พระราชวังอิมพีเรียลโตเกียว

ชมสะพานแว่นตาและสวนสวยงามร่มรื่น

โดย Potcharet Rodhetbhai   29 เม.ย. 2558

ถ้าพูดถึงโบราณสถาน พระราชวัง และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของญี่ปุ่นหลายคนมักนึกถึงเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทางเกียวโต แต่อันที่จริงแล้วใจกลางมหานครอันทันสมัยอย่างโตเกียว ก็ยังมีพื้นที่สีเขียว กว้างขวาง เป็นโบราณสถานที่มีคุณค่า และความสำคัญสำหรับชาวญี่ปุ่นตั้งอยู่ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานีรถไฟโตเกียว สถานที่นั้นคือ ”พระราชวังอิมพีเรียลโตเกียว (Tokyo Imperial Palace)”

พระราชวังอิมพีเรียลโตเกียว เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นตลอดจนราชวงศ์อิมพีเรียล เดิมทีที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของปราสาทเอโดะ ซึ่งเป็นที่พำนักของโชกุนโตกุกาวะ (Tokugawa Shogunate) มาก่อน หลังจากที่ระบบโชกุนล่มสลาย ราชวงศ์อิมพีเรียลได้ย้ายที่ประทับจากเมืองเกียวโตมายังโตเกียว และได้สร้างพระราชวังแห่งใหม่ขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ.1888

โดยปกติพระราชวังอิมพีเรียลจะไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม ยกเว้นในวันที่ 2 มกราคม วันขึ้นปีใหม่ และ 23 ธันวาคม วันคล้ายวันประสูติสมเด็จพระจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ที่พระราชวังแห่งนี้จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเพื่อชื่นชมบารมีของสมเด็จพระจักรพรรดิ

จุดยอดนิยมที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของพระราชวังแห่งนี้มีอยู่ 2 ที่ คือ

  1. Nijubashi สะพานนิจูบาชิ สะพานเหล็กโค้งคู่ที่เชื่อมระหว่างเขตพระราชวังกับสะพานหิน คนญี่ปุ่นนิยมเรียกสะพานแห่งนี้ว่า ‘เมกะเนบาชิ’ ซึ่งแปลว่า”สะพานแว่นตา”อันเกิดมาจากภาพสะท้อนของสะพานกับบ่อน้ำจนดูเหมือนกับแว่นตานั่นเอง (ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการมาชมสะพานแห่งนี้แล้วมองเห็นเป็นแว่นตาคือ วันที่ฟ้าปลอดโปร่ง และมีแดดครับ)
  2. Imperial Palace East Garden สวนสาธารณะซึ่งเป็นที่ตั้งเดิมของพระราชวังเอโดะ ที่ในอดีตเคยเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเอโดะ ปีค.ศ.1657 ทำให้ปราสาทแห่งนี้พังทลายลงและเหลือแต่รากฐานให้คนรุ่นหลังได้เห็น รอบๆฐานของปราสาทเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เปิดให้ผู้คนเข้าชมฟรีตลอดทั้งปี (เปิด/ปิด : 9.00-16.30 น. ปิดวันจันทร์ วันศุกร์และวันหยุดตามประกาศสำนักพระราชวัง)

นอกจากสองสถานที่ท่องเที่ยวในพระราชวังแห่งนี้แล้ว รอบๆของวังยังมีสวนสาธารณะ สุดร่มรื่น คูน้ำและกำแพงหินจุดถ่ายรูปยอดนิยม อนุสาวรีย์ Kusunoki Masashige ซามูไรและขุนนางคนสำคัญในยุคคามาคุระ (ศตวรรษที่ 14) ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นซามูไรตัวอย่างแห่งความจงรักภักดี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 ตั้งอยู่อีกด้วย

รู้หรือไม่

วันที่ 2 มีนาคม 1657 เป็นวันเริ่มต้นเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเอโดะ (โตเกียว) คร่าชีวิตผู้คนนับแสนราย บ้านเรือนเสียหายเกือบทั้งเมือง โดยต้นเพลิงเกิดมามาจากพระรูปหนึ่งได้ทำการเผาเสื้อกิโมโนของเด็กสาว 3 คนเพื่อเป็นของส่งวิญญาณ เมื่อเริ่มเผาได้มีลมกรรโชกอย่างแรงจนทำให้โบสถ์ของวัดฮงเมียวจิติดไฟ และลามไปทั่วเมืองกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นร้ายแรงรองลงมาจากเหตุการณ์ไฟไหม้ใหญ่กรุงลอนดอน และไฟไหม้ใหญ่กรุงโรม โดยไฟไหม้ในครั้งนี้ถูกเรียกว่า มหาอัคคีภัยเมเรกิ (The Great Fire of Meireki)

การเดินทาง

  • เดินตรงจากสถานีรถไฟโตเกียว ทางออก Marunouchi Central Exit ประมาณ 10 นาที
  • Tokyo Metro Hibiya Line ลงสถานี Hibiya [H7] ทางออก B6
  • Tokyo Metro Chiyoda Line ลงสถานี Nijubashimae ทางออก 2
  • Toei Subway Mita Line ลงสถานี Hibiya [I08] ทางออก B6

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @potcharet.rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น