เรือข้ามฟากไปเกาะโทะกะชิกิ

ทางเลือกในการเดินทางจากท่าเรือโทมาริในเมือง Naha

โดย Bonson Lam   

เกาะโทะกะชิกิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางไปได้อย่างรวดเร็วจากทางทิศตะวันตกของเมืองนะฮะ โดยบรรยากาศของเกาะเป็นแบบกึ่งเขตร้อน ผ่อนคลาย เงียบสงบ แต่ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่รักความสะดวกสบาย เช่น ที่พักตากอากาศวิวทะเล, มัคคุเทศก์และอาหารพื้นเมืองและอาหารนานาชาติที่หลากหลายในราคายุติธรรม

วิธีที่ง่ายและราคาถูกที่สุดเพื่อไปขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเรือโทมาริคือ การเดิน 20 นาที จากสถานีรถไฟรางเดียวมิเอบาชิหรือเดิน 15 นาที จากป้ายรถเมล์(สาย 99, 11 หรือ3)ใกล้โรงแรม Rasso บนถนนสายหลักมุ่งไปทางเหนือของเมืองซึ่งหากเดินไปคงไม่ไหว แต่ท่าเรือโทมารินั้นหาง่ายแค่คุณมุ่งหน้าทางทิศตะวันตกไปยังทะเลหรือจะนั่งรถแท็กซี่เป็นระยะทางสั้นๆ(ค่าโดยสาร 600 เยน หรือต่ำกว่านั้น)จากถนนช้อปปิ้งโคกุไซ โดริไปถ้าคุณมีสัมภาระจำนวนมาก

มีเรือข้ามฟากไปเกาะโทะกะชิกิเปิดให้บริการอยู่ 2 แบบ คือเรือข้ามฟากเครามะขนาดใหญ่ที่สามารถบรรทุกรถยนต์และผู้โดยสารได้ใช้เวลาในการเดินทาง 70 นาที และเรือข้ามฟาก Marine Liner ที่มีขนาดเล็กกว่าใช้เวลาในการเดินทาง 35 นาที ราคาที่คุณจ่ายไปขึ้นอยู่กับความเร็วของเรือแต่ก็เป็นไปได้ว่าเรือที่คุณเลือกจะอิงกับเวลาการออกเดินทางของคุณและเรือให้บริการ 3 เที่ยวต่อวัน คุณสามารถโทรสอบถามข้อมูลเวลาเดินเรือได้ที่เบอร์ 868-7541 หากคุณจะเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ คุณควรโดยสารเรือข้ามฟากด่วนรอบเช้าซึ่งจะทำให้คุณมีเวลาพอในการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวและใช้บริการทัวร์ดำน้ำดูปะการังที่ชายหาดอะฮาเร็นก่อนโดยสารเรือข้ามฟากธรรมดาหรือด่วนรอบบ่ายกลับ แต่ผมขอแนะนำว่าเที่ยวแบบค้างคืนเป็นวิธีที่ดีกว่าเพราะจะได้มีเวลาดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขบนเกาะ อย่างการชมพระจันทร์ขึ้นเหนือแผ่นน้ำที่ดูเหมือนเป็นแผ่นกระจกที่ชายหาดอะฮาเร็น มันช่างผ่อนคลายเสียจริง

เมื่อถึงเวลาออกเดินทางไปเกาะโทะกะชิกิ ผมขอแนะนำให้คุณมาถึงที่ท่าเรือข้ามฟากอย่างน้อย 30 นาที ก่อนออกเดินทางเพื่อเผื่อเวลาในการซื้อตั๋วและเดินไปยังท่าเทียบเรือ จากสำนักงานขายตั๋วโดยสารในท่าเรือข้ามฟากเดินไปยังเรือข้ามฟากเครามะใช้เวลา 2 นาที และเดิน 10 นาที ไปยังเรือข้ามฟาก Marine Liner หากคุณโดยสารเรือข้ามฟาก Liner Marine พนักงานขายตั๋วโดยสารจะให้แผ่นกระดาษกับคุณอย่างน้อย 2 แผ่น แผ่นแรกคือตั๋วและอีกแผ่นหนึ่งเป็นแผนที่จากสำนักงานขายตั๋วโดยสารไปยังเรือเล็กข้ามฟาก Marine Liner จากสำนักงานขายตั๋วโดยสารไปยังเรือเล็กข้ามฟากค่อนข้างง่าย คุณแค่ไปตามทางเดิน/ถนนเลียบท่าเรือ

ระหว่างทางไปเกาะโทะกะชิกิ คุณจะเห็นสะพานท่าเรือขนาดใหญ่และความเพลิดเพลินที่เครื่องบินสังเหตุการณ์ในสนามบินนะฮะสร้างสรรค์มาให้ชมเพียงชั่วครู่ นอกจากนี้คุณยังจะผ่านท่าเรือทะเลหลักที่ซึ่งมีเรือสำราญแล่นมาจากท่าเรือของประเทศรอบๆ ในไม่ช้านี้เมืองนะฮะจะหายไปและในขณะที่คุณสูดลมทะเลอันสดชื่นบนดาดฟ้าเข้าไป คุณจะพบว่าสิ่งต่างๆรอบตัวคุณจะช้าลง เหมือนกลับไปยังที่ๆไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่ครั้งที่คุณยังเป็นเด็ก เรือแล่นราบเรียบพอสมควรดังนั้นมีโอกาศน้อยที่คุณจะเมาเรือ แต่สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะวิงเวียนศีรษะ การทานยาแก้วิงเวียนและการมองไปที่ตรงกลางของเรือข้ามฟากจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น หากเกิดพายุไต้ฝุ่นในวันเดินทางเรือข้ามฟากจะถูกยกเลิกดังนั้นคุณสามารถมั่นใจถึงความปลอดภัยในการเดินทางได้เลย

