บุกชิมบูตะกูมิ (Butagumi)

สุดยอดทงคัตสึ (Tonkatsu) แห่งโตเกียว

โดย Tada Ratchagit   2 มี.ค. 2557

หมูทอดชุบเกล็ดขนมปังร้อนๆๆๆๆๆ สีทองอร่ามโชยกลิ่นหอมฉุยขึ้นมาแตะจมูกจนทำให้ผมแทบอดใจไม่ไหวที่จะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบหมูฉ่ำๆ ชิ้นโต จิ้มน้ำจิ้มรสเยี่ยม แล้วคีบใส่เข้าปาก อืมมมมมม โออิชี่ราวขึ้นสวรรค์ทีเดียว

ผมรู้จักสุดยอดทงคัตสึแห่งโตเกียวนี้จากนิตยสารสัญชาติอังกฤษชื่อดังอย่าง MONOCLE ที่ก็ลงความเห็นเหมือนกับคนอื่นๆ และสื่ออื่นๆ ว่านี่คือ The Best Tonkatsu in Tokyo ซึ่งร้านนี้ก็คือ บูตะกูมิแห่งย่านอะซาบุ (とんかつ 西麻布 豚組 / Tonkatsu Nishi-Azabu Butagumi) ที่รอยยิ้มของพนักงานในนิตยสารนั้นดูเชื้อเชิญเราอย่างมีชีวิตชีวาซึ่งไม่ต่างจากภาพแห่งความเป็นจริงที่พนักงานที่นี่จะต้อนรับทุกคนด้วยความอบอุ่นอย่างเป็นมิตรเช่นกัน

บูตะกูมินั้นเป็นร้านที่เสิร์ฟเมนูทงคัตสึล้วนๆ ปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยความชำนาญในสูตรเฉพาะตัว เนื้อหมูนั้นจะถูกคัดสรรมาจากทั่วประเทศให้เราสามารถเลือกทานได้ตามชอบ นอกจากคุณภาพของเนื้อหมูที่คัดสรรมาอย่างดีเยี่ยมแล้วเคล็ดลับหลังครัวอีกอย่างก็คือการใช้น้ำมันงาเกรดดีคัดสรรเฉพาะซึ่งจะเปลี่ยนใหม่เสมอๆ สำหรับเคล็ดลับความอร่อยบนโต๊ะนั้นเห็นจะเป็นน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้านที่เป็นสูตรโฮมเมดเฉพาะตัว ให้รสชาติหวานเค็มเข้มข้นกำลังดี และชุดทงคัตสึนั้นจะเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ คัดพันธุ์พิเศษกับกะหล่ำปลีจากไร่เฉพาะที่สดใหม่หวานกรอบอร่อย (ข้าวและกะหล่ำปลีเติมได้แบบไม่อั้น) แต่ทีเด็ดที่ต้องขอบอกว่าให้ลองชิมนั้นก็คือซุปมิโซะร้อนๆ ในตำรับเฉพาะตัวที่รสชาติไม่เหมือนใครซึ่งเขาจะใส่หอยตัวเล็กๆ ลงไปด้วย เมื่อซดน้ำซุบอันหอมกรุ่นรสละมุนลิ้นแล้วแนะนำให้ลองชิมหอยที่ก้นชามที่จะทำให้เราติดใจในรสชาติซุปมิโซะในสูตรเฉพาะตัวนี้จนอดใจไม่ไหวที่จะต้องซดให้หมดถ้วยเลยทีเดียว

