บ้านไร่ในเมืองซูมิตะจังหวัดอิวาเตะ

การใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ณ บ้านไร่ ในเมืองซูมิตะ

โดย Jonathan Grogan   

ในตารางกำหนดการณ์ของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เมืองซูมิตะ จังหวัดอิวาเตะ จะต้องปรากฏการเข้าพักค้างแรมที่บ้านพักตามแบบดั้งเดิมหลังนี้อย่างแน่นอน เพราะนี้คือตัวเลือกที่ดีที่่สุดในการพบปะผู้คนพื้นเมือง อีกทั้งยังได้ลิ้มลองอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัด เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นและประเพณี ความเชื่อของชาวเมืองซูมิตะ นอกจากนี้ยังได้ยินภาษาญี่ปุ่นสำเนียงอิวะเตะอีกด้วย

ฉันได้มีโอกาสพักค้างคืนที่บ้านพักที่มีอายุถึง 120 ปีแห่งนี้กับครอบครัวซาซากิ บ้านพักแห่งนี้ตั้งอยู่ในมุมที่สวยที่สุดมุมหนึ่งของเมืองซูมิตะ จากตัวบ้านพักมองออกไปจะเห็นภาพภูเขาที่มีต้นไม้ปกคลุมและเดินเพียงสองนาทีไปทางด้านหลังของตัวบ้านพัก ก็จะพบกับแม่น้ำ Kessen ที่มีน้ำใสสะอาดไหลเอื่อยๆไปตามกระแสน้ำ และออกไปสู่ทะเลในที่สุด

ประตูบ้านพักถูกเปิดออกพาเราไปสัมผัสกับโครงสร้างของตัวบ้านที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัว หลังจากการพูดแนะนำของเจ้าของบ้านพักผู้อัธยาศัยดี คุณฮัตซึมิ ซาซากิ วัย 80 ปี เขาได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับการซ่อมบำรุงบ้านพักหลังนี้ใหม่ในช่วง 120 ปีหลังโดนไฟไหม้ ในระหว่างที่เล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ เราทั้งคู่ก็เดินสำรวจบริเวณรอบๆบ้านพักและจบลงที่ห้องโถงกลางของบ้านที่มีเตาถ่านหินตั้งอยู่กลางห้อง ในระหว่างที่คุณซาซากิก็ได้เล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับประวัติครอบครัวของเขา ประจวบเหมาะกับที่ภรรยาของคุณซาซากิยกน้ำชาและขนมคบเคี้ยวมาให้ คุณซาซากิจึงลุกออกไปนอกบ้านอย่างรวดเร็วเพื่อไปนำถ่านหินพื้นบ้านคุณภาพดี มาก่อไฟสำหรับเตรียมตั้งเตา ตัวอย่างที่เป็นลักษณะเฉพาะของประเพณีการอาศัยอยู่ที่บ้านไร่ของญี่ปุ่น คือ คนญี่ปุ่นมักนั่งอยู่บริเวณตรงกลางของห้องโถงกลางของตัวบ้าน คุณซาซากิเริ่มเติมเชื้อเพลิงที่เตา ในไม่ช้าถ่านหินก็เริ่มติดไปและมีสืแดงคล้ายสีของดอกกุหลาบ

และในทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คุณซาซากิได้จัดทำสำเนาทั้งหมด 17 ฉบับที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวของเขาว่าเข้ามาเป็นเจ้าของบ้านไร่หลังนี้ได้อย่างไร แม้ว่าจะถูกเขียนด้วยพู่กันตามแบบฉบับเกียวโชที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคสมัย ตัวอย่างเอกสารที่ถูกบันทึกในลักษณะนี้ คือ เอกสารที่มีใจความสำคัญเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ตัวบ้านตั้งอยู่

เมืองซูมิตะนั้นมีประวัติศาสตร์ที่โดดเด่นที่คุณซาซากิสนใจและรู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งเขายินดีที่จะเล่าเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของเมืองซูมิตะให้ฟัง ซึ่งทำให้เห็นว่า เมืองซูมิตะมีเอกลักษณ์เฉพาะในตัวของมันเอง