โดยหลักการแล้วบนเรือข้ามฟากของทั้ง 2 แบบ มีพื้นที่ไว้สำหรับรองรับจักรยาน แต่คุณก็สามารถเช่าจักรยานและสกู๊ตเตอร์เมื่อคุณมาถึงเกาะโทะกะชิกิได้โดยเฉพาะช่วงก่อนและหลังฤดูการท่องเที่ยวระหว่างเดือนมีนาคมและเดือนพฤศจิกายน มีถนนจากจุดที่เรือข้ามฟากจอดส่งผู้โดยสารไปยังชายหาดที่ดีที่สุดในการดำน้ำตื้นในหมู่บ้านอะฮาเร็นอีกฝั่งหนึ่งโดยคุณจะได้ผ่านเนินเขาสีเขียวอันงดงาม แม้ว่าจะการปั่นจักรยานขึ้นเนินจะค่อนข้าางทำได้ยากก็ตาม นอกจากนี้ยังมีรสบัสรับส่งจากท่าเรือข้ามฟากไปยังหมู่บ้านอะฮาเร็นและเกสต์เฮ้าส์และโรงแรมส่วนใหญ่มีบริการรถรับส่งสำหรับแขกที่จองที่พักไว้ล่วงหน้า เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ส่วนใหญ่ไม่พูดภาษาอังกฤษดังนั้นจะดีกว่าถ้าคุณให้พนักงานต้อนรับของโรงแรมที่คุณพักอยู่ก่อนหน้าโทรมาจองให้

บนเรือข้ามฟากอาจจะมีของว่างจำนวนจำกัดให้บริการแต่ผมขอแนะนำให้คุณนำอาหารและและของว่างมารับประทานระหว่างการเดินทางเอง ที่นี่ไม่เหมือนกับประเทศอื่นๆที่อาหารและที่พักบนเกาะมีราคาสูงกว่าปกติซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆบนเกาะโทะกะชิกิมีราคายุติธรรม อย่างอาหารยอดนิยมที่ร้านบารากุมีราคาต่ำกว่า 1000 เยน ในขณะเดียวกันราคาห้องพักริมชายหาดที่โรงแรม Southern Cross Pension ราคาตกอยู่ประมาณคืนละ 6000 เยน ซึ่งราคาห้องพักรวมอาหารเช้าจานใหญ่พร้อมด้วยซุปมิโซะโฮมเมดและไข่เอาไว้ด้วยแล้ว

ในช่วงฤดูหนาว(เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ทั้งเดือน)เรือข้ามฟากเครามะออกเดินทางจากท่าเรือโทมาริของเมืองนะฮะวันละ 1 เที่ยว เวลา 10:00 น. และกลับจากเกาะโทะกะชิกิเวลา 15:30 น. ส่วนในช่วงฤดูร้อน(เดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายนทั้งเดือน)เที่ยวกลับจากเกาะโทะกะชิกิจะเป็นเวลา 16:00 น. ราคาค่าโดยสาร 1620 เยน สำหรับเที่ยวเดียวและ3080 เยน สำหรับไปกลับ ส่วนเด็กจ่ายราคาครึ่งเดียว

เรือข้ามฟาก Marine Liner ออกเดินทางวันละ 2 เที่ยว แบ่งเป็นรอบเช้าออกเดินทางจากท่าเรือโทมาริเวลา 09:00 น. และรอบเย็นออกเดินทางเวลา 16.30 น. ในช่วงฤดูหนาว(เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ทั้งเดือน)เรือรอบเย็นออกจากท่าก่อนเวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อที่ว่าจะได้กลับมาทันก่อนค่ำ เรือออกจากท่าเรือเกาะโทะกะชิกิเวลา 10:00 น.และ17:30 น.(ออกจากท่าเรือเวลา 17:00 น.ในเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ทั้งเดือน) ในช่วงโกลด์เดนวีค(วันที่ 3 ถึงวันที่ 5 ของเดือนพฤษภาคม),เดือนกรกฏาคมและเดือนสิงหาคม,และวันหยุดสุดสัปดาห์ในเดือนกันยายน มีรอบเรือรอบที่ 3 เพิ่มเข้ามาคือ รอบที่ออกจากท่าเรือโทมาริเวลา 13:00 น.และรอบที่ออกจากท่าเรือเกาะโทะกะชิกิเวลา 14:00 น. กำหนดการนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซท์หรือโทรไปสอบถามสำนักงานเพื่อความแน่ใจ ราคาค่าโดยสาร 2420 เยน สำหรับเที่ยวเดียวและ4620 เยน สำหรับไปกลับ ราคาค่าโดยสารสำหรับเด็กอยู่ที่ 1120 เยน สำหรับเที่ยวเดียวและ2320 เยน สำหรับไปกลับซึ่งราคาค่าโดยสารสำหรับเด็กสูงกว่าครึ่งหนึ่งของราคาค่าโดยสารเต็มเพียงเล็กน้อย

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Poranut J

Poranut J @poranut.j

Original by Bonson Lam

แสดงความคิดเห็น