The Wizarding World of Harry Potter

เจาะลึกโลกเวทมนตร์แห่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ (USJ)

โดย Tada Ratchagit   21 ต.ค. 2557

“Please respect the spell limits”

ถ้อยคำที่อยู่บนป้ายประตูซุ้มโค้งเหนือทางเข้าสู่ Hogsmeade Village อันเป็นด่านแรกที่ต้อนรับเราเข้าสู่ The Wizarding World of Harry Potter นี้เป็นธรรมเนียมสำคัญที่ปรากฎในภาพยนตร์และสวนสนุกแฮรี่ พอตเตอร์ทุกแห่งทั่วโลก หากคุณอยากจะมาเยือนโลกเหนือจินตนาการดูบ้าง ก็จงลอง ... เชื่อ และ ศรัทธา ดู

เอาล่ะครับ ... “Alohomora”

ยินดีต้อนรับสู่โลกเวทมนตร์แห่งแฮรี่ พอตเตอร์

The Wizarding World of Harry Potter นั้นเป็นธีมสวนสนุกซึ่งสร้างขึ้นจากภาพยนตร์ชื่อดังที่หยิบเอาบทประพันธ์ชื่อก้องโลกเขียนโดย J.K. Rowling มาสร้างให้เกิดเป็นภาพจริงแห่งจินตนาการ สวนสนุกธีม The Wizarding World of Harry Potter แห่งแรกของโลกนั้นตั้งอยู่ในโซน Islands of Adventure ที่ Universal Orlando Resort ในเมือง Orlando รัฐ Florida สหรัฐอเมริกา เปิดบริการครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2010 และสำหรับสวนสนุกธีม The Wizarding World of Harry Potter แห่งที่สองของโลกนั้นก็เปิดตัวในโซนเอเชียบ้าง โดยตั้งอยู่ Universal Studios Japan (USJ) ในเมืองโอซาก้า เปิดตัวครั้งแรกเมื่อกลางปี ค.ศ.2014 นั่นเอง สำหรับสวนสนุกแห่งนี้แน่นอนว่าผู้ที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นที่ปรึกษานั้นก็คือเจ้าของบทประพันธ์อย่าง J.K. Rowling ที่เข้ามาดูแลและตรวจเช็ครายละเอียดทุกอย่างให้สมจริงดั่งจินตนาการมากที่สุด

*****************************************************

Special Guest >>> สำหรับแขกพิเศษจากภาพยนตร์ที่ให้เกียรติมาในงานเปิดตัว The Wizarding World of Harry Potter ที่ Universal Studios Japan นี้ก็ได้แก่ Tom Felton ที่รับบทเป็น Draco Lucius Malfoy และ Evanna Lynch ผู้รับบท Luna Lovegood นั่นเอง

*****************************************************

Zone 1 : HOGSMEADE VILLAGE

หลังจากผ่านป่าสนที่เรียงรายแล้วเราก็จะถูกต้อนรับอย่างตื่นตาอลังการด้วยหมู่บ้านฮอกส์มี้ดที่เนรมิตขึ้นมาได้อย่างเหมือนจริง หมู่บ้านรูปทรงแปลกตานี้จะถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี เรียงรายไปด้วยร้านค้าและสิ่งที่น่าสนใจมากมายภายในโซนนี้ ... ไปดูกันดีว่ามีไฮไลท์ไหนร่ายมนตร์สะกดเราได้บ้าง

