เกาะศิลปะซากุชิมา (Sakushima)

เมื่อศิลปะร่วมสมัยผสานกับวิถีชุมชนชาวเลอย่างลงตัว

โดย Tada Ratchagit   29 ธ.ค. 2558

หลายคนคงจะรู้จักกับเกาะนะโอชิมา (Naoshima) จ.คากาวะ (Kagawa) เกาะศิลปะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของญี่ปุ่นและเป็นแหล่งงานศิลปะที่โดดเด่นอันดับต้นๆ ของประเทศกันมาบ้างแล้ว วันนี้ผมจะลองพาคุณไปรู้จักกับเกาะศิลปะอีกเกาะกันบ้างซึ่งก็โด่งดังไม่แพ้กันซึ่งเกาะศิลปะแห่งนี้ก็คือ เกาะซากุชิมา (Sakushima) หนึ่งในสามเกาะของหมู่เกาะไอจิ (Aichi Archipelago) ที่ตั้งอยู่ในอ่าวมิกะวะ (Mikawa Bay) ตอนล่างของ จ.ไอจิ นั่นเอง เดิมทีเกาะแห่งนี้เป็นเพียงชุมชนชาวเลเล็กๆ แต่ภายหลังได้มีการสร้างเอกลักษณ์ขึ้นให้กับเกาะแห่งนี้ให้เป็นเกาะศิลปะ จนกลายเป็นอีกหนึ่งเกาะที่โด่งดังและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร

โครงการศิลปะบนเกาะนะโอชิมา (Naoshima) นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1989 ส่วนโครงการศิลปะบนเกาะซากุชิมานั้นเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.2001 โครงสร้างของการสร้างสรรค์เกาะนี้มีลักษณะเดียวกันนั่นก็คือใช้ศิลปะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดเอกลักษณ์ของชุมชนในรูปแบบใหม่ขึ้น หนึ่งในความเหมือนกันของโครงการทั้งสองนี้ก็คือการจับมือร่วมกับชุมชนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยศิลปะและการท่องเที่ยว อีกด้านที่เหมือนกันก็คือการจับมือของศิลปินหลายคนในวงการศิลปะที่เข้ามาร่วมกันสร้างสรรค์เอกลักษณ์ในเกาะนี้ให้มีเสน่ห์ที่ยั่งยืนไม่เหมือนใคร

โปรเจ็คศิลปะบนเกาะซากุชิมา (Sakushima) มีชื่อว่า ArtPlan21 เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2001 ซึ่งเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อวาระแห่งการเฉลิมฉลองการก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อีกด้วย ผลงานศิลปะในหลากรูปแบบหลายแนวความคิดถูกสร้างสรรค์ขึ้นตามจุดต่างๆ บนเกาะเรื่อยมาตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้มีผลงานสร้างสรรค์เกิดขึ้นบนเกาะแห่งนี้กว่า 21 ชิ้น ซึ่งเป็นผลงานศิลปะแนว Modern Art ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินรุ่นใหม่หลายต่อหลายคนตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่นไปจนถึงศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและระดับสากล โดยตัวอย่างผลงานที่โดดเด่นนั้นก็ได้แก่

  • Ohirune House (มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Nap House) โดย Yuki Minamikawa > ผลงานนี้สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.2004 โดยศิลปิน Yuki Minamikawa แห่ง Yuki Minamikawa Architecture Design Studio (www.k2.dion.ne.jp/~anonym) ออกมาเป็นกล่องไม้สี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่ริมทะเล กล่องไม้นี้มีรูจำนวน 9 ช่อง ซึ่งชื่อภาษาญี่ปุ่นของผลงานนี้แปลความได้ประมาณว่า “ที่นอนกลางวัน” กล่องไม้นี้จึงอนุญาติให้คนขึ้นไปนั่งเล่นนอนเล่นตามช่องต่างๆ ได้ตามสบาย (มีบันได้ไว้ให้) เป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้เสพงานกับตัวงานศิลปะด้วยการสัมผัสกับงานได้จริงๆ โดยเมื่อเราไปอยู่ในรูบนกล่องนั้นก็จะเห็นวิวทะเลผ่านช่องสี่เหลี่ยมอย่างงดงาม ได้ยินเสียงคลื่นเคล้าไปทำให้ผ่อนคลายและอยากเอนกายหลับตาฟังเสียงธรรมชาติอันแสนสงบนี้ Ohirune House ดูจะเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบนเกาะนี้เพราะนอกจากมันจะปรากฏตามสื่อต่างๆ มากมายหลายแห่งแล้ว เจ้ากล่องสีดำนี้ยังไปปรากฏเป็นฉากหนึ่งของภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดังที่คนไทยรู้จักกันดีอย่าง โคนัน-ยอดนักสืบจิ๋ว ด้วย และนั่นก็ยิ่งทำให้ผลงานนี้โด่งดังขึ้นไปอีกจนมีหลายคนแวะเวียนมาเกาะนี้เพื่อมาถ่ายรูปคู่กับ Ohirune House เลียนแบบการ์ตูนเรื่องนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

