Tokyo City View

อิสระที่เราไขว่คว้าได้

โดย Tada Ratchagit   

ผมกำลังยืนอยู่เหนือบนผืนแผ่นดินโตเกียวที่สูงขึ้นไปราว 270 เมตร อีกครั้ง สายลมด้านบนนั้นบางครั้งก็พัดแรงเล่นเอาผมบนศีรษะพัดกระจุยทีเดียว แต่บางคราวสายลมก็พัดแผ่วเบาลูบผ่านกายอย่างอ่อนละมุน สายลมที่เย็นสบายนั้นพัดผ่านเราจนทำให้บางครั้งผมถึงกับยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่ออ้ารับการปะทะที่แผ่วเบานี้และอมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว บนนี้ผมรู้สึกว่านี่มันคือความอิสระที่เป็นรูปธรรมที่ผมสามารถสัมผัสและไขว่คว้ามันได้อย่างง่ายดาย

ไม่ใช่เรื่องยากจริงๆ ครับ ... ผมมักจะแวะเวียนมาที่นี่เสมอแทบทุกครั้งที่มาเยือนโตเกียว บนนี้นอกจากความรู้สึกอิสระที่ผมรู้สึกว่าได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากความวุ่นวายของโลกภายล่างได้แล้วนั้น ผมยังชอบที่จะมานั่งมองวิวเมืองโตเกียวในมุมสูงซึ่งเราสามารถมองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ในวันที่ฟ้าใสเรายังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิตระหง่านเป็นฉากหลังของเมืองได้อย่างงดงามอลังการ แต่ทว่ามุมที่ผมโปรดปราณมากที่สุดก็คือการมานั่งมองดูหอคอยโตเกียวจากมุมสูงซึ่งมุมนี้เราจะเห็นมันตระหง่านท่ามกลางเมืองใหญ่ที่รายรอบ และดูเหมือนว่าพระเอกคนนี้จะอยู่ใกล้มือราวเอื้อมถึง

จุดชมวิวเมืองในมุมสูงนี้ก็คือ Tokyo City View ตั้งอยู่ที่ตึก Roppongi Hills แหล่งแฮงค์เอาท์ชวนชิลล์อันโด่งดังของโตเกียวซึ่งตั้งอยู่ในย่านรปปงหงิ (Roppongi) นั่นเอง มันตั้งอยู่บนชั้นที่ 52 ของแหล่งช้อปปิ้งอันหรูหรามีระดับ ซึ่งนี่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตจุดหนึ่งของโตเกียวที่แม้แต่คนโตเกียวเองยังชอบมา ... ด้านบนที่ชั้น 52 นั้นจะเป็นจุดชมวิวในร่มผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่สูงราวตึก 2 ชั้น ตรงจุดนี้เราสามารถนั่งชิมวิวในมุมเก๋ๆ ที่เห็นวิวเมืองในมุมสูงได้อย่างสุดลูกหูลูกตาแบบ 360 องศา รอบตึก แถมยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ไปจนถึงร้านอาหารวิวดีที่เป็นแหล่งดินเนอร์สุดโรแมนติกด้วย

ที่ชั้น 52 นี้เอง (ขึ้นบันไดจากชั้นที่ 52 สู่ชั้นที่ 53) ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งนั่นก็คือ MORI ART MUSUEM (www.mori.art.museum) พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชั้นนำของโตเกียวที่โด่งดังระดับโลก และยังถือว่าเป็น ART GALLERY ที่ว่ากันว่าอยู่สูงที่สุดในโตเกียวอีกด้วย ห้องแสดงนิทรรศการนั้นมีขนาดใหญ่จำนวนหลายห้อง มีศิลปินจากทั่วโลกทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่ถูกคัดเลือกมาแสดงงานอย่างสม่ำเสมอหมุนเวียนกันตลอดทั้งปี โดยงานส่วนใหญ่ที่จะแสดงนั้นจะเน้นไปทางศิลปะร่วมสมัยโดยเฉพาะงาน Installation Art ที่ขอบอกว่าทุกงานที่ถูกคัดเลือกมานั้นเจ๋งสุดยอดจริงๆ (ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจากบัตรที่ซื้อครั้งแรก)