  • Hogwarts Express : รถไฟด่วนสายฮอกวอตส์นี้ก็คือรถไฟที่ไว้คอยรับส่งนักเรียนจากชานชาลา 9 ¾ สถานี King’s Cross ในลอนดอนสู่เมืองเวทมนตร์ลับฮอกวอตส์นั่นเอง มันจะตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ใกล้กับซุ้มประตูทางเข้าหมู่บ้านฮอกส์มี้ดโดยจะมีนายสถานีคอยอำนวยความสะดวกให้ด้วย สำหรับผู้ที่ต้องการขึ้นไปถ่ายภาพบนตัวรถไฟนั้นตรงจุดนี้ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย (ประมาณ ¥2,000)
  • OWL POST & OWLERY : ไปรษณีย์นกฮูกนี้นอกจากจะเป็นร้านจำหน่ายเครื่องเขียนและของที่ระลึกเกี่ยวกับนกฮูกแล้ว ที่นี่เรายังสามารถส่งจดหมายโดยมีตราประทับ Hogsmeade Postmark ซึ่งสามารถส่งไปทั่วโลกได้อีกด้วย นอกจากนี้ตรงจุดนี้ยังเป็นที่นั่งพักหลักและจุดนัดพบไปในตัว โดยมีโรงเปิดโล่งขนาดใหญ่ที่มีหอนาฬิกานกฮูกบอกเวลาเป็นจุดสังเกตของอาคาร
  • HONEYDUKES : ในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดนั้นมีร้านค้าน่าสนใจมากมาย แต่ร้านยอดนิยมที่มีคนเข้ามากที่สุดซึ่งบางครั้งถึงขนาดต้องต่อคิวเข้าเป็นชั่วโมงนั้นก็คือร้านขนม HONEYDUKES นี่เอง ภายในขายขนมหวานตลอดจนลูกอบขบเคี้ยวมากมาย ซึ่งเป็นร้านขวัญใจของนักเรียนฮอกวอตส์อย่างยิ่ง ขนมหวานทุกชิ้นนั้นผลิตขึ้นเป็นพิเศษและมีขายที่นี่โดยเฉพาะโดยเป็นขนมหวานที่นำมาจากจินตนาการในภาพยนตร์ทั้งสิ้น อย่างเช่นขนมยอดนิยมอย่าง BERTIE BOTT’S EVERY-FLAVOUR BEANS ลูกอมสีสนสดใสหลากรสแปลกประหลาด หรือจะเป็น CHOCOLATE FROGS ช็อกโกแลตกบซึ่งถือเป็นขนมที่ขายดีที่สุด
  • BUTTERBEER : แต่ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดนั้นก็คือสุดยอดเครื่องดื่มยอดนิยมของฮอกวอตส์อย่างเบียร์เนย หรือ BUTTERBEER นั่นเอง ซึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมนี้จะขายอยู่ตามท้องถนนสองจุดโดยมีถังไม้โอ๊คสีแดงขนาดยักษ์เป็นจุดสังเกต ถึงแม้ว่ามันจะขึ้นชื่อว่าเป็นเบียร์แต่ความจริงแล้ว BUTTERBEER นี้เป็นเครื่องดื่มที่ไร้แอลกอฮอลล์ เด็กๆ สามารถดื่มได้เช่นกัน โดยรสชาตินั้นจะคล้ายๆ กับน้ำอัดลมหวานๆ (คล้ายรูทเบียร์) ที่โป๊ะด้วยฟองเนยครีมข้นหวานมัน เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่อร่อยลงตัว BUTTERBEER นั้นมีให้เลือกอร่อยทั้งแบบเย็นธรรมดา และแบบเกล็ดน้ำแข็ง หากใครต้องการแก้วที่ระลึกกลับบ้านก็สามารถสั่งไซส์ใหญ่ใส่แก้วเดินดื่มได้อีกด้วย (แบบปกติ ¥600 / แบบเกล็ดน้ำแข็ง ¥700 / พร้อมแก้วที่ระลึกเพิ่มอีก ¥500)
  • OLLIVANDERS : ไม้เท้ากายสิทธิ์ (คฑากายสิทธิ์) แห่งแฮร์รี่ พอตเตอร์ นั้นมีจำหน่ายให้คุณเลือกเป็นเจ้าของได้ทุกแบบ แต่ถ้าหากอยากจะครอบครองมันตามธรรมเนียมแบบฉบับดั้งเดิมในภาพยนตร์นั้นคุณก็สามารถต่อแถวเข้าคิวเพื่อเข้าไปรับการทำนายจาก OLLIVANDERS ได้ โดยไม้เท้ากายสิทธิ์นั้นจะเป็นผู้เลือกคุณเองจากการสุ่มเวทมนตร์ แล้วก็ขอบอกว่านี่เป็นหนึ่งในเครื่องเล่นเล็กๆ (ไม่ใช่เครื่องเล่นแบบเป็นยานพาหนะ แต่เป็นห้องที่เต็มไปด้วยเทคนิคอัศจรรย์น่าตื่นตา) ที่หลายคนชื่นชอบของสวนสนุกนี้เลยทีเดียว แล้วคุณก็จะรู้ว่าไม้เท้ากายสิทธิ์อันไหนจะเป็นโชคละตาลิขิตกับตัวคุณ (หากอยากเป็นเจ้าของต้องเสียค่าไม้เท้ากายสิทธิ์เพิ่มภายหลังที่ได้รับการทำนาย)

