อั๊ง อัง อัง ตดเตะโมะดาอิซุคิ...

ไปเยี่ยม...โด...ราเอม่อน

โดย Tada Ratchagit   19 มี.ค. 2557

ในปี ค.ศ.2008 นั้น โดราเอม่อน (ドラえもん / Doraemon) หรือที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า โดเรม่อน นั้นได้ถูกกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นประกาศให้เป็นทูตสัมพันธไมตรีแห่งชาติซึ่งนี่คือเป็นตัวการ์ตูนตัวแรกที่ได้รับเกียรตินี้ในการเป็นตัวแทนเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่นไปทั่วโลก ... แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าบิดาผู้ให้กำเนิดเขานั้นไม่ได้มาร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้ด้วย

ในปี ค.ศ.1996 อาจารย์ Fujiko F. Fujio บิดาผู้ให้กำเนิดลายเส้นแมวหุ่นยนต์ตัวกลมสีฟ้านี้ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 63 ปี ท่านได้ผลิตผลงานการ์ตูนอันเป็นของขวัญให้โลกใบนี้กว่า 15 เรื่อง แล้วก็แน่นอนว่าเรื่องที่ประสบความสำเร็จจนเข้าไปอยู่ในใจคนทั่วโลกนั้นก็คือการ์ตูนเรื่องโดเรม่อนนี่เอง ... โดเรม่อนนั้นถูกผลิตเป็นการ์ตูนกว่า 1,344 ตอน (ฉบับดั้งเดิม) จนกระทั่งวาระสุดท้ายที่อาจารย์มีชีวิตอยู่ มันถูกแปลไปเป็นภาษาต่างๆ มากมายทั่วโลก ได้รับรางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมจากหลากหลายเวทีซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Osamu Tezuka Culture Award ในปี ค.ศ.1997 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งนี่คือปรมจารย์การ์ตูนระดับโลกอีกท่านที่ Fujiko F. Fujio นับถือและถือเป็นต้นแบบ ซึ่งก็เช่นเดียวกับอาจารย์ Osamu Tezuka ที่ได้เห็นลายเส้นมหัศจรรย์ครั้งแรกของเด็กมัธยมคนหนึ่งที่ชื่อ Hiroshi Fujimoto แล้วถึงกับวางไม่ลงและบอกว่ามันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความใหม่ของวงการการ์ตูนที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ... อ้อ! ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเรื่องอะไร ลองแวะไปเยี่ยมพิพิธภัณฑ์กันดูนะครับ ;)

เจ้าบ้านอย่างโดเรม่อนนั้นเป็นผู้รับแขกที่ดีเยี่ยมทีเดียว เรื่องราวของโดเรม่อนในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นมีเกือบจะ 80% จนพิพิธภัณฑ์อัตชีวประวัติของปรมจารย์ Fujiko F. Fujio นั้นถูกเรียกเป็นชื่อเล่นติดปากว่า พิพิธภัณฑ์โดราเอม่อน ไปแล้วล่ะ ... พิพิธภัณฑ์ Fujiko F. Fujio Museum นี้สร้างอุทิศให้แก่นักเขียนการ์ตูนชื่อก้องโลกที่มีชื่อในชีวิตจริงว่า Hiroshi Fujimoto แต่อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้มีการ์ตูนที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในนาม Fujio Fujiko ซึ่งมีสองเพื่อนซี้ร่วมมือร่วมแรงกันอย่าง Hiroshi Fujimoto (Fujiko F. Fujio) และ Motoo Abiko (Fujiko Fujio (A)) ให้กำเนิดผลงานที่มีชื่อเสียงครั้งแรกในปี ค.ศ.1964 เรื่อง ผีน้อยคิวทาโร่ (オバケのQ(キュー)太郎 / Qbake no Q-taro) ซึ่งคนไทยก็รู้จักกันเป็นอย่างดีเช่นกัน

