เทศกาลคาวาโกเอะ

เทศกาลสุดประทับใจในคันโตะที่ยากจะลืมเลือน

โดย Miyoko Kokubo   
สถานที่จัดงาน: Kawagoe City เวลา: Oct 19th - Oct 20th 2019

เมื่อถึงวันเสาร์และอาทิตย์ที่สามของเดือนตุลาคมในทุกๆปี จะเป็นช่วงแห่งความสนุกสนานรื่นเริงของเทศกาลคาวาโกเอะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแถบภูมิภาค Kanto และมีประวัติอันยาวนานมากว่า 360 ปี

ภายในงานเต็มไปด้วยขบวนแห่ศาลเจ้าเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างสวยงามเคล้าคลอไปกับเสียงเพลงญี่ปุ่นโบราณโอฮายาชิขณะแห่รอบเมืองเก่าแก่ที่รู้จักกันในชื่อ “Little Edo” ซึ่งยังคงมีบรรยากาศของวัฒนธรรมเก่าแก่หลงเหลืออยู่จนทุกวันนี้ ถ้าได้มาในงานเชื่อเถอะว่าคุณคงต้องตะลึงกับความอลังการของเหล่าขบวนแห่นี้อย่างแน่นอน แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าตอนนี้แหละที่คนจะแห่ไปกันทะลัก

โดยเทศกาลนี้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1648 หลังจากที่ท่านขุนนาง Matsudaira Nobutsunaได้มอบศาลเจ้าเคลื่อนที่ (หรือที่เรียกว่า Mikoshi) ให้แก่ศาลเจ้า Hikawa ซึ่งเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่สำคัญของเมืองคาวาโกเอะ หลายปีต่อมาเมืองใกล้เคียงต่างๆ เริ่มมีการประดิษฐ์ศาลเจ้าเคลื่อนที่มาเข้าร่วมสร้างสีสันในขบวนแห่ด้วย จนทำให้เทศกาลนี้มีความยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงโด่งดังจวบจนทุกวันนี้ โดยในปีนี้มีขบวนศาลเจ้าถึง 29 ขบวนร่วมแห่ไปตามท้องถนน

นอกจากนี้บริเวณรอบๆวัด Renkeiji ยังมีกิจกรรมน่าสนใจต่างๆ ให้ร่วมสนุกตลอดจนแผงขายอาหารนานาชนิด อย่างเช่น ทาโกะยากิ (แป้งกลมๆใส้ปลาหมึก) หรือจะมานั่งดื่มที่บาร์ญี่ปุ่นที่เรียกว่า izakayas ก็ดี ทั้งจะดื่มเหล้าสาเกในวัดก็ยังได้อีกต่างหาก หากจะไปเล่นเกมตักปลาทองก็สนุกใช่ย่อย ปีนี้ดูพิเศษหน่อยเพราะมีบ้านผีสิงแบบญี่ปุ่นให้ได้ขนหัวลุกกันเล่นๆ ซึ่งถือว่าหาได้ยากในญี่ปุ่น

บริเวณสี่แยก Naka-cho ของถนนสายหลักเป็นสถานที่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้โดยเฉพาะ เนื่องจากยังมีบ้านเรือนที่เป็นกำแพงดินในยุค Edo ที่เรียกว่า Kurazukuri หลงเหลืออยู่ และที่ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณนี้ไม่มีเสาไฟฟ้าโผล่มาให้เสียอรรถรส คุณจึงจะได้อิ่มเอมกับบรรยากาศบ้านเรือนโบราณ พร้อมชมขบวนแห่ศาลเจ้าอันงดงามคละเคล้าเสียงดนตรีเก่าแก่ได้อย่างเต็มอิ่มราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในยุคศตวรรษที่ 17 หรือ 18 ของยุค Edo เลยทีเดียว

ถ้าจะให้ดีแนะนำให้ไปช่วงกลางวันจะดีกว่าเพราะจะได้เห็นรายละเอียดปลีกย่อยของศาลเจ้าอันงดงามนี้ได้อย่างชัดเจน ซึ่งรูปแบบของศาลเจ้าได้มีการพัฒนาขึ้นในยุค Edo เป็นแบบ 2 ชั้น โดยมีหุ่นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อยู่ชั้นบน ขณะที่ด้านข้างจะประดับไปด้วยรูปแกะสลักอย่างประณีตและม่านเย็บปักลวดลายวิจิตรอันงดงาม

แต่ไฮไลท์จริงๆของงานเริ่มตอนกลางคืนหลังจากโคมไฟในศาลเจ้าทั้งหลายจุดขึ้น พร้อมเหล่านักดนตรีและนักเต้นออกมาร่ายรำบนศาลนั้น ผู้คนก็จะเริ่มทะยอยออกมารื่นเริงกันตามถนนอีกครั้ง และเมื่อแต่ละขบวนเคลื่อนมาเจอกันที เสียงดนตรีจะยิ่งดังกระหึ่มขึ้นประหนึ่งกำลังมาประชันกันที่เรียกว่า “Hikkawase” ซึ่งเหมือนเป็นการดวลกันด้วยเสียงเพลงโดยมีผู้ชมคอยส่งเสียงเชียร์โห่ร้องกันอย่างสนุกสนานตลอดการแสดง ฉันว่างานนี้ทั้งแปลกทั้งมีเส่นห์และสนุกจนยากที่จะลืมเลือน

แม้คนจะมากันแน่นขนัดไปสักหน่อย แต่รับรองได้ว่าคุณจะไม่รู้สึกเสียดายเวลาที่ไปสักวินาทีเดียว

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Keeratika Makasuk

Keeratika Makasuk @keeratika.makasuk

I am a 22 years old girl, who loves to travel to different parts of the world because I believe that being in foreign countries gives me a chance to explore and discover all things I've never experienced in my life. This kind of experience has made me become more mature and understanding. And Japan is one of the amazing destinations that I've always dreamed to visit once in a lifetime.

Original by Miyoko Kokubo

แสดงความคิดเห็น