สำหรับหมูที่บูตะกูมิคัดสรรมานั้นมีหลากหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ Ryuuka-ton หมูชั้นดีที่ส่งตรงมาจากเกาะโอกินาวา (Okinawa), หรือจะเป็น Nattoku-ton หมูเนื้อแน่นแต่นุ่มชุ่มฉ่ำที่ส่งตรงมาจากฟาร์มคุณภาพเยี่ยมในจังหวัดกิฟุ (Gifu), หรือจะเป็น Hakkin-ton เนื้อหมูคัดพิเศษจากจังหวัดอิวาเตะ (Iwate), หรือจะเป็น Akan-Prok หมูรสเยี่ยมที่ส่งตรงจากฮอกไกโด (Hokkaido), หรือจะเป็น Tokyo X เนื้อหมูแสนอร่อยจากฟาร์มพิเศษในโตเกียวนี่เอง, หรือจะเป็น Tsunan-Pork ที่หมูนุ่มชุ่มฉ่ำมันเป็นพิเศษซึ่งมาจากฟาร์ม เป็นต้น ซึ่งในร้านนั้นจะมีหมูให้เลือกมากกว่า 57 ชนิด เลยทีเดียว รวมไปถึงเนื้อหมูพิเศษที่ส่งตรงมาจากประเทศฝรั่งเศสและเสปนอีกด้วย

ในแต่ละวันนั้นจะมีหมูชนิดพิเศษเข้ามาไม่เหมือนกัน ซึ่งทางร้านจะทำไฮไลท์สีเขียวแนะนำไว้ในเมนูแต่ละวัน อ้อ! แล้วก่อนจะสั่งทำความรู้เพิ่มเติมกับเมนูที่นี่กันอีกนิดซึ่งเขาจะแบ่งหมูออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ ให้เราเลือกนั่นก็คือ 1.Sirloin (ภาษาญี่ปุ่นก็คือโรซุ (rosu)) จะเป็นหมูที่ติดมันเยอะหน่อยทำให้เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ และ 2.Fillet (ภาษาญี่ปุ่นก็คือฮิเระ (hire)) เนื้อหมูล้วนปลอดมันหรือมีมันน้อย เนื้อแน่นเต็มคำ

เมนูยอดฮิตสำหรับผู้รักทงคัตซึนั้นเห็นจะเป็น Butagumi Zen ซึ่งเมนูนี้จะคัดสรรหมูชั้นเยี่ยมประจำวัน 5 ชนิดมาทอดเป็นทงคัตสึร้อนๆ เสิร์ฟให้ชิมกันเป็น 5 ชิ้น ที่เราจะได้ลิ้มลองหลากหลายรสชาติในจานเดียว แต่ก็ต้องขอบอกว่าเมนูนี้มีจำนวนจำกัดในแต่ละวันและมักจะหมดอย่างรวดเร็วอีกด้วย

นอกจากรอยยิ้ม มารยาท และมิตรไมตรีของพนักงานที่นี่จะยอดเยี่ยมจนทำให้หมูทอดออกรสอร่อยได้มากยิ่งขึ้นแล้ว บรรยากาศทั้งนอกและในร้านนั้นยังเต็มไปด้วยความคลาสสิกอันน่าหลงใหล โดยเฉพาะบรรยากาศภายในตัวร้านที่ยังคงบรรยากาศดั้งเดิมของบ้านเก่าแบบญี่ปุ่นที่โดดเด่นด้วยงานไม้อันประณีตไว้เป็นอย่างดี แล้วสิ่งที่ชวนให้เราหลงใหลมากยิ่งขึ้นนั้นเห็นจะเป็นเสียงเพลงในการขับกล่อมบรรยากาศซึ่งเพลงที่เปิดในร้านนั้นจะเป็นเพลงสากลกลิ่นอายเรทโทรในยุค 60-70 ซึ่งช่างขัดกับบรรยากาศญี่ปุ่นแบบโบราณยิ่งนัก แต่ทว่ามันกลับลงตัวมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาดเลยทีเดียวล่ะ

สำหรับบ้านญี่ปุ่นสองชั้นอันเก่าแก่นี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1958 ก่อนที่บูตะกูมิจะเข้ามาทำร้านอาหารในตึกอันทรงเสน่ห์นี้ในปี ค.ศ.2005 แล้วก็แน่นอนว่าทุกคนไม่ลืมที่จะถ่ายรูปกับหน้าต่างพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (ทั้งด้านในและด้านนอกร้าน) ที่ทำให้บ้านหลังนี้ราวกับเป็นผลงานศิลปะร่วมสมัยอันโดดเด่น แถมพระจันทร์ดวงนี้ยังเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของร้านที่ทุกคนรู้จักกันดีกว่าโลโก้ร้านอันเป็นรูปจมูกหมูอีกด้วย