ผลงานเดี่ยวของอาจารย์ Fujiko F. Fujio นั้นเริ่มต้นจริงๆ เมื่อปี ค.ศ. 1967 กับเรื่อง Perman (パーマン) หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า ปาร์แมน นั่นเอง หลังจากนั้นก็ตามมาอีกหลายเรื่องก่อนที่จะเริ่มต้นก่อกำเนิดโดเรม่อนซึ่งถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1969 และตามมาด้วยผลงานอีกมากมาย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกจัดแสดงผสมผสานที่ไปที่มาของการ์ตูนบางตอนซึ่งหยิบยกตัวอย่างอันน่าสนใจมาเล่าให้ฟังอย่างน่าติดตามทีเดียว นิทรรศการการ์ตูนนั้นจัดไว้ได้อย่างทันสมัยดูสนุก ตลอดระยะทางนั้นแทรกไปด้วยอัตชีวประวัติของปรมจารย์การ์ตูนของโลกคนนี้ที่น่าค้นหาโดยเรื่องราวส่วนใหญ่นั้นเราอาจไม่เคยรู้จักชีวิตของท่านเลยด้วยซ้ำ

ความสนุกที่มาพร้อมกับความประทับใจนั้นหาได้ไม่ยากจากที่นี่ ... หลังจากผ่านนิทรรศการน่าดูชมไปแล้วเรายังสามารถเข้าชมอนิเมชั่นพิเศษๆ ที่ทางพิพิธภัณฑ์หมุนเวียนจัดมาฉายให้ชมแบบเฉพาะกิจซึ่งหาชมที่ไหนไม่ได้อีกด้วย แต่ทีเด็ดอีกอย่างที่ทุกคนทุกเพศทุกวัยชื่นชอบกันนั้นรอเราอยู่บนชั้นดาดฟ้า เพราะนอกจากร้านอาหารและร้านขนมที่จำหน่ายหลายหลายเมนูอร่อยอันได้รับแรงบันดาลใจมาจากโดเรม่อนผองเพื่อนการ์ตูนอื่นๆ แล้ว ที่ชั้นนี้ยังเป็นลานธรรมชาติกว้างขวางแนบอิงภูเขา โดยสวนสาธารณะขนาดย่อมนี้ได้นำเอาคาแร็ตเตอร์การ์ตูนต่างๆ มาสร้างเป็นหุ่น 3 มิติ ให้เราได้สัมผัสและถ่ายรูปเก็บความประทับใจกันอย่างใกล้ชิด ... แต่มุมยอดฮิตที่ใครเห็นปุ๊บต้องหลงรักปั๊บและขุดความทรงจำอันแสนประทับใจขึ้นมาได้ทันทีนั่นก็คือมุมท่อน้ำขนาดใหญ่สามอันวางซ้อนกันอยู่ในสวนสาธารณะอันเป็นเสมือนสัญลักษณ์หนึ่งซึ่งปรากฏเสมอๆ ภายในเล่ม ที่เรารู้กันดีว่ามันมาจากลานรวมแก็งค์ของโนบิตะและเพื่อนๆ นั่นเอง ... อ้าว! แชะ!!!

ถึงแม้ว่าความจริงแล้ว Hiroshi Fujimoto นั้นจะเกิดที่จังหวัดโทยามะ (Toyama) แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็ย้ายมาปักหลักอยู่ที่เมืองคาวาซากิ (Kawasaki) จังหวัดคานากาว่า (Kanagawa) ที่อยู่ห่างจากโตเกียวไม่ไกลนัก ซึ่งที่นี่แหละก็คือที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์อัตชีวประวัติอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์ Fujiko F. Fujio นั่นเอง

ในปี ค.ศ.2011 Fujiko F. Fujio Museum นั้นเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่อิงภูเขาลูกเล็กและสร้างอาคารด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่โดดเด่นน่าสนใจทีเดียว มีแขกแวะเข้ามาเยี่ยมชมจากทั่วโลกมากมายทั้งเหล่าสาวกดั้งเดิมและผู้ที่เพิ่งจะรู้จักเพียงไม่นานมานี้อย่างเหล่าเด็กๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลก

