พิพิธภัณฑ์ราเมงที่ชินโยโกฮาม่า

Shinyokohama Raumen Museum รู้ลึกยิ่งกว่ารสราเมง

โดย Narisa Chaiyasoot   24 พ.ค. 2557

ไม่ว่าใครก็ต้องเคยทานหรืออย่างน้อยก็ต้องรู้จักราเมง (Ramen) หนึ่งในเมนูเส้นขึ้นชื่อของแดนปลาดิบ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วราเมงนั้นถือกำเนิดขึ้นโดยมีรากฐานมาจากอาหารประเภทเส้นของจีนที่ถูกนำมาผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่น แยกแตกต่างมาด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นในเรื่องของตัวน้ำซุป โดยน้ำซุปของราเมงจะมีส่วนประกอบอย่างน้อย 5 ชนิดไปจนถึง 40 ชนิดเลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราเมงเป็นเมนูเด็ดที่โด่งดังไปทั่วโลก

ที่ "พิพิธภัณฑ์ราเมงชินโยโกฮาม่า" (Shinyokohama Raumen Museum) กำเนิดมาจากความคิดที่จะให้คนทั่วไปสามารถลิ้มรสราเมงชื่อดังจากเมืองต่างๆทั่วประเทศญีุ่่นได้ในที่เดียวโดยไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ ถือว่าเป็นสวนสนุกด้านอาหารแห่งแรกของโลกที่มีอายุครบ 20 ปีในปีนี้ มีร้านราเม็งทั้งหมด 9 ร้านในพื้นที่ 3 ชั้นที่ถูกออกแบบจำลองเป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณในปี 1958 ปีที่มีการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้น

ที่ชั้นล่างสุด (B2F) เป็นส่วนที่มีร้านราเมงโดยรอบอันได้แก่ Ryu-shanhai Honten ราเมงเต้าเจี้ยวเข้มข้นน้ำซุปปลา, Ganja ต้นตำหรับ Tsukemen (น้ำซุป) แบบเข้มข้น, Men-no-bo Toride ร้านผู้นำด้านราเมงซุปกระดูกจากหัวหมูในฮากาตะคิวชู, Ikemen Hollywood ราเมงร้านแรกที่พัฒนารสชาติที่อเมริกาและเข้ามาสู่ญี่ปุ่น ลักษณะโดดเด่นคือเป็น Dip Ramen (ราเมงแบบจุ่ม), Kamome-shokudo ร้านจำลองโรงอาหารที่มีประวัติยาวนานซึ่งถูกพัดหายไปในภัยแผ่นดินไหวที่โตโอคุในปี 2011 และ Komurasaki ต้นตำหรับราเม็งซุปกระดูกหมูในคุมาโมโตะคิวชู โดยวิธีการสั่งราเมงทั้งหมดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็จ่ายเงินและกดเลือกเมนูจากตู้อัตโนมัติหน้าร้านให้เรียบร้อยแล้วจึงค่อยนำไปให้พนักงาน

บนชั้นสอง (B1F) สามารถมองลงมาที่ชั้นล่างได้ เป็นทางเดินพื้นที่สี่เหลี่ยม มีร้านราเมงอีก 3 ร้าน คือ Sumire ราเมงเต้าเจี้ยวที่มีชื่อมากที่สุดในญี่ปุ่น, Shinasoba-ya ร้านที่ใช้ส่วนประกอบชั้นดีที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และร้าน Nidai-me Genkotsu-ya ราเม็งซุปกระดูกหมูสีเหลืองทอง อีกทั้งยังมี Cafe&Bar Kateko คาเฟ่โบราณที่มีเมนูยอดฮิตอย่าง Hokkaido softcream และ Candy Store Yuyake-syoten ร้านขนมและของเล่นโบราณของญี่ปุ่น

และชั้นบนสุด (1F) เป็นชั้นที่พื้นที่จัดแสดงประวัติ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของราเมงในภูมิภาคต่างๆ ลักษณะของถ้วยราเมง ช้อนทาน เส้น ฯลฯ อีกทั้งยังเป็นชั้น Museum Shop ที่มีของฝาก วัตถุดิบ อุปกรณ์ รวมถึงผล เครื่อง เส้นราเมงสำหรับกลับไปทำทานเองให้เลือกอย่างครบครัน และยังมีส่วนของ Slotcar racing IRIS รางรถแข่งให้ได้เช่าแข่งได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Ramen Museum แห่งนี้ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากทานราเมงแต่ไม่รู้จะเลือกทานแบบไหน ตอบโจทย์ด้วยเมนูราเมงจากทั่วทุกภูมิภาคทั่วประเทศญี่ปุ่น เปิดให้เข้าชมและอิ่มอร่อยกันได้ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. และราคาค่าเข้าคือ 310 เยนต่อคนสำหรับผู้ใหญ่ 100 เยนสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ มีตั๋วเข้าแบบรายปีด้วยหากต้องการจะมาเป็นขาประจำที่นี่

สำหรับการเดินทางมาที่นี่จากสถานี Yokohama ให้นั่งรถไฟใต้ดินสาย Yokohama city subway มาลงที่สถานี Shinyokohama แล้วออกทางออกหมายเลข 8 เดินประมาณ 5-10 นาทีก็จะถึงทางเข้าที่ชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์ หรือจากสถานีโตเกียวก็สามารถมาได้เช่นกันโดยใช้เวลา 50 นาที

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Narisa Chaiyasoot

Narisa Chaiyasoot @narisa.chaiyasoot

I'm a 23 years old girl who enjoy living, eating and traveling. I also love to express my feelings and stories that's why I'm an artist..I feel free to share my thought and experience through my art work, my photo and my writing.  Let me share it with you ;)

แสดงความคิดเห็น