สวนสาธารณะ Expo'70 โอซาก้า

จากงานมหกรรมโลกที่แสนยิ่งใหญ่สู่สวนสาธารณะที่เงียบสงบ

โดย Potcharet Rodhetbhai   20 เม.ย. 2557

Osaka Expo 70 park (万博記念公園) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองโอซาก้า ที่ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมโลก หรือ EXPO'70 (The Japan World Exposition) ในช่วงระหว่างวันที่ 15 มีนาคม ถึง 13 กันยายน ค.ศ.1970 ซึ่งถือเป็นงานมหกรรมโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนับตั้งแต่มีการจัดงานมหกรรมโลกมา (แต่ก็เพิ่งมาโดนงาน Shanghai World Expo เมื่อปีค.ศ. 2010 ล้มแชมป์ความยิ่งใหญ่ไป) นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ 50 ปี อาคารต่างๆในงานที่ยิ่งใหญ่ต่างถูกทุบทิ้ง พื้นที่ทั้งหมดถูกวางผังใหม่ แปรเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้นานาพรรณ ที่ต่างแบ่งเวลาออกดอกบานสวยตามช่วงเวลาในแต่ละฤดูแทน

แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่ยังหลงเหลือให้เห็นถึงอดีตที่เคยยิ่งใหญ่ของงานอยู่ นั่นคือ "อนุสาวรีย์ Tower of the Sun" หรือหอคอยแห่งดวงอาทิตย์ อนุสาวรีย์รูปทรงแปลกตาที่มองแล้วมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เคยเป็นแลนด์มาร์กและเป็นจุดศูนย์กลางของงาน ออกแบบโดยนายโอคาโม ทาโร่ (Taro Okamoto) ศิลปินญี่ปุ่นผู้หลงไหลในศิลปะแบบ Abstract ผลงานอนุสาวรีย์ชิ้นนี้เป็นที่ตราตรึงใจของใครหลายๆคน และเป็นแรงบัลดาลใจให้นายนาโอกิ อุรุซาว่า นำอนุสาวรีย์แห่งนี้มาวาดร่วมอยู่ในการ์ตูนเรื่อง 20th Century Boy ซึ่งเป็นผลงานของเขาอีกด้วย ใกล้ๆกับหอคอยแห่งดวงอาทิตย์ยังมีอนุสาวรีย์โครงหลังคาที่เคยเป็นหลังคาที่ใช้คลุมงานเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่หลงเหลือไว้ให้ดูเป็นที่ระลึก

ภายในสวนสาธารณะจะมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจภายในอยู่ 2 พิพิธภัณฑ์ คือ National Museum of Ethnology และ Expo’70 Pavilion โดยพิพิธภัณฑ์แรกจะจัดแสดงสิ่งของต่างๆที่เคยจัดแสดงภายในศาลา(Pavilion) จากประเทศต่างๆที่เข้ารวมงานในช่วงนั้น โดยที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้นำมาจัดหมวดหมู่ใหม่แบ่งออกตามทวีปต่างๆและจัดแสดงสิ่งของตามวิวัฒนาการ วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ตามช่วงเวลาไปเรื่อยๆ ส่วนพิพิธภัณฑ์ที่สองจะจัดแสดงเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของงานในอดีต รวบรวมภาพ วีดีโอ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการจัดงาน

ความงามของต้นไม้และดอกไม้ของสวนแห่งนี้จะแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามช่วงฤดูกาล ช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ จะเป็นเป็นต้นพลัมที่ออกดอกกันบานสะพรั่ง ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมจะเป็นสวนซากุระและทุ่งดอกทิวลิป ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมจะเป็นสวนดอกลูพิน ช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนเป็นต้นไม้เปลี่ยนสี

การเดินทางมาที่สวนแห่งนี้สามารถทำได้โดยขึ้นใช้รถไฟ Osaka Subway สายสีแดง Midosuji Line ลงรถที่สถานี Senri-chuo [M08] แล้วต่อรถไฟ Osaka Monorail ลงสถานี Banpaku-kinen-koen ค่าเข้าสวนราคาผู้ใหญ่ 250 เยน เด็ก 70 เยน (ไม่รวมค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ภายใน) สวนเปิดให้บริการ 9.30-17.00 น. (ประตูปิดก่อน 30 นาที) ปิดให้บริการทุกวันพุธ

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น