ปราสาทฮิเมจิและปราสาทคุมะโมะโตะ

เรื่องเล่าสีขาวดำ ณ ปราสาทสุดโด่งดังของญี่ปุ่น

โดย Tom Roseveare   3 เม.ย. 2560

ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นมีปราสาทอยู่มากมายหลายแห่ง ปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดก็มักจะเป็นปราสาทที่มีความยิ่งใหญ่ ทั้งในด้านขนาด ความเก่าแก่ และความองอาจทางสถาปัตยกรรม วันนี้เราจะก้าวเข้าไปสำรวจปราสาทฮิเมจิ (เฮียวโกะ) และปราสาทคุมะโมะโตะ (คุมะโมะโตะ) สองปราสาทอันเป็นที่ชื่นชอบ และเป็นที่ยอมรับว่า เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของป้อมปราการป้องกัน ที่ยังสามารถหาชมได้ในญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน

ปราสาททั้ง 2 แห่งเป็นตัวแทนของรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน ด้วยความสง่างามอันขาวผ่องของฮิเมจิ ที่ตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับสีดำน่าเกรงขามของปราสาทคุมะโมะโตะ ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจกันถึงรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละปราสาท รวมถึงค้นหาที่สุดของแหล่งท่องเที่ยวรอบเมืองเหล่านี้

เรื่องราวเชิงลึกของปราสาทฮิเมจิ

ปราสาทฮิเมจิตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางจังหวัดเฮียวโกะของญี่ปุ่น มาเป็นเวลามากกว่า 400 ปี ปราสาทฮิเมจิต่างจากปราสาทหลายๆ แห่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นปราสาทที่เก่าแก่ดั้งเดิม และได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีตลอดหลายร้อยปีนี้ ทั้งในส่วนของตัวปราสาทและพื้นที่โดยรอบ ปราสาทแห่งนี้เป็นสถานที่แห่งแรกในญี่ปุ่น ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ในปี 1993 อีกทั้งยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมบัติประจำชาติ เป็นที่รู้จักในนาม 'ปราสาทนกกระสาขาว' จากสีขาวของรูปลักษณ์ภายนอกและความงามของตัวปราสาท นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

พื้นที่โดยรอบปราสาทประกอบไปด้วยป้อมเฝ้าระวัง หอคอย และประตูจำนวนมาก โดยมีหอคอยเฝ้าระวังหลัก (ไดเท็นชุ) 7 ชั้น ซึ่งเป็นจุดดึงดูดหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ สถานที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากมาย ทั้งในด้านสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยี จึงสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังแสดงให้เห็นความเป็นเลิศทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น ผ่านหัตถศิลป์และวิจิตรศิลป์ของงานไม้ในยุคสมัยนั้น ตั้งแต่แผ่นไม้ฉลุลายตกแต่งที่ใช้สร้างหลังคา ไปจนถึงกระเบื้องหลังคาสไตล์ฮอนกะวะระบุกิ ตลอดจนสิ่งก่อสร้างที่ใช้สำหรับการป้องกันตัวจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นรูกำแพงที่มีรูปทรงเป็นเอกลักษณ์ กำแพงหินทรงพัด ตลอดจนความลับและเรื่องราวลึกลับชวนสงสัยของปราสาทฮิเมจิ ซึ่งมีอยู่มากมายและน่าประทับใจ

นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการทัวร์ชมหอคอยปราสาทดั้งเดิม ได้ตลอดทั้ง 7 ชั้น นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายภาพนับไม่ถ้วน ที่พบได้ในบริเวณโดยรอบปราสาท ตัวอย่างของจุดที่ดีที่สุด ได้แก่ จุดชมวิวนิชิ โนะ มะรุ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหอคอยเฝ้าระวังหลัก และบริเวณ 'ลาน' บิเซน มารุ ซึ่งอยู่ภายใต้เงาของหอคอยเฝ้าระวังหลัก

รอบๆ ปราสาทฮิเมจิ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางยังปราสาทฮิเมจิยังมีสิ่งต่างๆ มากมายให้ได้เดินชม อาทิเช่น


 

  • โคะโคะ-เอ็น แหล่งรวมสวนแบบดั้งเดิมถึง 9 สวน อาทิเช่น สวนโอะยะชิกิอันเงียบสงบ และประกอบด้วยสระน้ำกลางสวน ปลาคาร์พ น้ำตก และทางเดินไม้ที่ตกแต่งอย่างปราณีต หรือจะเป็นสวนชา ที่คุณสามารถชมพิธีชงชา และลิ้มลองชาเขียวมัจฉะที่โซจุอัน