Zone 2 : HOGWARTS CASTLE

ถัดจากหมู่บ้านฮอกส์มี้ดเข้ามาก็จะเป็นโซน Hogwarts Castle ที่เป็นการจำลองโรงเรียนเวทมนตร์บนหน้าผาให้ออกมาเป็นปราสาทจริง (แต่ในสเกลย่อส่วน) ภายใต้ปราสาทแห่งนี้ก็คือเครื่องเล่นยอดนิยมอันดับหนึ่งอย่าง HARRY POTTER AND THE FORBIDDEN JOURNEY นั่นเอง ก่อนจะเข้าคิวไปยังเครื่องเล่นนั้นเราจะได้ผ่านสถานที่ที่เกี่ยวข้องภายในภาพยนตร์เรื่องนี้มากมาย ตั้งแต่เรือนกระจก, ห้องนั่งเล่นของกริฟฟินดอร์, ห้องทำงานของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ม, ห้องเรียนที่จะมีแฮร์รี่ รอน และเฮอไมโอนี่มาทักทายคุณ ก่อนที่เราจะได้ไปสัมผัสกับเครื่องเล่นที่แอบหวาดเสียวเล็กน้อยกับเทคโนโลนีเครื่องเล่นประกอบการฉายภาพยนตร์ใหม่ล่าสุดที่จะพาคุณขี่ไม้กวาดตามแฮร์รี่ไปผจญภัยในโลกแห่งเวทมนตร์ (จุดนี้จะมีบริการถ่ายรูปคุณบนเครื่องเล่นด้วย หากอยากได้ภาพที่ระลึกต้องเสียเงินเพิ่ม / ราคา ¥2,800)

Zone 3 : HAGRID’S HUT

ด้านข้างของโซน Hogwarts Castle ก็คือกระท่อมของแฮร์กริด หลังจากที่เราลัดเลาะป่าสนผ่านเนินเล็กๆ ไปก็จะพบกับกระท่อมหลังย่อมที่เสมือนถอดแบบออกมาจากภาพยนตร์ ถัดจากกระท่อมไปนั้นเราก็จะได้สนุกกับเครื่องเล่น FLIGHT OF THE HIPPOGRIFF ซึ่งเป็นรถไฟเหาะกลางแจ้งแบบไม่ตีลังกาความเร็วต่ำเพื่อให้สามารถร่วมสนุกกันได้ทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ โดยรถไฟเหาะนี้จะทำตัวรถเป็นรูปสัตว์แห่งโลกเวทมนตร์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Hippogriff นั่นเอง

