เกาะศิลปะแห่ง Naoshima (直島)

แหล่งชมงานศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น

โดย Tada Ratchagit   21 พ.ย. 2557

ทะเลเซตโตะใน (Seto Inland Sea) นั้นได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิวที่สวยมีเสน่ห์มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบันนี้ทะเลเซตโตะในนั้นมีชื่อเสียงในระดับสากลขึ้นมาอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือการเป็นแหล่งศิลปะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

Naoshima (直島) นั้นเป็นเกาะที่อยู่ในบริเวณของทะเลเซ็ตโตะในซึ่งเกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขตคากาว่า จ.คากาว่า แห่งภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku) นั่นเอง เดิมทีเกาะนี้เป็นเกาะอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงโดยบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Mitsubishi Materials ในเครือของ Mitsubishi Group มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1917 นั่นเอง แต่ภายหลังที่เศรษฐกิจถดถอยนั้นได้มีการถอนการลงทุนบนเกาะนี้ไปมากจนทำให้คนท้องถิ่นนั้นได้รับผลกระทบพอสมควรเลยทีเดียว เหตุนี้เองทำให้บริษัท Benesse Corporation ซึ่งเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจการศึกษาของญี่ปุ่นที่มีฐานบริษัทอยู่ที่ จ.โอกายาม่า (Okayama) ที่ติดกันนี้ได้หาทางช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชนด้วยการเร่มโปรเจ็คเกาะศิลปะขึ้นเพื่อดึงดูดให้ผู้คนมาเยือนและเกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินสร้างรายได้ให้กับชุมชนให้มากขึ้น โดยโปรเจ็คนี้เริ่มต้นจริงๆ ตั้งแต่ปลายยุค 80 (1980s) เป็นต้นมา โดยในปี ค.ศ.1989 นั้น Naoshima International Camp ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยเป็นโปรเจ็คการออกแบบของ Tadao Ando สถาปนิกญี่ปุ่นชื่อก้องโลกซึ่งโปรเจ็คนี้เปิดให้คนเข้าพักในในกระโจมที่นำมาจากมองโกเลียเพื่อที่จะได้ซึมซับกับความความของธรรมชาติผสานงานออกแบบ และในปีนั้นเองศิลปินท่านหนึ่งก็ได้เกิดแรงบันดาลใจจนเกิดเป็นการผลิตงานศิลปะขึ้นซึ่งถือว่าเป็นประติมากรรมศิลปะร่วมสมัยชิ้นแรกบนเกาะแห่งนี้นั่นก็คือ Frog and Cat ประติมากรรมสีสันฉูดฉาดสดใสริมทะเลที่เป็นผลงานการออกแบบของ Karel Appel ศิลปินชาวดัชผู้มีชื่อเสียงนั่นเอง

หลังจากนั้นไม่นานในปี ค.ศ.1992 Benesse House ก็สร้างเสร็จสิ้นและเปิดให้บริการแก่คนทั่วไปซึ่งนี่ถือโรงแรมที่พักระดับห้าดาวในรูปแบบ Art Hotel โดยสถาปัตยกรรมนั้นออกแบบโดย Tadao Ando ภายห้องนั้นตกแต่งด้วยงานศิลปะ แล้วโรงแรมแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ตั้งของ Naoshima Contemporary Art Museum (ปัจจุบันก็คือ Benesse House Museum) ที่ให้แขกนั้นได้พักผ่อนไปพร้อมกับชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชั้นเยี่ยมในคราวเดียวกัน โดยช่วงแรกนั้นมีการจัดนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาแสดงมากมาย

ในยุคแรกนั้นสิ่งหนึ่งที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดสำคัญของเกาะนี้นั้นก็คือ Tadao Ando สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารทั้งหมดนั่นเอง เพราะพื้นที่ทั้งหมดนั้นก็คือผลงานการออกแบบชิ้นใหญ่ที่ทุกคนต่างก็ต้องการมาสัมผัสสถาปัตยกรรมของ Tadao Ando ด้วยเช่นกัน จนภายหลังนั้นก็เกิดโปรเจ็คยักษ์ใหญ่ขึ้นทั้งเกาะซึ่งปรับโฉมเกาะธรรมดาให้เป็นเกาะแห่งศิลปะที่มีการจัดแสดงงานกระจายอยู่หลายที่ และมีการขยายโปรเจ็คหลักจากแค่ Benesse House ก็กลายเป็น Benesse Art Site Naoshima ที่เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.2004 เพิ่มเติมงานศิลปะหลายแขนงจากศิลปินมีชื่อเสียงมากมายจัดแสดงทั้งแบบ Public Art Space และ Art Gallery ซึ่งในส่วนของพิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่เกิดขึ้นตามมานั้นก็คือ Chichu Art Museum และ Lee Ufan Museum โดยทั้งสองโปรเจ็คนี้ก็เป็นมาสเตอร์พีชงานออกแบบของ Tadao Ando ด้วยเช่นกันซึ่งมันโดดเด่นไม่แพ้งานศิลปะที่จัดแสดงเลยทีเดียว ซึ่งนี่ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้เกาะศิลปะแห่งนี้โด่งดังและเป็นที่รู้จักในระดับสากลในวงกว้างมากขึ้น และกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบันนี้

แต่หากจะพูดถึงผลงานศิลปะที่โด่งดังของเกาะนี้จนเป็นที่รู้จักในวงกว้าง (และเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการมาเกาะนี้ของคนแทบทุกคน) แล้วยังถือเป็นภาพตัวแทนของเกาะที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ มากมายทั่วโลกนั้นต้องยกให้ฟักทองลายจุดอันโดดเด่นบนสะพานปูนที่ทอดลงไปจากชายหาดสู่ทะเลโดยเบื้องหลังนั้นก็คือวิวสวยๆ ของทะเลเซตโตะในนั่นเอง ซึ่ง Yellow Pumpkin นี้เพียงแค่เห็นปั๊บหลายคนก็รู้ทันทีว่านี่คือผลงานศิลปะอันมีเอกลักษณ์ของ Yayoi Kusama ศิลปินหญิงผู้มีชื่อเสียงโด่งดังของญี่ปุ่นนั่นเอง โดยฟักทองเหลืองลายจุดนี้เป็นประติมากรรมกลางแจ้งแบบ Public Sculpture อันโดดเด่นมากซึ่งตั้งอยู่บนชายหาดบริเวณ Benesse House นั่นเอง ... อันที่จริงแล้วผลงานของ Yayoi Kusama นั้นยังมีอีกหนึ่งแห่งซึ่งนั่นก็คือ Red Pumpkin ฟักทองแดงลายจุดซึ่งฟักทองฝาแฝดลูกนี้ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือ MIYANOURA นั่นเอง โดยทั้งสองเป็นผลงานที่ติดตั้งในปี ค.ศ.2006 และนับจากนั้นมาเกาะแห่งนี้ก็โด่งดังเป็นพลุแตกด้วยฟักทองเหลืองลายจุดนั่นเอง

ปัจจุบัน Naoshima (直島) นั้นมีแหล่งแสดงงานศิลปะทั้งในแบบ Art Gallery, Art Project ตลอดจน Public Art มากมายหลายรูปแบบซึ่งไฮไลท์ในแต่ละโซนนั้นก็มีดังนี้

MIYANOURA AREA (ท่าเรือ)

