หอคอยซึเทนกะกุ

หอคอยแห่งความทันสมัยในโลกของชินเซไก

โดย Potcharet Rodhetbhai   

ชินเซไก (Shin-Sekai) ย่านแห่งสีสันที่แสนทันสมัย(ในอดีต)ของโอซาก้า เป็นย่านที่เราสามารถพบร้านค้า ร้านอาหารเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวเมืองโอซาก้าได้แบบง่ายดาย โดยเฉพาะเวลากลางคืนย่านแห่งนี้จะคึกคักมากเป็นพิเศษ สิ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาท่องเที่ยวที่ย่านแห่งนี้ก็คือ "หอคอยซึเทนกะกุ" หรือหอคอยโอซาก้า สัญลักษณ์แทนนิยามของเมืองแห่งนี้

หอคอยซึเทนกะกุ (Tsutenkaku Tower) สัญลักษณ์แทนเมืองโอซาก้ายุคใหม่ หอคอยสร้างขึ้นครั้งแรกปี ค.ศ.1912 เพื่อเฉลิมฉลองงานแสดงสินค้าครั้งใหญ่ของประเทศ ในเขตศูนย์กลางโลกใหม่”ชินเซไก”ในสมัยนั้น โดยใช้ประตูชัยแห่งประเทศฝรั่งเศสเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรม หอคอยในยุคนั้นมีความสูง 64 เมตร มีกระเช้าชิงข้าสำหรับนั่งขึ้นไปชมบนยอดได้ และถูกตั้งชื่อว่า “ซึเทนกะกุ” ซึ่งแปลเป็นไทยยว่า “อาคารสูงระฟ้า” ตรงตามความเป็นจริงในสมัยนั้นที่เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในเอเชีย น่าเสียดายที่หอคอยหลังนั้นถูกระเบิดเสียหายรุนแรงสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปีค.ศ.1943 เป็นเหตุให้ต้องถูกทิ้งร้างลง เมื่อเวลาผ่านไปชาวเมืองเรียกร้องให้มีสร้างหอคอยแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ หอคอยรุ่นสองจึงถูกสร้างขึ้น มีความสูง 103 เมตร เปิดให้บริการปี ค.ศ.1956 และยังคงเป็นสิ่งก่อสร้างที่ตั้งตระหง่านให้เราเห็นกันอยู่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้

หอคอยมีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นบนสุดของหอคอยเป็นจุดชมวิวในร่มที่ความสูง 91 เมตรในสี่ทิศ พร้อมกับมุมรูปปั้นเทพเจ้า Biligen เทพเจ้ารูปเด็กนั่งยิ้มไม้ที่เชื่อกันว่าหากใครได้ลูบฝ่าเท้าจะมีแต่ความโชคดี และบริการถ่ายรูปที่จุดสูงสุดของตึกให้บริการอยู่ เมื่อเดินลงบันไดมาหนึ่งชั้นจะพบกับจุดชมวิวอีกเช่นกัน แต่เห็นมุมมองมุมกว้างที่น้อยกว่าชั้นบน ที่ชั้นนี้จะมีกล้องส่องทางไกลหยอดเหรียญ ข้อความตึกต่างๆที่เห็นจากบนหอคอย และเมื่อลงลิฟต์มาที่ชั้น 3 จะพบกับพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของหอคอย ร้านของฝากกูลิโกะที่จำหน่ายสินค้าในแบบ Limited Edition

บริเวณรอบๆของหอคอย Tsutenkaku คนญี่ปุ่นจะเรียกบริเวณนี้ว่า Janjan Yokocho มีร้านค้าขายอาหารอยู่มากมาย โดยเฉพาะคุชิคัทซึ (Kushikatsu) อาหารประเภทขุบแป้งทอดเสียบไม้ ของเด็ดของย่านแห่งนี้ หากใครแวะเวียนมาที่ย่านแห่งนี้ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนที่ผมและเพื่อนมาย่านแห่งนี้คราวนั้นไม่ได้ศึกษาข้อมูลไว้ก่อน ทำให้ไม่รู้ว่าของกินที่ไม่ควรพลาดคือของทอด รู้แค่ว่ามาโอซาก้าต้องกินทาโกยากิ เลยไปกินทาโกะยากิแทน (รสชาติอร่อยเลยครับ ปลาหมึกตัวใหญ่อีกต่างหาก ขายเป็นถาด หนึ่งถาดมีแปดลูก ราคาถาดละ 300 เยน)

เพิ่มเติม : ที่ส่วนบนสุดของยอดหอคอยมีไฟสีต่างๆเปิดเพื่อพยากรอากาศที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้นของเมืองด้วย ถ้าสีฟ้าแสดงว่าฝนตก สีขาวแสดงว่าฟ้าปลอดโปร่ง และสีส้มแปลว่ามีเมฆหนาครับ

ที่อยู่ ; 1-18-6 Ebisuhigashi, Naniwa Ward, Osaka 

การเดินทาง : รถไฟใต้ดิน Osaka Subway สถานี Ebisucho [K18] ทางออก 3

ราคา : ผู้ใหญ่ 700 เยน, นักศึกษา 500 เยน,เด็กมัธยม 400 เยน, ต่ำกว่า 13 ปี 300 เยน

เวลาให้บริการ : เปิดทุกวัน 9.00-21.00 น (ประตูปิดก่อนเวลา 30 นาที)

Website : http://www.tsutenkaku.co.jp/

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

1
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น