  • Kamome no chushajo (มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Gull’s Parking Lot) โดย Takahito Kimura > ผลงานนี้สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.2005 โดยศิลปินที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอย่าง Takahito Kimura (www.takahitokimura.com) ซึ่งเป็นศิลปินที่มีบ้านเกิดอยู่ใน จ.ไอจิ อีกด้วย โดยไอเดียแรกเริ่มของงานชิ้นนี้เริ่มจากการที่เขามานั่งสังเกตการณ์บนเกาะเพื่อหาแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งาน เขาเห็นนกนางนวลเกาะอยู่บนโขดหินแล้วมันก็มองไปในทิศทางเดียวกันตามสัญชาติญาณซึ่งก็คือการจับทิศทางลมก่อนที่จะโผบินนั่นเอง เขารู้สึกว่านกนางนวลนั้นมองเห็นลมได้ ก็เหมือนกับคนในสมัยก่อนที่มักจะดูทิศทางลมเป็น ซึ่งนั่นเป็นสัญชาติญาณที่เกิดขึ้นจากการร่วมอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง ผลงานที่จอดนกนางนวลนี้จึงเกิดขึ้นด้วยการสร้างสรรค์นกนางนวลจากแผนเหล็กแล้วนำไปตั้งเรียงกันเป็นฝูงบนแผ่นหิน ตัวนกนั้นสามารถหมุนได้ตามทิศทางลม เป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนแนวความคิดของธรรมชาติได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

  • Suwarutoko Project โดยกลุ่มศิลปิน MIURA LAB > ผลงานนี้สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2008 เป็นฝีมือของกลุ่มศิลปิน MIURA LAB นักศึกษาแห่งภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Faculty of Science and Technology) มหาวิทยาลัยเมโจ (Meijo University) เมืองนาโกย่า จ.ไอจิ แนวความคิดเริ่มแรกนั้นก็คือการออกแบบที่พักผ่อนริมทะเลให้โดดเด่นอย่างแตกต่าง นักศึกษากลุ่มนี้ถ่ายทอดมันออกมาเป็นการออกแบบเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ที่มีพื้นต่างระดับกัน สามารถขึ้นไปนั่งเล่น หรือนอนเล่นได้ รับลมเย็นเห็นวิวสวยของท้องทะเล แล้วมันก็สามารถขึ้นไปนั่งพร้อมกันทีละหลายๆ คน เรียกได้ว่ามาเป็นแกงค์ก็สามารถร่วมนั่งชมวิวได้สบายๆ แบบไม่บดบังกันด้วย โดยผลงานนี้ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะ บริเวณริมอ่าวด้านใน ตรงข้ามกับผลงาน Kamome no chushajo นั่นเอง

  • Gulliver no me (มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Gulliver’s Eyes) โดย Takahito Kimura > ผลงานนี้สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.2003 โดยศิลปิน Takahito Kimura ซึ่งนี่เป็นผลงานชิ้นแรกของเขาก่อนที่จะกลับมาทำงานชิ้นต่อไปอย่าง Kamome no chushajo ในปี ค.ศ.2005 นั่นเอง แนวความคิดของงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเทพนิยาชื่อดัง Gulliver's Travels ของนักประพันธ์ชาวไอริช Jonathan Swift โดยนำกระจกเงานูนรูปวงกลมที่คล้ายกับดวกตามาสื่อแทนดวงตาที่กลมโตของยักษ์ซึ่งหันมองสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ โดยเราสามารถไปยืนด้านหน้ากระจกทั้งสองบานใหญ่นี้ได้แล้ววิวที่เห็นผ่านกระจกนั้นก็เปรียบเสมือนภาพที่มองผ่านสายตาในโลกของยักษ์นั่นเอง เป็นการสัมผัสประสบการณ์ในอีกมุมมองที่เราไม่คุ้นเคยซึ่งจะทำให้เราเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ได้อีกด้วย ผลงานชิ้นนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลบริเวณฝั่งตะวันตกของเกาะ ใกล้กับท่าเรือ Sakushima (West)