และในไม่ช้าก็ถึงเวลาอาหารที่ฉันเฝ้ารอ อาหารมื้อนี้มีสาเกร้อนๆที่เสิร์ฟพร้อมกับอาหารพื้นบ้านรสชาติดั้งเดิมฝีมือภรรยาของคุณซาซากิที่ตั้งใจทำอย่างสุดฝืมือ สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ทานมังสวิรัติ ทานเจ หรือมีข้อจำกัดทางด้านอาหารก็ไม่จำเป็นต้องกังวล นอกจากนี้คนที่ไม่ดื่มเหล้าก็หมดกังวลด้วยเหมือนกัน เนื่องจากเจ้าของบ้านพักเข้าใจเป็นอย่างดีและจะเปลี่ยนแปลงเมนูอาหารให้เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้ 

ถึงแม้ว่าเมืองซูมิตะจะมีทรัพยาการธรรมชาติที่สมบูรณ์ และอุดมไปด้วยข้าวพันธุ์ ธัญญาหารที่ส่งเสริมให้ชาวเมืองมีวิถีชีวิตที่ดีก็ตาม แต่ในทุกๆปีประชากรของเมืองก็ยังคงลดลง เพราะคนหนุ่มสาวอพยพเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่ โดยทิ้งผู้สูงอายุไว้ตามลำพัง สำหรับผู้สูงอายุอย่างคุณซาซากิ การเปืดให้นักท่องเที่ยวเข้าพักในบ้านไร่แห่งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พบปะกับผู้คนใหม่ๆ และยังได้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองซูมิตะให้แก่นักท่องเที่ยวได้ฟัง

วันต่อมาหลังจากรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว คุณซาซากิได้สาธิตวิธีการทำรองเท้าโซริ รองเท้าชนิดนี้ทำจากฟางข้าวจามแบบวัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งใส่สบายอย่างน่าประหลาด ขั้นตอนการทำนั้นมีอยู่สองขั้นตอน คือ เริ่มจากการวางเท้าเป็นฐานรองสำหรับการถอ ขั้นต่อไปนำแผ่นกระดานไม้เล็กๆมาติดไว้บริเวรบนสุดโดยใช้หมุดสามเล่มยึดไว้ คุณซาซากิได้คัดสรรแผ่นไม่้ที่มีความทันสมัยหน่อยมาให้ ด้วยความช่วยเหลือของคุณซาซากิ เชือกแต่ละเส้นก็ได้ถุกถักทอรวมกันจนเป็นรุปเป็นร่างมากขึ้น เริ่มจากบริเวณหัวรองเท้าครอบคลุมไปจนถึงบริเวณส้นเท้าโดยสมบูรณ์ พวกเราได้เลือกทำรองเท้าโซริขนาดเล็กที่สามารถนำไปเป็นเครื่องประดับได้ด้วย โดยวิธีการทำก็เหมือนเวลาทำรองเท้าโซริขนาดปกติเลย 

หลังจากที่เติมพลังด้วยอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว พวกเราได้เดินเล่นเพื่อที่จะไปชมแม่น้ำ Kessen ที่เคยกล่าวเอาไว้ที่อยู่บริเวณใกล้กับตัวบ้านพักนั่นเอง และในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราจะบอกลาอย่างอบอุ่นกับเจ้าของบ้านที่น่ารักของเรา

ขอย้ำอีกครั้งนึงว่า การเลือกเข้าพักในบ้านไร่แห่งนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะได้รู้จักและสำรวจบริเวณของเมืองซูมิจะอย่างละเอียด อีกทั้งเมืองซูมิตะยังตั้งอยู่ใกล้กับเมืองที่มีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมแบบอิวาเตะ เช่น เมืองโทโนะ ดังนั้นการเลือกเข้าพักที่นี้ ควรถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางที่เมืองซูมิตะ หรือการท่องเที่ยวที่ใหญ่กว่านี้ที่ดินแดนอิวาเตะและโทโฮคุ 

ไม่ว่าแผนการของคุณจะเป็นอย่างไร คุณจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น และการเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวเมืองซูมิตะอย่างแน่นอน

หากคุณสนใจอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดการเข้าพักที่บ้านไร่แห่งนี้ ติดต่อมาได้ที่ Tohoku@gmail.com  

  

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Karnsinee Trongkitviroch

Karnsinee Trongkitviroch @karnsinee.trongkitviroch

Original by Jonathan Grogan

แสดงความคิดเห็น