วัดเคนโจ-จิของซีแนท คามากุระ

สำนักปฏิบัติสงฆ์นิกายเซนแห่งแรกในคามากุระ

ขณะนี้คือตอนบ่ายของวันเสาร์และฉันอยู่ที่วัดเคนโจ-จิในคิตะ-คามากุระ สองสามนาทีก่อนบ่ายสอง ระฆังดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการบริการนิกายเซนซึ่งเป็นการบริการที่ฉันมาเพื่อสังเกตการณ์ นักบวชสวมใส่ผ้าสีเหลืองกำลังยืนอย่างสงบและอดทนเพื่อรอหัวหน้านักบวช เทียนมีการจุดขึ้น จากนั้น หัวหน้านักบวชมายังห้องโถง ทุกคนเริ่มสวดมนต์ด้วยเสียงโทนต่ำ พิธีกรรมจึงเริ่มต้นขึ้น

การบริการรำลึกตามนิกายเซนของเคนโจ-จิ

วัดเคนโจ-จิมีพิธีกรรมตามปกติทุกๆวันที่ 23 โดยจะเปิดให้สาธารณชนสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ได้ ถ้าคุณต้องการสังเกตนิกายเซนอย่างใกล้ชิด ให้มาถึงก่อนบ่ายสองโมงของวันที่ 23 พิธีจะดำเนินการที่ห้องโถง สำหรับคนที่มาเร็วมากๆ เรามีทางเลือกสองทาง ในช่วงเวลาตีห้าจองวันที่ 1, 15 และ 24 ของแต่ละเดือน พวกเขาจะดำเนินพิธีการอื่นๆ

วัดนี้คือวันรินซาอิ-เซนที่มีลำดับสูงที่สุดในญี่ปุ่น โดยสร้างขึ้นเมื่อปี 1253 โดยถือเป็นศูนย์ฝึกนิกายเซนที่แรกและที่เดียว ผู้ก่อตั้งคือ โทริโยริโฮโจ ซึ้งเป็นผู้สำเร็จคนที่ห้าของคามาคุระ โชกุน หัวหน้านักบวชคนแรกของวัด คือ เรนเคอิ ดอร์ยุจากประเทศจีน โดยคำสอนสองนิกายเซนจะใช้สอนทั้งศาสนาและวัฒนธรรมและวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าที่สุดของจีน สิ่งที่ โทริโยริมุ่งหวังคือการก่อสร้างสำนักวิชาการที่ใช้สร้างคนที่มีพรสวรรค์มาช่วยปกครองคามาคุระ โชกุน

เซนคืออะไร

เซนของญี่ปุ่นประกอบไปด้วยโซโต-เซน ที่แสดงโดยวัดโซจิ-จิในสึรุมิและรินซาอิ-เซนที่แสดงโดยวัดเคนโจ-จิ ทั้งสองเกิดมาจากประเทศจีนและขยายตลอดช่วงศตวรรษที่ 13 ของญี่ปุ่น โซโต-เซนจะเน้นไปยังการนั่งสมาธิและมองว่าการนั่งสมาธิเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุดในการตรัสรู้ ในทางตรงข้าม รินซาอิ-เซนที่มายังญี่ปุ่นโดยดอร์ยุมีคำถามมากมาย แต่ก็เน้นไปยังการนั่งสมาธิในการปฏิบัติตน ความแตกต่างคือสมดุลระหว่างสองสิ่ง คือ การนั่งสมาธิแบบเซนหรือคำถามที่มีสองด้าน นิกายทั้งสองอย่างเน้นไปยังการเปิดตารับรู้คำสอนจากผู้สอน สิ่งนี้หมายความว่า การตรัสรู้ไม่สามารถแสดงได้ด้วยคำพูดแต่จะมาจากการนั่งสมาธิและคำถามที่มีสองด้าน

รายละเอียดของอาคารหลัก

การสร้างวัดแบบเซนนั้นเรียบง่าย โดยที่จะก่อตั้งเรียงกันห้าแห่งเป็นเส้นตรง คือ ประตูนอก (โซ-มอน) ประตูหลัก (ซาน-มอน) หอพระพุทธ (บูซุ-เดน) หอพระธรรม (ฮา-โตะ) และโฮโจ

หลังเข้าไปยังประตูหลัก (ใกล้ประตู) คุณจะไปที่ประตูหลักได้อย่างรวดเร็ว โดยสิ่งนี้มีเรื่องเล่าสองเรื่อง คือ ส่วนต่ำที่เป็นที่เปิดกับส่วนบนที่มีพระพุทธรูปและรูปแบบเล็กๆห้าร้อยรูปของอาระกัน (พระสงฆ์ที่ผ่านการนิพพาน) สถานที่เหล่านี้ไม่เปิดให้มีสาธารณชนดูยกเส้นวันพิเศษ

สำหรับหอพระพุทธ รูปปั้นไม้ จิโซะ (พระโพธิสัตว์ที่ดูแลเด็กๆ นักเดินทางและโลกใต้ดิน) จัดตั้งขึ้น เหตุผลคือพื้นที่ของเคนโจ-จิอยู่บนพื้นดินที่เคยถูกเรียกว่า “หุบเขานรก” เนื่องจากใช้เป็นพื้นที่ในการประหาร จากคำสอนของพระพุทธเจ้าจิโซะจะชดเชยความลำบากที่เกิดขึ้นในการกลับชาติมาเกิดของจิตวิญญาณ

หอพระธรรมคือสถานที่สวดมนต์ของพระ โดยมีสามอย่างที่ต้องให้ความสนใจ คือ รูปปั้นที่เป็นเทพีแห่งความกรุณา ด้านหน้ามีพระพุทธปางสมาธิที่ได้รับการบริจาคมาจากรัฐบาลปากีสถานในปี 2548 จากนั้นให้ดูที่เพดาน จะพบมังกรมองลงมายังพวกเรา ซึ่งทางพระพุทธศาสนา มังกรเป็นสัญลักษณ์ของการเรียนรู้

หลังหอพระธรรมคือโฮโจซึ่งเคยเป็นที่พักของหัวหน้านักบวชแต่ตอนนี้เป็นห้องฝึกซา-เซน ทุกคนต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าเยี่ยมชมตึก โดยจะมีทางเดินไม้ล้อมรอบห้องหลัก โดยมีสวนเซนด้านหลังและมีม้านั่งจำนวนมากที่นั่น เมื่อคุณนั่งอย่างเงียบๆ คุณจะสามารถดื่มด่ำไปกับความรู้สึกสัมผัสกับนิกายเซนได้

ต้นสนโบราณ

มากไปกว่านั้น พวกเราสามารถเห็นต้นไม้เก่าแก่มากมาย เราพบว่ามีต้นสนอายุ 750 ปีที่นำมาโดยหัวหน้านักบวชคนแรก ชื่อ ดอร์ยุจากจีนโบราณ เมื่อมองไปยังต้นไม้ใหญ่ๆเหล่านี้ ฉันคิดถึงเขาและชื่นชมเขาที่ปลูกเมล็ดแห่งวัฒนธรรมเซนในญี่ปุ่น

ข้อมูลเพิ่มเติม

ค้นหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kenchoji Temple

0
0
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่
ช่วยเราพัฒนาเว็ปไซต์ JapanTravel.com
ให้คำติชมหรือข้อเสนอแนะ

แสดงความคิดเห็น

Thank you for your support!

Your feedback has been sent.