*****************************************************

ความเหมือนที่แตกต่าง >>> สำหรับ The Wizarding World of Harry ที่ USJ นั้นเป็นธีมสวนสนุกขนาดย่อมที่ตัดบางส่วนจาก The Wizarding World of Harry Potter ฉบับออร์ริจินอลที่ Universal Orlando Resort ออกไป อาทิ Dragon Challenge รถไฟเหาะตีลังกาสองขบวนที่แล่นมาเจอกันเปรียบเป็นมังการสองตัวที่กำลังต่อสู้กัน และล่าสุดกับการเปิดตัว DIAGON ALLEY แห่งใหม่ที่ฝั่ง Universal Studio Florida ซึ่งอยู่ติดกัน (สวนสนุก Universal Orlando Resort จะแบ่งเป็นสองฝั่งสองสวนสนุกย่อยนั่นก็คือฝั่งดั้งเดิม Universal Studio Florida และฝั่ง Islands of Adventure) แต่ไฮไลท์ทีเด็ดที่สำคัญนั้นก็คือการเนรมิตร Hogwarts Exprees ให้วิ่งได้จริง ซึ่งรถไฟขบวนนี้จะเป็นการเดินทางเชื่อมสวนสนุกทั้งสองฝั่ง (ต้องมีตั๋วเข้าได้ทั้งสองฝั่งจึงจะขึ้นได้) ที่เป็นการวิ่งจากสถานี Hogsmeade ไปยังชานชาลาสถานี King’s Cross อย่างในภาพยนตร์นั่นเอง (เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2014)

*****************************************************

Tricks to Know

  • สวนสนุกโซน The Wizarding World of Harry นั้นไม่เสียบัตรเพิ่มจากการซื้อบัตรผ่านประตูของ Universal Studios Japan แต่เนื่องจากคนที่อยากเข้าไปในโซน The Wizarding World of Harry ในแต่ละวันนั้นมีจำนวนมาก จึงมีการจำกัดจำนวนคนเข้าแบ่งเวลาเข้าเป็นรอบๆ ... วิธีที่ดีที่สุดคือพยายามมาสวนสนุกก่อนเวลาเปิด เพื่อที่ตอนเปิดจะได้วิ่งเข้าไปในโซน The Wizarding World of Harry ก่อน ซึ่งราวช่วงครึ่งชั่วโมงแรกจะเปิดให้เข้าได้อย่างไม่จำกัด หลังจากนั้นจะมีการปิดประตูที่โซนทางเข้าและให้เข้าเที่ยวได้ตามบัตรเวลาที่คุณมีเท่านั้น (จะออกเวลาไหนก็ได้)
  • หากต้องการไปเล่นโซนอื่นก่อน หรือมาหลังประตูรอบแรกปิด เราก็สามารถตรงดิ่งวิ่งไปยังโซนรับบัตรเวลาที่จะอยู่ไม่ไกลจากทางเข้า The Wizarding World of Harry นัก (ไม่ได้อยู่ที่เดียวกันกับทางเข้า) ซึ่งเราจะได้บัตรที่มีเวลานัดหมายให้คุณได้เข้าไปในโซนสวนสนุกอย่างไม่ต้องกังวล แน่นอนว่าสำหรับคนที่ไม่มีบัตร หรือมาเอาบัตรเวลาไม่ทันก็จะอดเข้าในทันที (บัตรนัดหมายมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน และมักจะหมดเร็วหลังจากประตูเปิดเพียงไม่นาน จึงควรมาเอาบัตรเวลาแต่เช้า)
  • สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย ไม่ต้องแย่งกับใคร มาสวนสนุกเวลาไหนก็ได้เข้านั้น ก็สามารถจ่ายเงินเพิ่มเติมเพื่อซื้อบัตรด่วน Universal Express Pass ได้เช่นกัน ซึ่งชุดตั๋วที่อยู่ใน Universal Express Pass นั้นจะให้เรามีสิทธิ์ได้เล่นเครื่องเล่นดังต่างๆ ในช่องคิวพิเศษที่อาจไม่ต้องต่อแถวรอนานเหมือนคนอื่น นอกจากนี้ในบัตรชุดพิเศษ Universal Express Pass 5 และ Universal Express Pass 7 นั้นยังรวมบัตรนัดเวลาเข้า The Wizarding World of Harry ไว้แล้วด้วย โดยที่คุณไม่ต้องรีบร้อนไปรับบัตรนัดเวลาแย่งกับคนอื่น และบัตรนี้การันตีได้ว่าคุณได้เข้า The Wizarding World of Harry ชัวร์ๆ (แค่มาตามเวลาที่นัดหมาย) ย้ำ!!! แต่สำหรับบัตรชุด Universal Express Pass 3 นั้นไม่มีบัตรนัดเวลาเข้า The Wizarding World of Harry รวมอยู่ด้วย หากใครอยากจะใช้อภิสิทธิ์ในกรณีนี้ก็ต้องสังเกตและระวังให้ดี อย่าซื้อผิดเป็นอันขาด (Universal Express Pass 7 : ¥5,900 / Universal Express Pass 5 : ¥4,700 / Universal Express Pass 3 : ¥3,000 / หมายเหตุ : ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดเช็คราคาจริง ณ วันนั้นๆ อีกครั้ง)
  • วิธีซื้อบัตร Universal Studios Japan Pass นั้น นอกจากจะซื้อจากเอเยนซี่ในแต่ละประเทศก่อนมาญี่ปุ่นได้แล้ว เราก็ยังสามารถซื้อบัตรนี้ที่ตู้ซื้อบัตรเอนกประสงค์ในร้าน LAWSON ได้อีกด้วย (ตู้กดเป็นภาษาญี่ปุ่น หากใครไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นก็สามารถเรียกพนักงานในร้านช่วยได้ แต่พนักงานบางคนก็ไม่ทราบวิธีการซื้อก็มี) / วิธีที่ง่ายกว่านั้นก็คือการไปที่บริเวณจองตั๋วรถไฟของ JR นอกจากเจ้าหน้าที่จะพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีแล้ว ก็ง่ายต่อการซื้ออีกด้วย แค่ไปที่เค้าเตอร์และบอกว่าซื้อบัตร Universal Studios Japan Pass ในวันไหนเท่านั้น ทีเหลือเจ้าหน้าที่จะจัดการให้ทุกอย่าง / อีกวิธีคลาสสิกก็คือการไปที่สวนสนุกแล้วซื้อบัตรยังจุดขายตั๋วโดยตรง หากมาในวันธรรมดานั้นแถวจะไม่ยาวนัก (หรืออาจไม่มีแถวเลย) ข้อดีของวิธีนี้ก็คือเราจะได้บัตรลายสวยๆ ของ USJ เก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