  • Red Pumpkin (Public Sculpture Art) : ฟักทองแดงลายจุดของ Yayoi Kusama
  • Naoshima Bath "I♥湯"​ (Bath house) : โรงอาบน้ำเก่าที่กลายมาเป็นโปรเจ็คศิลปะเก๋ๆ แต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นโรงอาบน้ำสาธารณะอยู่เช่นเคย
  • Miyanoura Gallery 6 (Art Gallery) : พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่จัดแสดงงานของ Shinro Ohtake ซึ่งผลิตขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1988-1990
  • 007 Museum (Private Museum) : พิพิธภัณฑ์เจมส์บอนด์ที่จัดแสดงเรื่องราวต่างของภาพยนตร์อังโด่งดังก้องโลกอย่าง James Bond 007 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ในภาค The Man with the Red Tattoo นั้นได้มาถ่ายทำบนเกาะแห่งนี้ในปี ค.ศ.2004 ด้วยซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็จัดแสดงในส่วนของภาคนี้เป็นพิเศษด้วย

HONMURA AREA

  • ART HOUSE PROJECT (Installation Art Space) : โปรเจ็คใหญ่ของโซนนี้เป็นการนำบ้านเก่าญี่ปุ่นหลายหลังมาเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะร่วมสมัย โดยที่ศิลปินแต่ละคนจะหยิบเอาบ้านเก่ารวมถึงศาลเจ้าซึ่งซ่อนตัวอยู่ในชุมชนแห่งนี้มาสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยในรูปแบบต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่หลายหลังนั้นยังคงโครงสร้างแบบญี่ปุ่นโบราณดั้งเดิมไว้ (ประเภทที่ว่ามองข้างนอกนั้นไม่รู้เลยว่านี่คือสถานที่แสดงงานศิลปะร่วมสมัย) ให้กลมกลืนกับชุมชนเหมือนเดิม แต่ภายในนั้นมีการสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่างๆ มากมาย
  • ANDO MUSEUM (Architecture Exhibition) : หนึ่งในบ้านเก่าแก่ของโซนนี้นั้นถูกนำมาดังแปลงโครงสร้างภายในใหม่ให้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการได้อย่างทันสมัยไม่น่าเชื่อ ซึ่งที่นี่ก็คือสถานที่จัดแสดงผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงของ Tadao Ando นั่นเอง ซึ่งก็รวมถึงที่ไปที่มาตลอดจนภาพการก่อสร้างของโปรเจ็ค Benesse House อันเป็นจุดเริ่มต้นทุกอย่างของเกาะนี้ด้วย

Benesse Art Site Naoshima

  • Benesse House Museum (Art Hotel & Gallery) : พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย, สถาปัตยกรรม, ตลอดจนสถานที่จัดแสดงงานศิลปะสาธารณะ ซึ่งเป็นโปรเจ็คศิลปะแห่งแรกของเกาะ
  • Chichu Art Museum (Art Museum) : พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เกิดขึ้นพร้อมกับการพัฒนา Benesse House Museum ไปสู่ Benesse Art Site Naoshima ซึ่งจุดเด่นแรกเลยนั้นอยู่ที่สถาปัตยกรรมซึ่งซ่อนอยู่ได้ดินอันเป็นสุดยอดผลงานการออกแบบของ Tadao Ando และภายในนั้นยังมีการจัดแสดงผลงานศิลปะมากมายตั้งแต่งาน Modern Art Concept ไปจนถึงภาพวาดสีน้ำมันอันแสนคลาสสิกของศิลปินชื่อก้องโลกอย่างโมเน่ต์นั่นเอง
  • Lee Ufan Museum (Art Museum) : พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่อุทิศให้กับการแสดงงานของ Lee Ufan ศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งอาคารนั้นก็เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ Tadao Ando เช่นกัน สำหรับ Art Gallery แห่งนี้ถือเป็นน้องใหม่ล่าสุดของไซต์นี้ที่เปิดครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.2010
  • Yellow Pumpkin (Public Sculpture Art) : ฟักทองเหลืองลายจุดของ Yayoi Kusama ซึ่งเป็นงานศิลปะร่วมสมัยอันมีเอกลักษณ์และถือเป็นสัญลักษณ์ของเกาะที่โด่งดังและคนรู้จักมากที่สุด
  • Frog and Cat (Public Sculpture Art) : ประติมากรรมสีสันฉูดฉาดสดใสซึ่งเป็นประติมากรรมศิลปะชิ้นแรกของเกาะนี้อันเป็นผลงานของศิลปินชื่อก้องโลกอย่าง Karel Appel นั่นเอง