ก่อนกลับ พนักงานในร้านเดินออกมาส่งผมด้วยไมตรีถึงที่หน้าประตูด้านนอก นั่นเป็นกิจวัตรที่ทางร้านทำกับลูกค้าทุกคนด้วยไมตรีอย่างจริงใจ เรียกได้ว่าต้อนรับประทับจิต ส่งกลับประทับใจ และรสอร่อยก็ประทับอยู่ในปากของเราอย่างไม่มีวันลืมเลือนเลยล่ะ

ผมขอยกนิ้วการันตีอีกแรงว่านี่คือสุดยอดร้านทงคัตซึงแห่งโตเกียวจริงๆ

ทงคัตสึบูตะกูมิแห่งย่านอะซาบุ (とんかつ 西麻布 豚組 / Tonkatsu Nishi-Azabu Butagumi)

ที่ตั้ง : 2-24-9, Nishi-Azabu (ใกล้กับย่าน Roppongi, Minato, Tokyo

เปิด-ปิด : อังคาร-อาทิตย์ > มื้อกลางวัน 10.00-15.00 น. / มื้อค่ำ 17.00-23.00 น. (หยุดวันจันทร์)

ติดต่อ : 03-5466-6775 / www.butagumi.com/nishiazabu

วิธีเดินทาง :

>วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย H-Hibiya Line (สีเทา) ลงสถานี H04-Roppongi ทางออก 2 (Exit 2) เสร็จแล้วเดินตามถนนจนถึงสี่แยกใหญ่ที่สอง (ราว 1 กม.) จากนั้นข้ามแยกไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยแรก เดินตรงเข้าไปในซอยอีกราว 200 ม.

>วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟใต้ดิน Toei Line สาย E-Oedo Line (สีชมพู) ลงสถานี E23-Roppongi ทางออก 2 (Exit 2) เสร็จแล้วเดินไปตามวิธีที่ 1

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

แนะนำการแก้ไข

0
0
Tada Ratchagit

Tada Ratchagit @tada.ratchagit

เรามักจะตกหลุมรักเมืองแรกในชีวิตที่เราไปเยือนในสถานะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางเสมอ, ผมชื่อ ธาดา ราชกิจ (โฟล์ค) เป็นนักเดินทางที่มีโตเกียวเป็นเมืองแรกที่เคยไปเยือนครับ ผมกลับมาเยือนเมืองนี้ถี่และบ่อยที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผมเคยไปเยือนมา อาการตกหลุมรักเมืองนี้นั้นหนักเอาการพอสมควร ; ) นอกจากนักเดินทางแล้วผมยังเป็นนักเขียนและช่างภาพ (รวมถึงเป็นกราฟฟิคดีไซน์เนอร์ในบางคราว) เขียนงานได้ทุกประเภทและมีผลงานตีพิมพ์ในหลากหลายสื่อในเมืองไทยตั้งแต่เว็บไซต์, พ๊อกเก็ตบุ๊ค, นิตยสาร, หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สำหรับงานเขียนหลักในช่วงหลังนั้นมักจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวและอาหารการกิน (ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ) ซึ่งเป็นวิถีที่ผมรักและถนัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็แน่นอนว่าต้องมีญี่ปุ่นปรากฏอยู่ในงานของผมเสมอๆ  Almost traveller always fall in love with the first place that they have been visited, My name is Tada Ratchagit I am a traveller that have been visited Tokyo as a first place of all my trips. Tokyo like my second home and that is the most frequency visiting city of my life. Beside the traveller, I am a Writer and Photographer (sometime Graphic Designer) that can write in any kind of article. My works were published on any media in Thailand including website, pocketbook, magazine, newspaper and etc. Now, almost of my works are about Travel & Food (Thailand and around the world) that are the lifestyle I very love it. And extremely sure that Japan is always selected to present in my works.

แสดงความคิดเห็น