------------------------------------------------------------

โดราเอม่อน (Doraemon) นี้ถือเป็นจินตนาการชิ้นเอกของอาจารย์ Fujiko F. Fujio ที่ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1969 โดยสร้างสรรค์ตัวละครเป็นแมวหุ่นยนต์สีฟ้าขึ้นซึ่งมันถูกส่งมาจากโลกอนาคตในศตวรรษที่ 22 โดยเซวาชิ (Sewashi) เหลนแห่งเจนเนอร์เรชั่นที่ 4 ของโนบิตะที่ส่งมาช่วยบรรพบุรุษของตัวเองซึ่งก็คือโนบิตะนั่นเอง ... โดราเอม่อนเป็นแมวหุ่นยนต์สีฟ้า (ที่เคยมีหู) หนัก 129.3 ก.ก. และมีความสูงเท่ากับน้ำหนักตัวเอง มันถูกผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ.2112 แล้วเมื่อไม่นานมานี้ในปี ค.ศ.2012 โลกในความเป็นจริงของเราก็เพิ่งจะร่วมฉลองวันเริ่มต้นนับถอยหลังอีก 100 ปี ที่จะถึงวันเกิดที่แท้จริงของโดราเอม่อน ... ซึ่งมันก็คือวันที่ 3 กันยายน วันเดียวกันกับวันที่ทำการเปิดพิพิธภัณฑ์ Fujiko F. Fujio Museum นั่นเอง

------------------------------------------------------------

ในปี ค.ศ.2013 โดเรม่อนนั้นถูกแปลงเป็นการ์ตูนในฉบับดิจิตอลเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการครั้งแรกซึ่งจัดจำหน่ายโดยยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ที่ช่วยให้การ์ตูนเรื่องนี้ขยายสู่กลุ่มผู้อ่านทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวางขึ้น การ์ตูนอันเป็นอมตะทุกยุคทุกสมัยเรื่องนี้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในการ์ตูนขายดีที่สุดในโลกซึ่งมันถูกจำหน่ายไปไม่น้อยกว่า 100 ล้านเล่มเลยทีเดียว

ราวได้กลับไปเป็นเด็กตัวจิ๋วอีกครั้ง ... แถมยังได้ทำให้ภาพความประทับใจในวันวานมันชัดขึ้นอีกหน

และแน่นอนว่ามันจะถูกจดจำอย่างไม่มีวันลืม

“อั้ง...อัง...อัง...ตดเตะโมะดาอิซุคิ...ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ”

ขอบคุณครับอาจารย์...

Fujiko F. Fujio Museumที่ตั้ง : Tama, Kawasaki-City, Kanagawa

เปิด-ปิด : พุธ-จันทร์ > 10.00-18.00 น. / หยุดทุกวันอังคาร (ยกเว้นช่วง Golden Week 29 เม.ย.-5 พ.ค., ช่วงวันหยุดฤดูร้อน 20 ก.ค.-3 ธ.ค., และช่วงปลายปีรวมไปถึงวันหยุดปีใหม่ 30 ธ.ค.-3 ม.ค.)

รอบเวลาการเข้าชม : แบ่งเป็น 4 รอบต่อวัน คือ 10.00 น. / 12.00 น. / 14.00 น. / 16.00 น.

ค่าบริการ : ผู้ใหญ่ 1,000 เยน / นักเรียนมัยธม 700 เยน / เด็ก (4 ขวบขึ้นไป) 500 เยน / เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 3 ปี) ฟรี

การจองตั๋ว : ไม่มีการจำหน่ายตั๋วที่หน้าพิพิธภัณฑ์ เราสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติใน Lawson ทุกสาขา (สามารถเรียกให้พนักงานให้ช่วยเหลือได้) โดยเลือกวันและเวลาที่เราต้องการเข้าชม

ติดต่อ : 0570-055-245 / fujiko-museum.com

วิธีเดินทาง : เริ่มต้นที่สถานี Shinjuku นั่งรถไฟ Odakyu สาย Odakyu Odawara Line ลงสถานี Noborito ทางออก Tamagawa Exit ตรงจุดนี้หากเดินไปตัวพิพิธภัฑณ์จะใช้เวลาราว 15-30 นาที (ดูแผนที่ในเว็บไซต์ได้) แต่ก็สามารถขึ้นรถเมล์ท้องถิ่นได้ ซึ่งสายที่จะไปยังพิพิธภัณฑ์นั้นรถจะจอดอยู่ทางด้านซ้ายสุดเมื่อเดินออกมาจากสถานี (เป็นต้นสาย) มีจุดสังเกตที่ง่ายมากๆ นั่นก็คือตัวรถจะห่อหุ้มด้วยสติ๊กเกอร์โดราเอม่อนและผองเพื่อนทั้งคันนั้นเอง แถมภายในจะตกแต่งด้วยตัวการ์ตูนน่ารักๆ ในหลากหลายรายละเอียดทีเดียว รวมไปถึงคนขับรถที่จะให้คำแนะนำได้อย่างดีเยี่ยม (ค่ารถ 200 เยน/เที่ยว)

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น