ผ้าบิงงาตะลวดลายลึกล้ำ ณ โอกินาว่า

ผ้าสีสดจากแดนใต้

โดย Nirattesai Boonchang   17 ก.พ. 2557

ผ้าบิงงาตะเป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามแปลกตา เป็นศิลปะพื้นบ้านที่อยู่คู่กับโอกินาว่าตั้งแต่สมัยเป็นอาณาจักรริวกิว แต่ศิลปะดั้งเดิมนั้นถูกสอดแทรกด้วยศิลปะญี่ปุ่นเข้าไปไม่น้อย เพราะหลังจากญี่ปุ่นบุกยึดอาณาจักรริวกิวก็ได้บังคับให้ชาวริวกิวผลิตผ้าบิงงาตะเป็นจำนวนมากเพราะชาวญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่นิยมนำไปตัดเป็นชุดกิโมโน ซึ่งถือเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะทางสังคมเพราะมีลวดลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลส่วนลวดลายอันต่อเนื่องแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ จึงเป็นที่มาชื่อของผ้าก็คือ “บิงงาตะ” สีสันของผ้าที่ย้อมนั้นสกัดมาจากวัสดุธรรมชาติสีจะสดมากเป็นเอกลักษณ์ของผ้าชนิดนี้

นักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในศิลปะผ้าพื้นเมือง เมื่อมาถึงโอกินาว่าแล้วต้องไม่พลาดที่จะเยี่ยมชมร้านชูริ ริวเซน ซึ่งถือเป็นร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดของโอกินาว่า เปิดร้านเวลา 9.00-18.00 น. ตั้งอยู่เลขที่ 1-54ถนนซามูกาว่า โดริ เขตชูริยามางาวะโช เมืองนะฮะ จังหวัดโอกินาว่า ซึ่งเป็นบ้านดั้งเดิมที่เปิดเป็นร้านและพิพิธภัณฑ์ผ้าบิงงาตะ ด้านหน้านั้นมีแผ่นไม้แกะสลักเป็นชื่อร้าน ส่วนภายในนั้นมีผ้าบิงงาตะจัดวางไว้อย่างเรียบง่าย แต่ลวดลายที่สีสันสดใสจัดจ้านก็ทำให้ในร้านดูน่าตื่นตาตื่นใจได้มาก ผลิตภัณฑ์ที่ทำออกมาเป็นลวดลายของผ้าบิงงาตะมีมากมาย เช่น ผ้าเช็ดหน้า กระเป๋าผ้า ชุดกิโมโน และอื่นๆ เมื่อดูด้านล่างจนทั่ว ครู่หนึ่งจะมีพนักงานเชิญดูด้านบนต่อ ในชั้นที่สองนี้เป็นพื้นที่สำหรับผู้ที่อยากเรียนรู้การทำผ้าบิงงาตะด้วยตัวเอง ทั้งออกแบบลวดลายบนเสื้อยืดและลงสีสันตามใจชอบ จึงมีก้อนปะการังเป็นอุปกรณ์สำหรับวางผ้าตามต้องการ วิธีทำขั้นต้นนั้นง่ายดายเพียงนำเสื้อยืดหรือผ้าขาววางบนก้อนปะการังที่มีลวดลายและนำสีไปทาลงบนเสื้อหรือผ้าก็จะเกิดลวดลายสวยงาม ซึ่งจะมีศิลปินพื้นบ้านให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ส่วนชั้นที่สามถือเป็นพระเอกของร้านนี้ ด้วยลวดลายที่ซับซ้อนอลังการ ทุกทิศทุกทางมีผ้าบิงงาตะจัดวางไว้อย่างน่าสนใจ ม้วนผ้าพาดเป็นผืนบนเพดานไขว้ไปมาอย่างสร้างสรรค์สวยงาม ส่วนขอบกำแพงก็มีขวดโหลที่บรรจุพืชและแร่ธาตุที่สำหรับย้อม และตรงกลางมีศิลปินพื้นบ้านกำลังทำลวดลายที่เกิดจากปะการังและหินต่างๆ

ผู้บรรยายบอกถึงอารมณ์ของศิลปินว่าต้องใช้สมาธิกับจินตนาการสูงและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง

นี่คือศิลปะผ้า “บิงงาตะ” ณ ร้านชูริ ริวเซน โอกินาว่านั่นเอง

เขียนโดย Nirattesai Boonchang
สมาชิก JapanTravel

แสดงความคิดเห็น