docomo Wi-Fi

บริการไวฟาย ราคาประหยัด สะดวกและไม่จำกัดการใช้งาน

โดดเด่น 17 ก.ย. 2557

คุณเป็นโรค ‘roamaphobe’ หรือโรคกลัวค่าธรรมเนียมจำนวนมากของการโรมมิ่งในต่างประเทศไหม? โรคนี้เป็นอาการที่พบบ่อยในหมู่ชาวสิงคโปร์ ทำให้พวกเราต้องปิดเครื่องทันทีที่เดินทางออกนอกประเทศ นอกจากนี้มันยังเป็นแรงบันดาลใจให้เราคิดค้นหาวิธีการที่จะเชื่อมต่อในราคาต่ำ (หรือไม่ต้องเสียเงินเลย)

ฉันเป็นคนหนึ่งที่เป็นโรคนั้น และในระหว่างที่ฉันท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ฉันตั้งใจที่จะเชื่อมต่อไวฟาย ในญี่ปุ่นมีบริการเทคโนโลยีไร้สายและ Wi-Fi อยู่มากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละคน แต่มีหนึ่งเดียวที่โดดเด่นในแง่ของราคาและความสะดวกสบายในการเข้าถึง

ด้วยอัตราค่าบริการต่ําสุดที่ 900 เยน ต่อสัปดาห์ โดยไม่จํากัดการใช้งานคุณสามารถติดต่อเพื่อใช้บริการของ docomo Wi-Fi ได้อย่างง่ายดายในเว็บไซต์ก่อนที่คุณจะเดินทางมาถึงญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ํา เว็บไซต์ของ docomo Wi-Fi ที่มีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี และภาษาจีน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบใช้เวลาในการท่องเที่ยวนานๆ คุณจะยินดีมากเมื่อรู้ว่า DOCOMO นำเสนอไวฟายแพ็กเกจที่ไม่จำกัดการใช้งาน ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ด้วยราคาเพียง 1300 เยน ฉนั้นเราสามารถบอกลาค่าโรมมิ่งต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงของที่บ้านได้เลย

เมื่อตัดเรื่องราคาออกไปแล้ว คุณอาจจะสงสัยเกี่ยวกับจุดเชื่อมต่อสัญญาณและความรวดเร็ว DOCOMO มีจุดเชื่อมต่อสัญญาณถึง 150,400 จุดทั่วประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ฮอกไกโดในภาคเหนือ ไปจนถึงโอกินะวะ (Okinawa) ที่อยู่ใต้สุด

จุดเชื่อมต่อสัญญาณ LAN มีอยู่ทั่วไปที่สถานีรถไฟ สนามบิน ร้านกาแฟ และร้านอาหาร เมื่อฉันท่องเว็บอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินแห่งหนึ่ง ฉันรู้สึกประหลาดใจกับความรวดเร็วในการโหลดเว็ป ที่ขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนที่ฉันจะกระพริบตา

DOCOMO ให้บริการ Wi-Fi ต่อสาธารณะ นั่นหมายความว่าคุณสามารถเข้าถึงเครือข่าย DOCOMO ด้วยโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป หรืออุปกรณ์ใช้งาน Wi-Fi ทุกชนิด

การเชื่อมต่อนั้นง่ายมาก แม้แต่บุคคลที่ไม่ใช่นักไอทีหรือไม่ความรู้ในเรื่องเทคโนโลยี่เลยก็ทำได้ เพียงแค่ใส่ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเมื่อคุณล็อกอินในบริเวณที่มีเครือข่ายสัญญาณ DOCOMO ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย network อันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 20 ล้านคน ทำให้ฉันมั่นใจว่าเป็นเครือข่ายที่มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อสูง

จากที่ฉันเห็นในโฆษณา โรค ‘roamaphobe’ หรือโรคกลัวค่าธรรมเนียมจำนวนมากของการโรมมิ่งในต่างประเทศนั้น มีกันอยู่หลายประเภทดังนี้ พวกนักล่า Wi-Fi (Wi-Fi Hunter) พวกที่สิงสถิตอยู่ในร้านกาแฟ (Café Dweller) พวกแลกเปลี่ยนซิมการ์ด (SIM Swapper) และพวกที่ส่งข้อมูลในภายหลัง (Latergrammer)

สำหรับคนที่เป็น Instagrammer ตัวยง (ส่งรูปภาพในทันทีทันใด) คุณไม่จำเป็นจะต้องกลับไปเป็น Latergrammer อีกต่อไป ที่ต้องรอส่งข้อมูลหลังจากกลับที่พักเมื่อสิ้นสุดวัน มีตาไว้คอยมองดูแต่เฉพาะป้ายฟรีไวฟายหรือ? ขี้เกียจเปลี่ยนซิมการ์ดใช่ไหม? หรือดื่มกาแฟในร้านที่มีฮอตสปอตให้ฟรีมากเกินไปแล้วใช่ไหม?

ในบางครั้งการเสียเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้คุณได้อะไรมามากมาย ด้วยบริการของ docomo Wi-Fi คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับความสะดวกสบาย และจะเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวพักผ่อนของคุณ บอกลา โรค ‘roamaphobe’ ไปได้เลย

คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียน!

JapanTravel Featured
JapanTravel Featured

เข้าร่วมการสนทนา

Sutida Suttisirikul หนึ่งปีมาแล้ว
เตรียมจะซื้อ internet ไปญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าควรใช้อะไรดี
จะลองใช้ Docomo Wifi ตามคำแนะนำดูคะ