Royal Silk Lounge สนามบินสุวรรณภูมิ

ห้องรับรองผู้โดยสารสำหรับผู้เดินทางไปกับการบินไทย

โดย Potcharet Rodhetbhai   9 เม.ย. 2557

เมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศ เราควรใช้เวลาในการเตรียมตัวไปสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 ชั๋วโมงก่อนเวลาเครื่องบินออก เมื่อเดินทางไปก่อนหลายชั่วโมง หลายคนจึงมีวิธีการหลากหลายแบบในการใช้เวลาระหว่างรอเข้าเกทที่มีอยู่ให้หมดไป ทั้งเลือกช็อปปิ้งซื้อสินค้าปลอดภาษี ซื้อกาแฟหรืออาหารกินเล่นตามร้านอาหารแฟรนไชน์ชื่อดัง และอีกหลายคนก็เลือกจะใช้เวลาที่มีอยู่ในการนั่งพักอย่างผ่อนคลาย พักดื่มน้ำ รับประทานอาหาร ขนมและผลไม้ภายใน”เลาจน์” หรือห้องรับรองพิเศษของสายการบินที่ตนเองใช้บริการ

เช่นเดียวกับตัวผมที่ได้รับเกียรติจากการบินไทยให้มีโอกาสเข้าไปใช้บริการ ณ ห้องรับรองพิเศษ Royal Silk Lounge ของการบินไทยโซน D ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างรอเวลาเกทเปิด การได้รับเชิญครั้งนี้ถือว่าเป็นความเกียรติและความภาคภูมิใจของผมมาก เนื่องจากโดยปกติแล้วห้องรับรองพิเศษของการบินไทยจะให้บริการกับเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางด้วยตั๋วชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class), ตั๋วชั้นหนึ่ง (Royal First Class), และผู้ที่เดินทางโดยสารการบินพันธมิตรของการบินไทย (Star Alliance) ในชั้นธุรกิจ หรือชั้นหนึ่ง ที่จะบินภายในวันนั้นเพียงเท่านั้น (แต่หากใครเดินทางโดยชั้นประหยัดแค่มีไมล์สะสมทั้งที่จากบัตรเครดิต หรือไมล์สะสมที่ได้จากการบินที่เพียงพอก็สามารถใข้ไมล์แลกเข้าไปภายในได้)

ตรวจสอบเงื่อนไขในการแลกไมล์เพื่อเข้าห้องรับรองพิเศษได้ที่นี่ 

ณ ห้องรับรองพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่ชั้น 3 โซน D ที่ผมได้ไปใช้บริการ เป็นห้องรับรองพิเศษของตั๋วโดยสารชั้นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่ทั้งหมด 2,410 ตารางเมตร สามารถรับรองผู้โดยสารได้สูงสุด 314 คน เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 5.00 – 2.00 น. ภายในมีบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มให้เลือกได้ตามอัธยาศัยมากมาย ทั้งน้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ผู้มาใช้บริการสามารถรับประทานได้ไม่อั้น มีมุมเด็กเล่นให้เด็กๆได้เพลิดเพลินระหว่างรอขึ้นเครื่องบินโดยสาร มีมุมหนังสือและนิตยสาร ที่มักจะเป็นฉบับใหม่ล่าสุดวางรอคอยการเปิดอ่านจากผู้มาเยือนอยู่เสมอ มีมุมโทรศัพท์ที่เป็นห้องส่วนตัวสำหรับคุยธุระเร่งด่วน มีมุมอินเตอร์เนตที่มีคอมพิวเตอร์มากมายพร้อมให้บริการ มีห้องน้ำที่สวยงามทันสมัยระบบกดชักโครกอัตโนมัติ และที่สำคัญที่สุด คือ มีพนักงานคุณภาพ ที่มีใจรักพร้อมบริการให้กับผู้มาใช้บริการภายในห้องรับรองอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ

หลังจากเดินผ่านตม.ไปแล้ว ให้เดินไปยังโซน D (ทางด้านซ้ายมือ ฝั่งหัวของพญานาค) ลงบันไดเลื่อนจากชั้น 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าปลอดภาษี ไปยังชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสาร เมื่อลงไปแล้วเราจะพบกับเคาน์เตอร์ต้อนรับที่มีพนักงานเสียงหวานและรอยยิ้มคอยยืนต้อนรับผู้มาใช้บริการอยู่ ในวันที่ผมไปมีผู้มาใช้บริการภายในห้องรับรองมาก ทำให้ต้องใช้เวลาเดินพอสมควรถึงจะหาที่นั่งได้ ภายในห้องรับรองมีการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยที่มีทั้งกลิ่นอายความเป็นไทยและความเป็นสากลผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ตรงที่นั่งมีแสงสว่างเพียงพอสำหรับอ่านหนังสือ มีที่เสียบปลั๊กสำหรับชาร์จทั้งแบตโทรศัพท์หรือโน้ตบุ๊ค มีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่คอยบอกเวลาและความเคลื่อนไหวจากเกทว่าเปิดหรือปิดทำการอยู่ เพื่อให้ความสะดวกกับผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่อง อาหารที่มีให้บริการในเลาจน์จะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามเวลา หากใครมาตอนเช้าก็จะเป็นอาหารเช้า เช่น ไส้กรอก แฮม หรือข้าวต้ม แต่ในช่วงที่ผมไปใช้บริการนั้นเป็นช่วงดึก ทำให้อาหารที่วางบริการอยู่เป็นอาหารทานเล่นเสียมากกว่า (มีแซนวิช บะหมี่ไก่ และน่องไก่ทอด) แม้จะเป็นอาหารทานเล่น แต่ก็รับรองได้เลยครับหากใครได้เข้าไปลองทานต้องติดใจแน่ๆ หากใครมีโอกาสเดินทางต่างประเทศและอยากหาประสบการณ์ที่ประทับใจ ผมอยากแนะนำให้ลองมาใช้บริการที่เลานจ์แห่งนี้ดูครับ รับรองว่าช่วงเวลาก่อนขึ้นเครื่องบินของคุณจะต้องเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษก่อนการเดินทางในทริปสุดแสนพิเศษแน่ๆ

Was this article helpful?

รายงานข้อผิดพลาด

0
0
Potcharet Rodhetbhai

Potcharet Rodhetbhai @Potcharet Rodhetbhai

ผมชื่อ พชเรศวร์ รอดเหตุภัย อายุ 22 ปี ผมมีความฝันอยากท่องโลกกว้างมาตั้งแต่เด็ก โดยมีประเทศที่ฝันอยากไปมากที่สุด คือ "ญี่ปุ่น" เมื่อเรียนจบมัธยมปลาย ผมมีโอกาสมาประเทศในฝันครั้งแรก และมีโอกาสเดินทางไปครั้งที่สองจากการเข้าร่วมโครงการ Travel Internship ที่เว็บไซต์แห่งนี้ จากประสบการณ์ในทั้งสองครั้งนั้น ทำให้ผมมีแรงบันดาลอยากท่องโลกกว้าง อยากแชร์ประสบการณ์ในสิ่งที่ได้พบเจอ ให้กับทุกคนที่กำลังวางแผน หรือมีแผนเดินทางไปยังญี่ปุ่น เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวประเทศในฝันของใครหลายๆคน...เช่นเดียวกันกับผม นอกจากบทความในเว็บไซต์แห่งนี้แล้ว ปัจจุบันผมยังมีผลงานหนังสือคู่มือท่องเที่ยว "เซียนคันโต" ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ท่องโลก (ตีพิมพ์ครั้งแรก พฤษภาคม 2558) และยังเขียนบทความในบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ www.walkwhereworld.com สามารถเข้าไปติดตามกันได้ครับ  :] --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- Everyone has dreams. Same as me, a 22 years old guy in Thailand. Who has a dream to go to Japan. Since I had go Japan for the first time, I fall in love this place, Immediately. All of my articles are one part of my experiences that I want to share information with you, For your future greatest trip :]  I had written one guidebook in Thailand name "Sean Kanto" published by Amarin Tonglok Publishing. Which has Information about places for traveller have to see in Tokyo, Yokohama, Kamakura, Hakone and Kawaguchiko inside.

แสดงความคิดเห็น