---------------------------------------------------------------

Naoshima (直島)

+ ที่ตั้ง : Naoshima Island, Kagawa District, Kagawa

+ ติดต่อ :

  • การท่องเที่ยวแห่งเมืองนนะโอชิม่า (Town-Naoshima Tourism Association) : 087-892-2299 / www.naoshima.net
  • Benesse Art Site Naoshima : 087-892-2030 / www.benesse-artsite.jp

+ เวลาให้บริการของแต่ละที่ : เวลาโดยเฉลี่ย 10.00-17.000 น. / วัน-เวลา เปิดปิดนั้นโปรดเช็ครายละเอียดของแต่ละที่ในเว็บไซต์อีกครั้งหนึ่ง

+ ค่าเข้าชม : ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานที่ / โปรดเช็ครายละเอียดของแต่ละที่ในเว็บไซต์อีกครั้งหนึ่ง

+ วิธีเดินทาง :

ขั้นตอนที่ 1 > วิธีเดินทางมายัง Okayama

  • JR West (Shinkansen) : สำหรับนักท่องเที่ยว วิธีที่ดีที่สุดก็คือการซื้อ JR Rail Pass หรือ Kansai Wide Area Pass แล้วนั่ง Shinkansen มาลงที่สถานี Okayama
  • JR West (Sanyo Main Line) : จาก Osaka เริ่มต้นที่สถานี Osaka Station นั่ง JR Kobe Line หรือ JR Kyoto Line ขบวนที่ลงยังสถานีปลายทาง Himeji > เสร็จแล้วต่อรถไฟ JR Sanyo Main Line ขบวนที่วิ่งระหว่าง Himeji – Itozaki มาลงยังสถานี Okayama

ขั้นตอนที่ 2 > วิธีเดินทางมายัง Uno

  • JR West (Uno Line) : จากสถานี Okayama ต่อขบวนรถไฟสาย JR Uno Line มาลงที่สถานีปลายทาง Uno Station

ขั้นตอนที่ 3 > วิธีเดินทางมายัง Naoshima Island

  • Shikoku Kisen Ferry : จากสถานี JR Uno Station เดินออกมาแล้วเลี้ยวไปทางขวาราว 5-10 นาที ก็จะถึงท่าเรือเฟอร์รี่ Shikoku Kisen Ferry ที่ข้ามไปยังเกาะ Naoshima Island ให้ขึ้นเรือที่ท่านี้ได้เลย (ท่าเรือใหญ่มีท่าเดียว สังเกตง่าย) แล้วมาลงยังท่าเรือ MIYANOURA

+ วิธีเดินทางภายในเกาะ Naoshima :

  • Naoshima Town Bus : บนเกาะนั้นมีรถเมลล์สองสายให้บริการ / แต่คันที่เราจะใช้นั้นก็คือสาย Miyanoura Port, Honmura, Tsutsuji-so ซึ่งจะเป็นสายที่วิ่งไปยังบริเวณสถานที่จัดแสดงงานศิลปะโดยรอบเกาะ
  • สำหรับ Art House Project และ Ando Museum นั้นอยู่บริเวณย่าน Honmura ลงที่ป้าย Nokyo-mae แล้วเริ่มเดินชมศิลปะยังสถานที่จัดแสดงต่างๆ ซึ่งจะแทรกตัวอยู่ตามชุมชนโดยรอบ
  • สำหรับ Benesse Art Site Naoshima นั้นให้ลงรถเมลล์ที่ป้ายสุดท้าย Tsutsuji-so เสร็จแล้วสามารถเดินหรือต่อรถเมลล์ Beness Free Shuttle Bus เพื่อไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในบริเวณ Benesse Art Site Naoshima ได้ฟรี

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น