คิบุเนะ (Kibune)

เสน่ห์ที่ซ่อนอยู่กลางหุบเขา

โดย Tada Ratchagit   23 ต.ค. 2557

เมื่อ ธรรมชาติ และ ความศักดิ์สิทธิ์ ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวมักจะทำให้สถานที่เหล่านั้นมีเสน่ห์น่าสัมผัสที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น นั่นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่เป็นมากกว่าแค่การเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น หากแต่ดูเป็นจิตวิญญาณของแดนอาทิตย์อุทัยที่ทำให้เราสามารถสัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่จากธรรมชาติอันบริสุทธิ์

คิบุเนะ (貴船 – Kibune / หรือบางครั้งสะกดว่า Kifune) นั้นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมลำธารคิบุเนะ (Kibune River) กลางหุบเขาที่โอบล้อมระหว่างภูเขาคุบุเนะ (Kibune-yama) และภูเขาคุรามะ (Kurama-yama) ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องบรรยากาศที่สวยงาม โดยเฉพาะฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ป่าบริเวณนี้จะงดงามไปด้วยใบไม้แดงจนเป็นที่เลื่องลือ

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาอันสมบูรณ์ของที่นี่นั้นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งศรัทธาของชาวเกียวโตมานานแสนนาน ศาลเจ้าคิบุเนะ (貴船神社 - Kibune Shrine) นั้นเป็นที่สถิตย์แห่งเทพเจ้าแห่งน้ำและฝน มีประวัติยาวนานมากกว่า 1,600 ปี เก่าแก่กว่าอายุของเมืองเกียวโตเสียด้วยซ้ำ ในยุคก่อนนั้นราชวงศ์ญี่ปุ่นจะส่งผู้แทนมาสวดขอพร ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลอีกด้วย ภายในบริเวณนี้จะประกอบไปด้วยศาลเจ้าย่อย 3 แห่ง ศาลเจ้าที่เราจะเห็นเป็นอันดับแรกนั้นก็คือศาลเจ้าหลักในปัจจุบันที่มีเชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดี ประตูโทริอิ (Torii) สีส้มที่ตามมาด้วยบันไดอิฐแสนคลาสสิกซึ่งมีโคมไฟแบบญี่ปุ่นสีส้มเรียงรายตลอดเส้นทางสู่ศาลเจ้านั้นเป็นฉากสวยๆ ที่คุ้นเคยกันดี ด้านบนยังมีตัวศาลเจ้าและเรือนไม้อันงดงามเก่าแก่ให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจชมวิวสวยๆ ในมุมสูงอีกด้วย ... แต่สำหรับศาลเจ้าคิบุเนะอันเก่าแก่ที่สุดและเป็นศาลเจ้าดั้งเดิมนั้นก็คือโอคุโนะมิยะ (Okunomiya) ซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุดปลายถนน เมื่อเดินผ่านร้านรวงต่างๆ ที่เลียบริมลำธารอันสดชื่นงดงามไปจนสุดนั้นเราก็จะเจอกับความศักดิ์สิทธิ์ท่ามกลางความสงบแห่งผืนป่า ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นอาคารไม้ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่โอบล้อม นอกจากศาลเจ้าแล้วก็ยังมีหินก้อนใหญ่ที่รู้จักกันในฐานนะของ “หินเรือ (Boat Stone)” นั่นเอง ซึ่งตามความเชื่อนั้นว่ากันว่า ณ จุดนี้ก็คือจุดที่เรือของเทพเจ้านั้นถูกฝังไว้นั่นเอง

*****************************************************

คิบุเนะ (貴船 - Kibune หรือ Kifune) นั้นแปลได้ว่า “เรือสีเหลือง” ซึ่งตามตำนานเล่าว่าเทพเจ้าแห่งน้ำและฝนผู้ปกป้องทะเลแถบนี้ได้ล่องเรือสีเหลืองจากมหาสมุทรขึ้นมาทางโอซาก้าและมาสู่ต้นทางแห่งสายน้ำยังขุนเขาทางเหนือของเกียวโต เรือนั้นได้มาหยุดยัง ณ จุดต้นน้ำแห่งนี้ และเป็นที่สิงสถิตย์ของเทพเจ้าจากนั้นเป็นต้นมา ซึ่งนี่ก็คือที่มาของชื่อศาลเจ้าและหมู่บ้านนี้นั่นเอง