  • East House โดย Yuki Minamikawa > ผลงานนี้สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.2010 เป็นการกลับมาสร้างผลงานใหม่บนเกาะนี้อีกครั้งหลังจากที่เขาได้สร้าง Ohirune House ในปี ค.ศ.2004 กล่องสีดำทางเกาะฝั่งตะวันตกก่อนหน้านี้ไปแล้ว Yuki Minamikawa จงใจสร้างกล่องสีขาวขึ้นอีกอันเพื่อตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ ตรงข้ามกับตำแหน่งกล่องสีดำที่ตั้งอยู่ในริมอ่าวฝั่งตะวันตกของเกาะพอดี เขาจงใจใช้สีตรงข้ามเพื่อสื่อถึงสัญลักษณ์ที่ตรงข้ามกันด้วย แต่ออกแบบเป็นกล่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยผลงานนี้มีกล่องสี่เหลี่ยมยักษ์ 2 ใบดีไซน์ต่างกัน ฝั่งหนึ่งสามารถปีนขึ้นไปยืนเล่นรับลมด้านบนได้ ส่วนอีกฝั่งสามารถขึ้นไปนั่งชิลล์ชมได้คล้ายระเบียงบนดาดฟ้า สองกล่องนี้ตั้งอยู่ห่างกันราว 60 เมตร แต่จะมีทางเชื่อมต่อถึงกันเป็นทางเดินสีขาวทอดยาว และที่พิเศษขึ้นมาหน่อยก็คือ East House นี้จะตั้งอยู่บนสะพานข้ามทะเลที่เชื่อมเกาะใหญ่กับเกาะเล็กอีกเกาะนั่นเอง

  • Klein Garten Welcome Space โดย Toru Matsuoka > ผลงานนี้สร้างสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ.2012 โดยศิลปิน Toru Matsuoka (torumatsuoka.jimdo.com) ซึ่งเขาเป็นชาว จ.ไอจิ โดยกำเนิด และเป็นศิลปินแนว Modern Art ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น งานชิ้นนี้สร้างสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะแบบโมเสกที่นำเอากระเบื้องจตุรัสเล็กๆ หลากสีมาต่อกันจนเป็นลวดลายน่ารักสวยงามซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตชุมชนชาวเลได้อย่างเห็นภาพชัดเจนและมีเอกลักษณ์ทีเดียว แรงบันดาลใจของรูปทรงงานชิ้นนี้ยังได้มาจากแนวทิวเขาที่สลับซับซ้อนบนเกาะแห่งนี้นั่นเอง โดยผลงานชิ้นนี้ตั้งอยู่ริมถนนเล็กๆ บนเกาะฝั่งตะวันออก นอกจากนี้บนเกาะยังมีผลงานน่าสนใจของ Toru Matsuoka อีกหลายชิ้นตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ ไปจนถึงชิ้นใหญ่โดดเด่น

ถึงแม้ ArtPlan21 บนเกาะซากุชิมา (Sakushima) จะไม่ใหญ่เท่ากับโครงการศิลปะบนเกาะนะโอชิมา (Naoshima) หรือมีศิลปินมาสร้างสรรค์ที่ไม่มีชื่อเสียงเท่ากับที่โน่น แต่เกาะศิลปะแห่งนี้ก็ถือเป็นแหล่งศิลปะบนท้องทะเลที่โด่งดังรองลงมาจากเกาะซากุชิมาเลยทีเดียว และเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ผู้ที่ชื่นชอบศิลปะทั้งหลายใฝ่ฝันอยากจะไปเยือนเช่นกัน

----------

ซากุชิมา (Sakushima)

+ ที่ตั้ง : Sakushima, Isshiki, Nishio, Aichi

+ เว็บไซต์ : sakushima.com

----------

วิธีการเดินทาง

Nagoya – Sakushima Island

  • ขั้นตอนที่ 1 : จากสถานี Meitetsu Nagoya Station ไปที่ชานชาลาหมายเลข 4 ขึ้นรถไฟสายสีน้ำเงิน หรือ เหลือง ที่จะไปลงยังสถานี Nishio
  • ขั้นตอนที่ 2 : จากสถานี Nishio ให้ขึ้นรถบัสสายที่ไปลงยัง Isshiki Sakana Hiroba (ตลาดปลาอิชิกิ) หรือ Isshiki Port (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที – เที่ยวแรก 08.40 น. เที่ยวสุดท้าย 14.45 น.)
  • ขั้นตอนที่ 3 : จากท่าเรือ Isshiki Port ขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปลงยังท่าเรือ Sakushima (East) หรือ Sakushima (West) ตามต้องการ (ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที / เรือเที่ยวแรกจาก Isshiki Port 07.40 น. เที่ยวสุดท้าย 17.50 น. /  เรือเที่ยวแรกจาก Sakushima (East) 06.55 น. (West) 07.02 น. เที่ยวสุดท้าย (East) 17.15 น. (West) 17.22 น. / หมายเหตุ : ตารางอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบ้าง โปรดเช็คตารางเรือตามฤดูกาลอีกครั้งหนึ่ง)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น