CosmoClock21สัญลักษณ์แห่งโยะโกะฮะมะ

ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ สัญลักษณ์แห่งย่านมินาโตะมิไร 21

โดย Sirikanda KK Khaokhem   11 ก.พ. 2557

"FERRIS WHEEL" หรือชื่อที่รู้จักกันดีในนาม "ชิงช้าสวรรค์" คือหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ไม่เคยหลับไหลได้ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำครั้งแรกในงานแสดงสินค้า The Chicago World's Fair ที่จัดขึ้นในเมืองชิคาโกปี ค.ศ. 1893 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชิงช้าสวรรค์ได้ถูกกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำในแต่ละสถานที่ ซึ่งมาพร้อมกับเรื่องราวและการแข่งขันกันในด้านความสูงกันแบบไม่หยุดหย่อน

COSMO CLOCK 21 คือ ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนย่าน Minato Mirai 21 (みなとみらい21 หมายถึง “ท่าเรือแห่งอนาคต” ตัวเลข 21 หมายถึงการต้อนรับแห่งการมาถึงของศตวรรษที่ 21) และยังเป็นหนึ่งใน Landmark ที่สำคัญของเมืองโยะโกะฮะมะซึ่งชิงช้าสวรรค์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1989 เพื่อใช้ในการเปิดตัวงานมหกรรมงานเอ็กซ์โป YES '89 Yokohama Exposition ที่เมืองโยะโกะฮะมะเป็นเจ้าภาพด้วยความสูง 107.5 เมตร (353 ฟุต) และยังได้รับการจดบันทึกให้เป็นชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 1989 อีกด้วย ต่อมาในปี 1997 ชิงช้าแห่งนี้ได้ถูกรื้อถอนเพื่อย้ายไปประกอบยังฐานที่ตั้งใหม่ซึ่งสูงมากกว่าเดิมและเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 1999 พร้อมความสูงใหม่ คือ 112.5 เมตร

ปัจจุบันชิงช้าแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสวนสนุก Cosmo World ซึ่งเปิดให้เข้าชมได้ฟรี (เสียเฉพาะค่าเครื่องเล่นอย่างเดียว) ส่วนอัตราค่าบริการสำหรับ COSMO CLOCK 21  สำหรับเด็กอยู่ที่ 350円 และสำหรับผู้ใหญ่ 700円 ใช้เวลาในการหมุนหนึ่งรอบ 15 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าอย่างมาก หากใครต้องการเก็บภาพความประทับใจหรือต้องการมองเห็นเมืองโยะโกะฮะมะ การนั่งชิงช้าในตอนกลางวันถือเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ส่วนในตอนกลางคืนก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการเก็บแสงสีของเมืองและภายในกระเช้านักท่องเที่ยวสามารถชมความงามของเมืองท่าที่สวยงามแห่งนี้เคียงคู่สถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัยด้วยมุมมอง 360 องศา

การเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้นั้น นักท่องเที่ยวสามารถลงรถไฟได้ที่สถานีซากุระกิโชซึ่งอยู่ติดกับตึก Landmark Tower ซึ่ง ณ บริเวณนี้จะสามารถมองเห็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ได้ไม่ไกล นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ว่าจะเดินสูดอากาศไปเรื่อยๆ หรือปั่นจักรยานเช่าตะลุยทั่วโยะโกะฮะมะ  จะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพเจ้าชิงช้ายักษ์แห่งนี้ได้ทุกท่วงท่าและในตอนเย็นแสงไฟที่ประดับประดาจะถูกเผยโฉมออกมาสร้างสีสันให้กับโยะโกะฮะมะประหนึ่งพลุที่กระจายออกมาบนท้องฟ้าและสะท้อนกายาลงบนพื้นน้ำในยามราตรีได้อย่างงดงาม

เขียนโดย Sirikanda KK Khaokhem
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น