Standard Bookstore

โลกสารพัดความสุข

โดย Tada Ratchagit   21 ต.ค. 2557

คุณเคยมีที่ถูกใจที่คุณจะนั่งจิบกาแฟและทำงานเพลินๆ ได้นานๆ บ้างมั้ย?

Zakka Shop นั้นเป็นร้านสารพัดสิ่งที่ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเท่านั้นแต่มันกำลังแพร่กระจายเสน่ห์น่าหลงใหลนี้ไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกแล้วก็รวมถึงประเทศไทยเราด้วย คำว่า Zakka นั้นมาจากภาษาญี่ปุ่นคำว่า 雑貨 แปลว่าสารพัดสิ่ง ซึ่งชื่อนี้สามารถบ่งบอกคาแร็คเตอร์ของร้านได้เป็นอย่างดี โดยร้าน Zakka ส่วนใหญ่นั้นจะขายของกระจุกกระจิกสากกระเบือยันเรือรบที่สำคัญร้านนั้นจะตกแต่งออกมาในสไตล์เรียบง่ายแต่ดูดี น่ารัก น่านั่ง น่าช้อป และแลดูเป็นมิตร

ร้าน Zakka Shop สุดโปรดของผมนั้นก็คือ Standard Bookstore ที่ NU Chayamachi Plus ในย่าน Umeda ... ทุกครั้งที่ผมแวะมาโอซาก้าผมมักจะลงทุนหอมหิ้วโน๊ตบุ๊คเพียงเพื่อไปนั่งจิบกาแฟ ชิมของอร่อย ดูวิถีชีวิตของผู้คนที่ก้าวเข้ามาในร้านไปพลาง แล้วแถมเปิดไฟล์งานมาทำนิดหน่อย ... Standard Bookstore นั้นเป็นร้านสารพัดสิ่งที่ดูมีดีไซน์และสไตล์เก๋ปนดิบเท่รวมกัน ความรกและมั่วไปหมดนั้นถูกจัดวางอย่างมีศิลปะจนกลายเป็นเสน่ห์ของร้านที่ใครๆ ก็หลงรัก แน่นอนว่าขึ้นชื่อว่าเป็นร้านหนังสือที่ Standard Bookstore นั้นก็เลยขายหนังสือเป็นหลัก ซึ่งดั้งเดิมนั้นร้านนี้เป็นแบรนด์ร้านหนังสือทั่วไปที่ขายเพียงแค่หนังสืออย่างเดียว แต่สำหรับ Standard Bookstore อีกลุ๊กนั้นก็คือร้านที่ขึ้นห้างเก๋เจาะกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ที่รักงานดีไซน์และการสร้างสรรค์ ร้านนี้จึงดึงดูด้วยการออกแบบจัดวางในสไตล์ร้าน Zakka ที่น่าเข้ากว่าร้านหนังสือทั่วไป ... Standard Bookstore นั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่โอซาก้า มีทั้งหมดสองสาขานั่นก็คือที่ Shinsaibashi และ Chayamachi (Umeda)

ความน่าสนใจของ Standard Bookstore นั้นก็คือเขาจะวางหนังสือไว้ในหลากหลายมุมของร้าน หนังสือทุกเล่มนั้นมีมาตรฐานการคัดสรรที่ความเก๋และเท่เป็นหลักเพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย หนังสือที่ขายนั้นมีตั้งแต่งานฝีมือน่ารักๆ, หนังสือดีไซน์ชื่อดังทั้งหลาย, หนังสือแนวครีเอทีฟ, หนังสือรวมรูปถ่ายแบบเก๋ๆ, หนังศือแวดวงศิลปะ, หนังสือท่องเที่ยว, หนังสือร้านอาหารและการกิน, หนังสือเบเกอร์รี่, ไปจนนิตยสารแฟชั่นและดีไซน์เล่มดังทั้งหลายที่วางขายจนน่าซื้อ มากกว่าการเข้าไปในร้านหนังสือเสียอีก ซึ่งชั้นหนังสือนั้นจะเป็นงานไม้เก๋ๆ เพื่อให้เข้ากับธีม แต่สิ่งที่ทำให้ร้านหนังสือนี้มีเสน่ห์ก็คือการวางชั้นขายของกระจกกระจิกแทรกตัวไปทั้งร้านนั่นเอง ของกระจุกกระจิกนี้ก็มีตั้งแต่เครื่องเขียน, เครื่องครัว, ยันแฟชั่น เรียกได้ว่าเดินเพลินๆ ช้อปได้หลายหลายอารมณ์กันเลยทีเดียว ว่ากันว่าการทำร้านหนังสือแบบร้าน Zakka นี้จะมีผลทำให้ขายหนังสือได้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มหนังสือศิลปะตลอดจนงานสร้างสรรค์ (ซึ่งกลุ่มนี้มักมีราคาแพง และคนมักใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อนาน) เพราะสิ่งแวดล้อมอาร์ตๆ โดยรอบนั้นจะมีส่วนทำให้เราอยากได้หนังสือและตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็วด้วยนั่นเอง

