายและเป็นกันเองของ Noge  บริเวณเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเมืองท่าใหญ่อย่างโยโกฮาม่าทั้งนั้น โยโกฮาม่าตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวทางตอนใต้เพียง 30 กิโลเมตร (หรือ 30 นาทีโดยรถไฟ) และในปี 2011 มีประชากรราว 3.7 ล้านคนด้วยกัน

จนกระทั่งถึงจุดสิ้นสุดของ เอโดะ เอระ ทำให้โยโกฮาม่าเป็นละแวกการประมงเล็กๆ และคะนะกาว่า (ซึ่งเป็นเพียงเมือง ไม่ใช่จังหวัดแต่อย่างใด) ตามมาด้วย Tokaido (ถนนสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างเอโดะและเกียวโตที่ตัดผ่านเมืองโยโกฮาม่าและบางส่วนของคะนะกาว่า นอกจากนั้นยังมีโรงแรมเล็กๆตั้งอยู่ตลอดถนนสายนั้นด้วย) ที่นี่เป็นที่ซึ่งมีความสำคัญเสียจริง หลังจากที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาได้ทำสนธิสัญญาในปี 1854 นั้น รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้กำหนดให้เมืองโยโกฮาม่าเป็นฐานการค้าส่งและขยายตัวทางการกำจัดขยะโดยการฝังกลบ ในปี 1859 โยโกฮาม่าได้เปิดท่าเรืออย่างเป็นทางการและกลายเป็นศูนย์กลางทางธุระกิจในญี่ปุ่นไปในที่สุด ทำให้ผู้ประกอบการจากชนชาติต่างๆพากันวิ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ประชาชนในเอโดะ เอระ มีการพัฒนาความเป็นเอกลักษณ์และความช่ำชองทางด้านวัฒนธรรม แต่พวกเขาค่อนข้างมีความไร้เดียงสาในเรื่องของโลกภายนอก เมื่อชาวโยโกฮาม่าต้องทำการติดต่อกับชาวต่างชาติ ความตื่นตาตื่นใจจึงได้กระตุ้นให้พวกเขาซึมซับและพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นของใหม่ นี่คงเป็นอิทธิพลที่แข็งแกร่งในโยโกฮาม่า และความคิดริเริ่มใหม่ๆจึงถูกสร้างขึ้น  ส่งผลให้วัฒนธรรมของโยโกฮาม่าได้เจริญรุ่งเรืองนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลายีที่ผ่านมาที่โยโกฮาม่าได้ประสบภัยพิบัติอย่างรุนแรงถึงสองครั้งสองครา ทำให้เกิดความเสียหายไปทั้งเมือง นั่นก็คือ แผ่นดินไหว Kanto ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1923 และการระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่สองในปี 1945 ชาวต่างชาติจำนวนมากได้จบชีวิตลง บางส่วนก็หลบหนีไปจากเมืองโยโกฮาม่าแทบจะทันทีและอีกหลายคนที่ถูกฝังอยู่ในหลุมศพสำหรับชาวต่างชาติที่เมืองโยโกฮาม่าแห่งนี้

มีคำพูดเกิดขึ้นมากมาย เช่น ในเกียวโต คุณจะถูกปฏิบัติราวกับว่าเป็นผู้มาเยือนใหม่เสมอ แม้ว่าครอบครัวของคุณได้เคยตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ตั้งแต่รุ่นคุณปู่แล้วก็ตาม แต่ในโยโกฮาม่า คุณจะได้รับการต้อนรับเป็นชาวเมืองภายในเวลาเพียงสามวัน คุณจะรับรู้ได้ว่าคนที่นี่อัธยาศัยดี ใจใหญ่และกว้าง พวกเขาเคยได้รับความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในช่วงไม่กี่ศตวรรษที่ผ่านมา มีการทำให้เกิดความเป็นสากลขึ้น และมีความซับซ้อนมากมายที่เกิดจากความทุกข์ของพวกเขา

ฉันขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้คุณมาเยี่ยมเยือนเมืองโยโกฮาม่าบ้างในทริปการท่องเที่ยวของคุณ คุณจะได้ค้นพบและเรียนรู้ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ของเมืองในญี่ปุ่น อย่างเช่น เกียวโต หรือนาระ และความสวยสดงดงามของธรรมชาติในเขตพื้นที่ชนบท เช่น ฮอกไกโด หรือ นากาโนะ ซึ่งเป็นเมืองขนาดเล็กที่ง่ายต่อการท่องไปทั่วสารทิศในเมืองนั้น คุณจะรู้สึกราวกับว่าอยู่ที่บ้านของคุณเอง และเป็นโอกาสที่ดีที่จะหายใจเข้าปอดลึกๆระหว่างการเดินทางไปกับตารางเวลาอันยุ่งเหยิง 

ดังนั้น โปรดลงมาเอนจอยในโยโกฮาม่าสักหนึ่งหรือสองวัน ฉันแน่ใจได้เลยว่าคุณจะประทับใจกับความกระชุ่มกระชวยในรูปแบบที่เมืองโยโกฮาม่ามีให้

เขียนโดย Tomoko Kamishima
สมาชิก JapanTravel
แปลโดย

แสดงความคิดเห็น