รู้ลึกรู้รอบกันขนาดนี้แล้ว คงพร้อมที่จะเข้าไปสนุกในโลกเวทมนตร์ The Wizarding World of Harry แล้วล่ะ ... ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัวนะครับ

“Mobiliarbus”

เอ้ย!

“Mobilicorpus”

---------------------------------------------------------------

Universal Studios Japan (USJ)

+ ที่ตั้ง : 2-1-33 Sakurajima, Konohana-ku, Osaka City, Osaka

+ เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 09.00-22.00 น. (เวลาโดยเฉลี่ย / เวลาเปิด-ปิดจริงโปรดเช็คตามวันเวลาที่ต้องการมาอีกครั้งหนึ่ง)

+ บัตรผ่านประตู :

  • 1 Day Studio Pass : ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) ¥6,980 / เด็ก (4-11 ปี) ¥4,880 / ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป) ¥6,270
  • 2 Day Studio Pass : ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) ¥11,740 / เด็ก (4-11 ปี) ¥8,250

+ ติดต่อ : 0570-20-0606 / เว็บไซต์ : www.usj.co.jp

+ วิธีเดินทาง :

  • JR West : จาก Osaka Station สามารถนั่งรถไฟ JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City Station ได้เลย
  • JR West : หรือนั่งรถไฟสาย Osaka Loop Line (สายวงกลม) ลงที่สถานี Nishikojo Station แล้วต่อ JR Yumesaki Line มาลงที่สถานี Universal City Station
เขียนโดย Tada Ratchagit
สมาชิก JapanTravel

เข้าร่วมการสนทนา

Potcharet Rodhetbhai หนึ่งปีมาแล้ว
น่าสนใจดีครับ แต่กว่าจะได้เล่นเครื่องเล่นนี่คงต้องเหนื่อยกับการแย่งชิงคิวมากพอสมควรนะครับเนี่ย ฮ่าๆ
Sathorn Preechavuthinant หนึ่งปีมาแล้ว
อยากอยู่บ้านกริฟฟินดอร์ครับ