*****************************************************

นอกจากการแวะสักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แล้ว การเด่นเล่นชมหมู่บ้านริมลำธารท่ามกลางขุนเขานี้ยังถือเป็นหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมสำหรับผู้มาเยือน แต่เอกลักษณ์ของคิบุเนะที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันดีนั้นก็คือการทานอาหารในแบบ โนเรียวยูกะ (納涼床 – Noryoyuka) หรือ คาวะยูกะ (川床 – kawayuka) อันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเกียวโตที่นิยมมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ซึ่งเป็นการทานอาหารกลางแจ้งในฤดูร้อนท่ามกลางธรรมชาติ การเสิร์ฟอาหารในตำหรับนี้ที่คิบุเนะนั้นจะมีราวช่วงเดือนพฤษภาคม –กันยายน ของทุกปี โดยแต่ละร้านจะมีการนำเอาฐานไม้วางพาดเหนือน้ำตกให้น้ำไหลผ่านด้านล่าง เป็นการทานอาหารท่ามกลางธรรมชาติที่ได้รับความชุ่มชื่นและเย็นสบายไปพร้อมกับชมวิวอันงดงาม สำหรับตำรับที่นิยมเสิร์ฟในร้านประเภทนี้นั้นก็มักจะเป็นไคเซกิ (懐石- Kaiseki)” ตำรับอาหารชุดตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่จะเสิร์ฟเป็นคอร์สมีให้ทานหลายอย่าง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอันสดใหม่ ให้รสชาติดีเยี่ยม ... แต่สำหรับเมนูที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงที่สุดของคิบุเนะที่ห้ามพลาดนั้นก็คือ นากะชิ โซเม็ง (流し素 - Nagashi Somen)” หรือโซเม็งรางไม้ไผ่ที่รู้จักกันดีนั่นเอง โดยในช่วงฤดูร้อนนั้นจะมีการนำรางไม้ไผ่จากต้นไผ่จริงๆ แล้วปล่อยน้ำเย็นเจี๊ยบ (โดยมากอาจเป็นน้ำบริสุทธิ์จากแหล่งธรรมชาติ) พร้อมกับเส้นโซเม็งอันบอบบางนุ่มนวลให้เราใช้ตะเกียบคีบมาจุ่มซอสกินอย่างอร่อยเคล้าความสนุกสนาน เป็นเอกลักษณ์ประจำหน้าร้อนที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว

หากอยากสัมผัสเสน่ห์ชวนหลงใหลท่ามกลางขุนเขาคิบุเนะนั้น ลองหาเวลาแวะมาเยือนสักครั้ง แล้วธรรมชาติและความศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่จะเติมพลังให้กับตัวคุณได้อย่างเต็มเปี่ยมก่อนที่จะออกไปสู่โลกภายนอกด้วยความสดชื่น

---------------------------------------------------------------

คิบุเนะ (貴船 – Kibune) และ ศาลเจ้าคิบุเนะ (貴船神社 - Kibune Shrine)

+ ที่ตั้ง : 108 Kurama-Kibune-Cho, Sakyo-ku, Kyoto

+ เวลาเปิดให้ชมศาลเจ้า : ทุกวัน 06.00-18.00 น.

+ ค่าเข้าชม : ฟรี

+ ติดต่อ : +81-75-741-2016 / เว็บไซต์ : kifunejinja.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

+ เวลาเปิดบริการของร้านอาหาร : 10.00-22.00 น. โดยประมาณ / เวลาแต่ละร้านไม่แน่นอน โปรดเช็คตามแต่ละสถานที่อีกครั้งหนึ่ง

+ วิธีเดินทาง : ใช้บริการรถไฟฟ้าของ Eizen Electric Railway สาย Kurama Line โดยเริ่มต้นจากสถานีต้นทางในเกียวโต Demachiyanagi Station (E01) หลังจากนั้นนั่งมาลงสถานี Kibune-Guchi Station (E16) แล้วต่อรถเมลล์เข้าไปยังคิบุเนะอีกราว 3 ก.ม.

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น