แต่จุดชมวิวที่ผมหลงใหลมากที่สุดนั้นกลับอยู่ที่บนดาดฟ้าชั้นบนสุด ... จุดชมวิวนี้ก็คือชั้น SKY DECK (ต้องซื้อบัตรผ่านเพิ่ม / หรือซื้อรวมกับบัตรผ่านครั้งแรกเลยก็ได้) ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึกที่เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่ระดับความสูง 270 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ที่สำคัญมันเป็นจุดชมวิวในแบบ Open Air ที่ไม่มีกระจกหรือสิ่งใดๆ มาขวางกั้น ตรงจุดนี้เราสามารถเดินชมวิวเมืองโตเกียวในมุมสูงได้เกือบ 360 องศา นอกจากนั้นเขายังจัดที่นั่งแสตนด์ไม้เล็กๆ เก๋ๆ ไว้ให้เรานั่งชมวิวอย่างสบายๆ อีกด้วย

ความอิสระที่ผมคว้าได้นั้นมันเป็นความสุขที่ยอดเยี่ยมทีเดียว แล้วสิ่งที่ผมมักคว้าเพิ่มเติมอยู่เสมอก็คือความโรแมนติกที่ทำให้เราสุขใจยิ่งขึ้น ... วิวเมืองโตเกียวในมุมสูงบนหอคอยนี้มักสวยที่สุดและเป็นที่นิยมที่สุดในช่วงยามเย็นจนถึงพลบค่ำ พระอาทิตย์ตกดินฉาบแสงสีทองนั้นเป็นภาพที่น่าประทับใจที่สุดที่เราต้องมาดูด้วยตาตัวเอง การเชื่อมเวลาจากยามเย็นสู่ยามค่ำนั้นงดงามอย่างแสนวิเศษทีเดียว แสงไฟระยิบระยับที่สวยงามไม่ต่างจากแสงดาวบนท้องฟ้านั้นทำให้เราเห็นชีวิตชีวาในยามค่ำคืนของเมืองที่ไม่เคยหลับใหลอย่างโตเกียวได้อย่างน่าหลงเสน่ห์

อิสระนี้มันแสนวิเศษจริงๆ

-----------Travel Information-----------

Tokyo City View

ที่ตั้ง : ชั้น 52 ตึก Roppongi Hills ย่านรปปงหงิ, เขตมิตาโตะ, โตเกียว

เปิด-ปิด (ชั้น Tokyo City View) : จ.-พฤ., อา 10.00-23.00 น. / ศ.-ส., และคืนก่อนวันหยุดญี่ปุ่น 10.00-01.00 น.

เปิด-ปิด (ชั้น Sky Deck) : ทุกวัน 11.00-20.00 น. (และอาจปิดเมื่อสภาพอากาศเลวร้าย)

ค่าบริการ ชั้น Tokyo City View : ผู้ใหญ่ 1,500 เยน / นักเรียน (มัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย) 1,000 เยน / เด็ก (4 ขวบ-มัธยมต้น) 500 เยน

ค่าบริการ ชั้น Sky Deck : ผู้ใหญ่-นักเรียน (มัธยมปลาย-มหาวิทยาลัย) 500 เยน / เด็ก (4 ขวบ-มัธยมต้น) 300 เยน

ติดต่อ : www.roppongihills.com/tcv

วิธีเดินทาง :

>วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย H-Hibiya Line (สีเทา) ลงสถานี H04-Roppongi ทางออก 1 (Exit 1)

>วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟใต้ดิน Toei Line สาย E-Oedo Line (สีชมพู) ลงสถานี E23-Roppongi ทางออก 1 (Exit 1)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

1
2
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

เข้าร่วมการสนทนา

Tada Ratchagit ผู้เขียน หนึ่งปีมาแล้ว
เชื่อป่ะบาย กว่าพี่จะขึ้นไปแล้วมีดวงได้เจอฟ้าสวยๆ แบบนี้ครั้งแรก ก็เป็นการขึ้นไปเป็นรอบที่ 4 แหนะ เหอเหอ ... ที่ผ่านมาสามครั้งเจอแต่ฟ้าสีขาว 5555 (ไปผิดฤดู)
Sathorn Preechavuthinant หนึ่งปีมาแล้ว
รูปแรกฟ้าสวยสัดๆเลยครับพี่ ตอนนี้ตรง Lobby มันแปลงร่างเป็น ปิกาจูคาเฟ่