  • เรียนรู้ขั้นตอนการทำเหล้าสาเกในโรงกลั่นไม้จากยุคสมัยเมจิ ที่โรงกลั่นเหล้าสาเกนะดะกิคุ พร้อมชิมอาหารเพื่อสุขภาพสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่ปรุงด้วยเหล้าสาเกจากโรงกลั่น
  • อาเขตและถนนช้อปปิ้งมีสิ่งเล็กสิ่งน้อยมากมายให้ไปค้นพบ ลิ้มลอง 'ขนมปังปิ้งหน้าอัลมอนด์' กาแฟสดแบบไซฟอนที่ร้านฮะมะโมะโตะ คอฟฟี่ สัมผัสกับที่สุดของวัฒนธรรมสาเกแห่งเฮียวโกะที่โคะโคะโระมิ หรือจะแวะพักที่เกสต์เฮาส์บรรยากาศเป็นมิตร ราคาสบายกระเป๋า อย่าง588 เกสต์เฮาส์

  • ชมทิวทัศน์อันน่าประทับใจของปราสาทฮิเมจิ จากสถานที่ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากพื้นที่ปราสาท ไม่ว่าจะเป็นระเบียงชมวิวชั้นดาดฟ้าที่ศูนย์การค้าอีเกรท ฮิเมจิ (แสดงที่นี่) นอกจากนี้ ยังมีดาดฟ้าของพิโอเล ฮิเมจิ และระเบียงชมวิวทางตอนเหนือของสถานีฮิเมจิ ที่เปิดโอกาสให้เราได้ชมวิวปราสาทในระยะไกล ระเบียงชมวิวอันหลังสุดจะดีมากสำหรับชมปราสาทที่มีไฟสว่างไสวในยามราตรี

เรื่องราวเชิงลึกของปราสาทคุมะโมะโตะ

ปราสาทคุมะโมะโตะสร้างขึ้นในปี 1607 โดยไดเมียวคะโตะ คิโยะมะสะ นักกลยุทธ์ผู้แข็งแกร่งและนักรบที่แท้จริง ไดเมียวคะโตะสร้างปราสาทแห่งนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นป้อมปราการป้องกันที่กองทัพศัตรูไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยมีสิ่งก่อสร้างป้องกัน อาทิเช่น กำแพงปราสาทมุชะ-กะเอะชิ ซึ่งมีลักษณะลาดเอียง และกะขนาดได้ยาก เดือยเหล็กแหลมชิโนะบิ-กะเอะชิตรงประตูทางเข้า นี่ยังไม่พูดถึงรูปลักษณ์สีดำราวอีกาอันเป็นเอกลักษณ์ของปราสาทคุมะโมะโตะแห่งนี้ โดยลักษณะเด่นอื่นๆ จะเป็นไปในทางยุทธศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นบ่อน้ำกว่าร้อยจุดทั่วทั้งพื้นที่ปราสาท ซึ่งช่วยให้มีชีวิตรอดอยู่ได้ในยามที่ถูกปิดล้อม

แม้โครงสร้างไม้รองรับตัวปราสาทจะเป็นโครงสร้างดั้งเดิม แต่พื้นที่โดยรอบปราสาทได้รับการบูรณะมาแล้วหลายครั้งหลายคราตลอดช่วงอายุของปราสาท ในอดีต โครงสร้างหลายจุดถูกเผาจนมอดไหม้ในช่วงกบฎไซนาน ปี 1877 ในยุคปัจจุบัน แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเดือนเมษายน ปี 2016 ยังทำให้ป้อมเฝ้าระวังและปราการหลายจุดพังเสียหาย แม้นว่างานฟื้นฟูบูรณะดูเหมือนจะใช้เวลาต่อไปอีกหลายทศวรรษ แต่คาดว่าตัวหอคอยเฝ้าระวังหลัก จะเปิดให้เข้าชมอีกครั้งได้ประมาณปี 2019

ถึงแม้ว่างานฟื้นฟูบูรณะในขณะนี้ จะทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเข้าไปชมปราสาทได้ แต่ก็ยังมีเส้นทางชมวิวที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นพิเศษ สำหรับให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้อย่างสะดวกสบาย และเป็นการส่งเสริมให้เดินทางมาชมหนึ่งในปราสาทอันเป็นที่รักมากที่สุดของญี่ปุ่นแห่งนี้ ป้อมปราการทั้งหมดยังคงยืนหยัดอยู่ และตั้งตระหง่านท้าทายอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าของเมือง จุดชมวิวที่ดีที่สุดที่สามารถมองเห็นตัวปราสาทได้คือ ชั้นบนสุดของศาลากลางจังหวัดคุมะโมะโตะ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาท

พื้นที่โจะไซเอ็นซึ่งตั้งอยู่ในซากุระ-โนะ-บาบะ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเชิงปราสาท เป็นพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกของเมืองปราสาทโบราณ เป็นพื้นที่ที่มีร้านขายของที่ระลึกและซุ้มขายอาหารมากมาย เนื่องจากมีศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว และสามารถเข้าถึงได้ง่าย จึงทำให้เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังปราสาท อีกทั้งยังมีวิวสวยๆ ของป้อมปราการฮิตสึจิซะรุและป้อมปราการลิดะมะรุ โกะไค ยะกุระ (น่าเสียดายที่ป้อมปราการอันหลังดูเล็กลง เนื่องจากโครงสร้างเหล็กที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยป้องกันการพังทลาย)

หลังจากนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นไปยังบริเวณขอบของพื้นที่ปราสาท ผ่านทางสวนนิโนะมะรุ ก่อนที่จะไปถึงศาลเจ้าคะโตะ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหอคอยเฝ้าระวังหลัก และป้อมปราการอุโตะ-ยะกุระ ซึ่งมีกำแพงหินปราการอยู่เบื้องล่าง

รอบปราสาทคุมะโมะโตะ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังคุมะโมะโตะยังมีสิ่งต่างๆ มากมายให้เที่ยวชมรอบตัวเมือง อาทิเช่น

  • พบกับทุกสิ่งที่เกี่ยวกับคุมะมง ได้ที่คุมะมงสแควร์ ร้านค้าหลักของตัวมาสคอทอย่างเป็นทางการประจำจังหวัดคุมะโมะโตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการ์ตูนที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่ คุณจะสามารถเลือกซื้อสินค้ามากมายหลากหลายรูปแบบ หรือจะเข้าไปเยี่ยมชมออฟฟิศของเจ้าคุมะมงก็ได้เช่นเดียวกัน!

  • เยี่ยมชมถ้ำเรกังโดะซึ่งตั้งอยู่บริเวณตีนภูเขาคินโปะซาน สภาพแวดล้อมอันเงียบสงบของที่นี่เคยเป็นฉากหลังของซามูไรผู้โด่งดังนามมิยะโมะโตะ มุซะชิ ที่ใช้ช่วงเวลาหลายปีในบั้นปลายชีวิตอยู่ที่นี่เพื่อเขียน "คัมภีร์ห้าห่วง" อันเลื่องชื่อ

  • แวะที่ วะ คอลเลคชั่น มิโตะ ก่อนที่จะเข้าสู่สวนซุอิเซนจิ โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยจัดแจงแต่งกายชุดกิโมโนดั้งเดิมให้แก่คุณ เพื่อให้พร้อมสำหรับการถ่ายภาพ จากนั้นก็เดินชมรอบๆ บริเวณสวน การแวะชมศาลเจ้าอิซุมิและโรงน้ำชาแบบเก่าในชุดกิโมโน จะเป็นประสบการณ์อันน่าจดจำ อย่าลืมมองหาจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อย่างเช่น ภูเขาไฟฟูจิขนาดจิ๋วกันด้วยนะคะ
  • ยามเย็น เราไปแวะร้านคัตสึเรทสึเท หนึ่งในร้านอาหารที่โด่งดังที่สุดในคุมะโมะโตะ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟเนื้อหมูทงคัตสึ แล้วต่อกันด้วยการเรียนรู้เรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับเหล้าโชะชุ ที่โกลคอล บาร์ อิโมะ ไวบ์ส สถานที่ซึ่งโนริซาน ผู้เต็มไปด้วยความกระปรี้กระเปร่า จะแสดงให้เห็นถึงความรักในเหล้าโชะชุของเขา และสำหรับมือใหม่ เขาก็จะแนะนำให้คุณได้พบกับเหล้าโชะชุหลากหลายรูปแบบ ราเม็งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีสำหรับมื้อดึกของผู้ที่ยังรู้สึกหิวอยู่ ลักษณะของราเมงในเขตคุมะโมะโตะเป็นที่ขึ้นชื่อ จากน้ำซุปทงคัตสึที่แปลกใหม่ พร้อมน้ำมันกระเทียม และกระเทียมเจียว

ทั้งปราสาทฮิเมจิและปราสาทคุมะโมะโตะ ล้วนเป็นตัวอย่างที่ดีเด่น แสดงให้เห็นสถาปัตยกรรมด้านการป้องกันที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น จากงานอิฐและงานไม้ที่พบได้มากมายในประเทศญี่ปุ่น

ปราสาททั้ง 2 แห่งเป็นตัวแทนของสไตล์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ของสองภูมิภาคในญี่ปุ่นที่ต่างกันแบบสุดขั้ว และอยู่ห่างกันเพียงสองชั่วโมงโดยรถไฟหัวกระสุน

แม้ว่าคุณจะสามารถเดินทางไปยังปราสาททั้งสองแห่ง ได้ภายในวันเดียว แต่ทั้งสองสถานที่ล้วนมีวัฒนธรรมท้องถิ่นมากมายให้ชม จึงควรค่าแก่การให้เวลาสัก 2-3 วัน เพื่อให้คุณได้รับสิ่งดีๆ จากการเที่ยวชมปราสาททั้ง 2 แห่งนี้มากที่สุด

เขียนโดย Tom Roseveare
ผู้จัดการของ JapanTravel
แปลโดย

แสดงความคิดเห็น