Americamura (アメリカ村)

ฮาราจูกุแห่งโอซาก้า

โดย Tada Ratchagit   3 พ.ย. 2557

เดิมทีพื้นที่ของสวนสาธารณะเล็กๆ Sankaku koen ในย่านนี้คือที่รวมตัวของเหล่าวัยรุ่นมาฝึกซ้อมเต้นรำ ร้องเพลง ไปจนถึงการแสดงตามสไตล์ตะวันตก จนกลายเป็นแหล่งที่คึกคักในเวลาต่อมา

แต่เดิมนั้นย่านนี้เป็นคลังที่เก็บถ่านซึ่งถูกขนมาตามแม่น้ำโดตมโบริ (Dotonbori) ต่อมาในช่วงราวยุค 70 (ราวปี ค.ศ.1970) ได้เริ่มมีคนมาเช่าคลังสินค้าเก่าแห่งนี้เปิดเป็นร้านขายเสื้อผ้า กางเกงยีนส์ เครื่องประดับ แผ่นเสียง ฯลฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านในแนวอินดี้เล็กๆ ขายสินค้ามือสองที่มาจากฝั่งอเมริกาเป็นหลัก ภายหลังมีการจัดเทศกาล America Mura Natsu No Jin ขึ้นที่หางสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในยุคก่อน งานนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และนั่นก็กลายมาเป็นชื่อย่านอย่างเป็นทางการที่เรียกกันว่า Americamura (アメリカ村) หรือแปลได้ว่า หมู่บ้านอเมริกา จนถึงทุกวันนี้นั่นเอง

จากแหล่งชิคๆ ของเหล่าอินดี้นั้นต่อมาก็กลายเป็นแหล่งฮิปๆ ของคนเก๋ๆ ทั้งหลาย จนในที่สุดก็กลายเป็นแหล่งฮิตๆ ของวัยรุ่นอย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา จนเกิดการขยายเขตการค้าอย่างรวดเร็ว มีการสร้างอาคารสมัยใหม่ขึ้นมากมาย มีร้านรวงเพิ่มขึ้นอีกเพียบ และส่วนใหญ่เป็นร้านแฟชั่นฮิตของวัยรุ่นนั่นเอง อารมณ์คล้ายกับย่านฮาราจูกุ ที่โตเกียว หรือย่านสยามสแควร์ในกรุงเทพฯ ที่มีร้านค้ารายรอบลานสาธารณะและตามตรอกซอกซอยอีกมากมาย ปัจจุบันร้านค้าที่อยู่รายรอบบริเวณ Americamura (アメリカ村) นี้มีตั้งแต่ร้านขายเสื้อผ้ามือสอง, ร้านขายแฟชั่นแนว Street Ware ฮิปๆ เก๋ๆ, ไปจนกระทั่งร้านหรูๆ ของแบรนด์เนมชื่อดังในกลุ่ม Street Ware เลยทีเดียว ที่สำคัญ!!! ตามชื่อย่านที่บอกนั้นทำให้ที่นี่เป็นแหล่งขายสิ้นค้าแนว Street Ware ที่นำเข้ารุ่นพิเศษที่ผลิตเฉพาะในอเมริกามากมาย เรียกได้ว่าอยากได้แฟชั่นแบบไหน แบรนด์ไหน ที่เป็นคอเล็กชั่นล่าสุดในเวอร์ชั่นที่ผลิตในอเมริกาล่ะก็มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน

***********************************************************************************

Hightlight Spot

  • PEACE ON EARTH (Wall Painting) >>> สัญลักษณ์อันโดดเด่นของย่าน Americamura (アメリカ村) นั้นก็คือจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยที่ระบายอยู่บนตัวตึกกว่า 3 ชั้นซึ่งเป็นลายเส้นคล้ายคนมาพร้อมกับคำว่า PEACE ON EARTH ภาพเพนท์กำแพงนี้ถือเป็นแลนด์มาร์กที่เป็นเอกลักษณ์ของย่านและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โด่งดังของโอซาก้าอีกด้วย โดยลวดลายดังกล่าวนั้นสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1983 โดยคุโรดะ ไซตาโร่ (Seitaro Kuroda) ศิลปินชาวโอซาก้าที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นและโด่งดังในระดับโลกซึ่งเอกลักษณ์งานของเขานั้นก็คือลายเส้นแบบเด็กๆ ที่มีสีสันสดใส และมีการสร้างสรรค์เฉพาะตัวนั่นเอง (ข้อมูลเกี่ยวกับศิลปิน : www.k-3.co.jp)
  • RIBIA VISION (Media Screen & Activity Stage) >>> ด้านข้างสวนสาธารณะ Sankaku koen นั้นก็คือที่ตั้งของ RIBIA VISION (RIBIA = Real-time Information Board In America-mura) สื่อโฆษณาและจอทีวีขนาดยักษ์ที่เคลื่อนย้ายได้แห่งแรกของญี่ปุ่นและยังเป็นศูนย์กลางของเวทีแห่งศิลปวัฒนธรรมสมัยใหม่อันโดดเด่นแห่งหนึ่งของประเทศอีกด้วย นอกจากโปรแกรมรายการต่างๆ ที่ออกอากาศสดแล้ว จอยักษ์ใหญ่นี้ยังเคลื่อนเปิดขึ้นด้านบนได้ได้ซึ่งด้านหลังนั้นก็คือ Live House ห้องโถงสตูดิโอเล็กๆ บนชั้น 2 ของตึก และนี่เองคือเวทีแห่งการแสดงศิลปวัฒนธรรมรวมไปถึงกิจกรรมร่วมสมัยต่างๆ โดยเฉพาะการเป็นเวทีแสดงคอนเสิร์ตขนาดย่อมที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้โชว์ความสามารถกันอย่างเต็มที่ให้ชมกันแบบฟรีๆ ที่สำคัญเวทีเล็กๆ แห่งนี้ล่ะที่เป็นสถานที่แจ้งเกิดให้กับวงดนตรีดังๆ ของญี่ปุ่นมาแล้วมากมายอีกด้วย (ข้อมูลเพิ่มเติม/ตารางกิจกรรม : www.ribia.tv)

***********************************************************************************

เอกลักษณ์อีกอย่างที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์บอกอาณาเขตของย่านฮิปย่านฮิตนี้ก็คือเสาไฟรูปคนที่สูงโปร่ง (คล้ายหุ่นยนต์เสียมากกว่า) โดยหัวนั้นเป็นโคมไฟ และมือนั้นถือป้ายไฟโลโก้ร้านต่างๆ เสานี้จะกระจายตัวอยู่ทั่วย่านเต็มไปหมด ถ้าหากเดินแล้วไม่เห็นเสานี้ล่ะก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ได้อยู่ในเขตหมู่บ้านอเมริกาแล้วล่ะ

ปัจจุบัน Americamura (アメリカ村) นั้นยังคงเป็นหนึ่งในย่านดังของโอซาก้าที่เสมือนเป็นจุดเชื่อมแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ มากมายในบริเวณนี้ตั้งแต่ย่านซินไซบาชิ (Shinsaibashi) เรื่อยไปจนถึงโดตมโบริ (Dotonbori) และนัมบะ (Namba) หรืออีกด้านก็เชื่อมกับย่านช้อปปิ้งชิคๆ เก๋ๆ อย่าง Orange Street อีกด้วย ย่านนี้จึงคึกคักและยังคงฮิตไม่เสื่อมคลาย

---------------------------------------------------------------

Americamura (アメリカ村)

+ ที่ตั้ง : Nishishinsaibashi, Chuo-ku, Osaka City, Osaka

+ ติดต่อ / ข้อมูลเพิ่มเติม : americamura.jp

+ วิธีเดินทาง :

>JR West : นั่งรถไฟ JR Osaka Loop Line (สายวงกลม) มาลงสถานี Shin-Imamiya หรือ Tennoji แล้วต่อรถไฟ JR Kansai Main Line (Yamatoji Line) ไปลงสถานี JR Namba แล้วเดินต่ออีกหน่อย

>Osaka Subway : นั่งรถไฟใต้ดินสาย M–Midosuji Line (สีแดง) หรือ N- Nagahori Tsurumi-ryokuchi (สีเขียวอ่อน) ลงสถานี M19, N15-Shinsaibashi

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

1
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น