ความแตกต่างอีกอย่างของร้านหนังสือสไตล์ Zakka กับร้านหนังสือทั่วไปก็คือร้านประเภทนี้มักจะมีคาเฟ่เก๋ๆ แทรกตัวอยู่ด้านในด้วย สำหรับ Standard Bookstore นั้นก็เช่นกัน ด้านในสุดจะเป็น Café ขนาดย่อมที่ให้อารมณ์โรงอาหารเล็กๆ เก๋ๆ โดดเด่นด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์งานไม้ที่ช่วยสร้างอารมณ์ศิลป์ได้เป็นอย่างดี ภายในคาเฟ่านี้เสิร์ฟเครื่องดื่ม, ชา กาแฟ, เบเกอร์รี่อร่อยๆ, ตลอดจนอาหารง่ายๆ เพื่อให้ลูกค้าสามารถทานได้อย่างพอดีๆ ... ไอเดียอีกอย่างที่ทำให้คนหลงรักร้านหนังสือแนวนี้นั้นก็คือคุณสามารถที่จะนำหนังสือในชั้นมานั่งอ่านอย่างสบายๆ ไปพร้อมกับการทานอาหารหรือนั่งคาเฟ่ได้ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ ดูด้วยอารมณ์สบายๆ ผ่อนคลายแบบไม่มีใครว่า ไม่ต้องแอบดู ดูเสร็จก็ไม่ต้องนำไปเก็บที่ชั้นดั้งเดิม (ซึ่งอาจลืมไปแล้ว) ให้นำไปเก็บไว้ที่โต๊ะรวมซึ่งคล้ายๆ กับระบบจัดการในห้องสมุด ... วิธีที่เป็นมิตรกับนักอ่านนี้ว่ากันว่ามีส่วนช่วยให้การขายหนังสือเพิ่มมากขึ้นได้ดีทีเดียว ... หรือใครไม่ต้องการซื้อหนังสือ ไม่ต้องการซื้อของ ก็สามารถเข้ามานั่งเล่นในคาเฟ่เฉยๆ ได้ ทำงานไปเพลินๆ ตรงกันข้าม บรรยกาศที่ดีนั้นจะค่อยซึมซับเข้ามาในตัวลูกค้า จนทำให้อยากซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านไปมากขึ้น ทั้งจากเห็นคนอื่นซื้อแล้วอยากได้บ้าง หรือจากการนั่งมองจนอยากได้ หรืออาจเดินเพลินๆ ไปเจอ มีสารพัดเหตุผลพอพอกับของสารพัดสิ่งที่วางขายอยู่ในร้านนั่นเลย

ผมสั่งลาเต้ร้อนกับสโคนแบบโฮมเมดมานั่งทานในร้านควบคู่ไปกับการทำงานเล็กๆ น้อยๆ เมนูนี้เป็นหนึ่งในของโปรดที่ผมชอบเวลามาที่นี่ สโคนของ Standard Bookstore นั้นเป็นสูตรโฮมเมดที่ทำขึ้นเอง สดใหม่ทุกวัน สโคนร้อนๆ นั้นเข้ากับได้ดีกับเนยและแยมที่เสิร์ฟมาพร้อมกันด้วย เนื้อสโคนของที่นี่นั้นออกสไตล์แข็งกรุบกรอบที่ให้อารมณ์เหมือนทานคุ๊กกี้เล็กน้อย แต่มันเข้ากันได้ดีกับกาแฟลาเต้ที่คัดเมล็ดเกรดพิเศษมาทำเสิร์ฟเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนูน่าทานอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่อาหารอร่อยๆ ยันเครื่องดื่มสดชื่นๆ ... ลองแวะมาทานกันดูสิครับ

ด้วยความที่เป็นคนรักหนังสือผมก็มักจะอดใจไม่ไหวที่จะติดหนังสือกลับบ้านอย่างน้อย 1 เล่มทุกครั้งที่มาเยือน แล้วบางทีก็จะมีเครื่องเขียนเก๋ๆ หรือของดีไซน์โดนๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง ... ทุกครั้งที่มาร้านสารพัดสิ่งที่ Standard Bookstore นี้ ก็มักได้รับสารพัดความสุขกลับไปเสมอๆ

มาถึงตรงนี้ ... คุณอยากจะมีร้านถูกใจที่คุณจะนั่งจิบกาแฟและทำงานเพลินๆ ได้นานๆ แบบผมบ้างแล้วหรือยัง

---------------------------------------------------------------

Standard Bookstore (สาขา NU Chayamachi Plus / Umeda)

+ ที่ตั้ง : 8-26 (ห้อง 212) ชั้น 2F ห้าง NU Chayamachi Plus, Chayamachi 10-12, Kita-ku, Osaka City, Osaka

+ เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.00-21.00 น.

+ ติดต่อ : 06-6485-7139 / เว็บไซต์ : www.standardbookstore.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

+ วิธีเดินทาง :

>JR West : นั่งรถไฟสาย Osaka Loop Line (สายวงกลม) หรือสายอื่นๆ ลงที่สถานี Osaka Station

>Osaka Subway : นั่งรถไฟใต้ดินสาย M-Midosuji Line (สีแดง) ลงสถานี M16-Umeda

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น